เลือกกันแแดดที่มี สารแอนตี้ออกซิแดนท์ปกป้องผิว




หลายๆ คนทราบดีว่า แสงแดดเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผิวหลายประการ แม้กิจกรรมใน
แต่ละวันจะไม่ได้เผชิญแสงแดดเยอะ ก็พยายามเลือกใช้กันแดดที่ค่า SPF สูงๆ PA+++
ปกป้องผิวทุกวัน แต่ยังพบปัญหาผิวทั้งจุดด่างดำ ฝ้าแดด ทั้งยังเริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยก่อน
วัยมาเร็วกว่าเพื่อนร่วมรุ่นเพราะแท้จริงแล้ว ค่า SPF และ PA/PPD ของผลิตภัณฑ์กันแดดนั้น
บอกถึงความยาวนานในการปกป้องผิวจากรังสียูวีเท่านั้น จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์
พบว่า ยังไม่มียูวีฟิลเตอร์ชนิดใดปกป้องผิวจากรังสียูวีได้ 100% รังสียูวีที่เล็ดลอดเข้าสู่ผิว
อาจกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำร้ายผิวเงียบๆ อย่างต่อเนื่อง
และเป็นสาเหตุของปัญหาผิวในระยะยาว

อนุมูลอิสระ ตัวการร้าย ทำลายผิวอย่างต่อเนื่อง
อนุมูลอิสระ คือ ปฏิกริยาซึ่งเกิดขึ้นเป็นปกติในร่างกาย ทั้งยังถูกกระตุ้นให้เกิดเพิ่มขึ้นได้
จากปัจจัยภายนอก เช่น การได้รับรังสียูวีจากแสงแดด มลภาวะ การรับประทานอาหารที่มี
ไขมันประกอบสูง เป็นต้น อนุมูลอิสระจะเกิดเป็นปฏิกริยาลูกโซ่ ส่งผลเสียอย่างต่อเนื่องต่อ
เซลล์ในร่างกาย ตามปกติ ร่างกายจะมีกลไกในการกำจัดอนุมูลอิสระได้เอง โดยสารต้าน
อนุมูลอิสระในร่างกายเช่น กลูต้าไธโอน ไลโปอิก แอซิด เป็นต้น จะเข้าไปจับและยับยั้ง
ปฏิกริยาลูกโซ่ จึงช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี หากร่างกาย
มีปริมาณอนุมูลอิสระที่มากเกินไป หรืออยู่ในสภาวะที่กำจัดอนุมูลอิสระได้ลดลง อาจเป็น
สาเหตุให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ และนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ได้ สำหรับในระดับผิวหนัง
จะเกิดเป็นปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยได้ไม่สิ้นสุด

เลือกกันแดดที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพราะรู้ว่าการปกป้องผิวแค่เพียงภายนอกนั้นไม่พอ นักวิจัยและแพทย์ผิวหนังพยายามศึกษา
วิธีการปกป้องผิวให้ได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น และพบว่า การนำสารแอนตี้ออกซิแดนท์มาผสาน
รวมไว้กับยูวีฟิลเตอร์ จะช่วยเพิ่มการปกป้องในระดับเซลล์ผิวได้ โดยสารแอนตี้ออกซิแดนท์
จะไปจับอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดความรุนแรงจากการที่เซลล์ผิวถูกทำร้ายได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ การแนะนำผลิตภัณฑ์กันแดดในปัจจุบัน จึงแนะนำให้เลือกชนิดที่มี
สารแอนตี้ออกซิแดนท์ประสิทธิภาพสูงผสานอยู่ด้วย เพราะจะช่วยเพิ่มการปกป้องให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นวัตกรรมออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ พัฒนาจากสารแอนตี้ออกซิแดนท์
ธรรมชาติประสิทธิภาพสูงถึง 2 ชนิด (ลิโคชาลโคน เอและกลีเซอริทิเนท) ซึ่งเป็นสารสกัดสกัด
จากพืชลิโคริช(ชะเอม) โดยพืชชนิดนี้ เป็นพืชที่พบได้บนเทือกเขาสูงและต้องเผชิญกับ
แสงแดดที่มีปริมาณรังสียูวีที่เข้มมากเป็นพิเศษ



นักวิทยาศาสตร์พบว่าต้น ลิโคริช สามารถดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีรังสียูวี
ความเข้มสูงได้ เนื่องจากพืชชนิดนี้มีกระบวนการปกป้องตนเองที่พัฒนาขึ้นมาตามธรรมชาติ
โดยเมื่อเซลล์ของพืชถูกรังสียูวีเข้ามากระตุ้น จะปล่อยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ออกมา
ซึ่งก็คือลิโคชาลโคน เอและกลีเซอริทิเนท โดยสาร 2 ชนิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วย
ลดเซลล์ผิวถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น