สิวอักเสบ คืออะไร?



สิวอักเสบคืออะไร? สิวอักเสบ (Inflammatory acne หรือ Papulopustular acne)
คือสิวอุดตัน (Comedones) ที่มีแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acnes)
จำนวนมากเจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิว


แบคทีเรียนี้สามารถดึงดูดเม็ดเลือดขาวเข้ามาในตุ่มสิวทำให้สิวอักเสบ และมีเอ็นไซม์ย่อยน้ำมัน
(Sebum)ในตุ่มสิวให้กลายเป็นกรดไขมันที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ สิวอักเสบสามารถแบ่ง
ออกได้เป็นหลายประเภทตามขนาดของตุ่มสิวอักเสบ และความรุนแรงของอาการอักเสบ ดังนี้

1. สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นตุ่มแดงเจ็บ ขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. ส่วนมากสิวชนิดนี้เป็น
    สิวอักเสบในระยะแรกที่เปลี่ยนมาจากสิวอุดตัน
2. สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและปวด ข้างบนตุ่มมีหัวหนองสีเหลือง
    เป็นสิวที่มีอาการอักเสบมากกว่าสิวอักเสบชนิด Papule หรืออาจเกิดจากสิวมีการติด
    เชื้อแบคทีเรียอื่นแทรกซ้อน
3. สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นตุ่มแดงเจ็บขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง ขนาด
    มักเกิน 0.5 ซม. มีอาการเจ็บปวดค่อนข้างมาก สาเหตุมักเกิดจากเป็นสิวอักเสบชนิด
    Papule แล้วมีการกดบีบสิว ทำให้แบคทีเรียและน้ำมันในตุ่มสิวแตกกระจายอยู่ใต้ผิวหนัง
    ทำให้สิวยิ่งอักเสบบวมแดง

4. สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Acne Cyst) พบได้ไม่บ่อย ถุงน้ำใต้ผิวหนังอาจมีขนาด
   ใหญ่หลายเซนติเมตร ไม่แดง ไม่ปวด มีลักษณะเป็นถุงภายในมีของเหลวข้นหนืดสีเหลือง
   สิวชนิดนี้แม้รักษาจนยุบแล้ว มักจะกลายเป็นแผลเป็นก้อนนูนหรือหลุมสิวขนาดใหญ่
5. สิวหัวช้าง (Acne Conglobata) เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มักเป็นในวัยรุ่นผู้ชายที่มีผิวหน้า
   มันมาก บางรายมีประวัติคนในครอบครัวเป็นสิวหัวช้างด้วย สิวหัวช้างมีลักษณะเป็นสิวอักเสบ
   รุนแรงทุกชนิดขึ้นรวมกันหนาแน่น ได้แก่ สิวชนิด pustule, nodule และ cyst หัวสิวมักแตก
   มีหนอง, น้ำเหลืองไหลตลอดเวลา สิวมักมีจำนวนมากที่ใบหน้า, หน้าอก และหลัง สิวหัวช้าง
   รักษาได้ยาก และจะกลายเป็นแผลเป็นก้อนนูนหรือหลุมสิวขนาดใหญ่




ยาทาภายนอก
ยาทาถือเป็นการรักษาสิวที่ได้รับการนิยมที่สุด เนื่องจากสะดวก และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยากิน
แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบรุนแรง การรักษาด้วยยาทามักไม่เพียงพอ ต้องใช้ร่วมกับยากิน

• ยากลุ่ม Benzoyl peroxide ใช้ทาก่อนล้างหน้า 5-15 นาที เป็นยาทาที่ดี มีฤทธิ์หลายอย่าง
  เช่นลดการอักเสบ ทำให้ผิวหนังลอกหลุดเร็วขึ้น ช่วยลดสิวอุดตัน และฆ่าแบคทีเรีย P.acnes
  ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือ ช่วยป้องกันเชื้อดื้อยาด้วย ผลข้างเคียงของยานี้ คือ ทำให้ผิวแห้ง
  ลอกเป็นขุย คันแสบ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ทายา
• ยาทาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ (Topical antibiotics) เป็นยาปฏิชีวนะ มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อ
   แบคทีเรียลดการอักเสบ ห้ามใช้รักษาสิวเป็นยาเดี่ยว เพราะแบคทีเรียจะดื้อยาอย่างรวดเร็ว
   ในระยะแรกควรใช้ร่วมกับยาทาอื่นๆ แล้วค่อยหยุดเมื่อสิวดีขึ้น
• ยาทาเรตินอยด์ (อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ) เช่น Tretinoin, Isotretinoin, Adapalene
   ช่วยกระตุ้น
การผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตัน และลดการอักเสบ แต่ขาดคุณสมบัติการฆ่าเชื้อ
   แบคทีเรีย และ
ไม่สามารถลดการสร้างน้ำมันบนผิวหนัง ด้วยคุณสมบัติที่ดีของยานี้ จึงสามารถ
   ใช้เป็นยาร่วมในการ
รักษาสิวทุกระยะ และใช้ทาป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้ด้วย ผลข้างเคียง
   คือ ทำให้ผิวลอก คัน แดง ยาทำให้ผิวหน้าบางลง จึงต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดด
   และห้ามใช้ยาในหญิงตั้งครรภ์
แนวทางการรักษาสิวอับเสบหรือสิวรุนแรงของแพทย์



จึงควรใช้ครีมควบคู่กันไปด้วยเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น โดยครีมที่เลือกใช้ควรมีสารที่
พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยฟื้นกระชับผิว
ภายใต้หลักการเดียวกันกับที่ผู้เชี่ยวชาญใช้ โดยเติมสาร
จำเป็นในผิว เช่น Oligopeptides 
เปปไทน์โมเลกุลเล็กที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใย
คอลลาเจนในชั้นผิว และสาร Magnolol สารสกัดจากแมกโนเลีย
ช่วยเพิ่มปริมาณ
Adipocyte cells หรือเซลล์กระชับผิวในชั้นไขมัน (Volume-giving cells) เพื่อช่วยปรับ
รูปหน้า
ให้ดูเรียวกระชับ และเพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานจากการทำเลเซอร์