hifu

HIFU คืออะไร สามารถช่วยยกกระชับหน้า ได้ไหม เหมาะกับใครและมีข้อควรระวังอะไร

อ่านแล้ว 2 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound คือ ถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในวงการความงาม เพราะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกกระชับผิวโดยอาศัยพลังงานอัลตร้าซาวด์ความเข้มสูงในการส่งผ่านพลังงานลงสู่ชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยให้ผิวหนังตึงกระชับขึ้นและลดไขมันส่วนเกินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของ HIFU แตกต่างกันตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย ชนิดอุปกรณ์ ระดับพลังงาน ตำแหน่งที่ทำ และประสบการณ์ของผู้ทำหัตถการ HIFU จึงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน และไม่ให้ผลเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า แตกต่างกันตามสภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย ชนิดอุปกรณ์ ระดับพลังงาน ตำแหน่งที่ทำ และประสบการณ์ของผู้ทำหัตถการ HIFU จึงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน และไม่ให้ผลเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า
้hifu

HIFU คืออะไรและมีหลักการทำงานอย่างไร

HIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound คือนวัตกรรมที่ปล่อยพลังงานคลื่นอัลตร้าซาวน์ความเข้มข้นสูง (HIFU) 10,000 ครั้งในช่วงเวลาเพียง0.1-4 วินาที ลงลึกถึงใต้ชั้นผิวหนัง พลังงานจะลงไปช่วยกระตุ้นให้มีการจัดเรียงตัวใหม่ของเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์เซลล์ ให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้นโดยไม่ทำให้สูญเสียความแข็งแรง ของผิวไปทั้ง ยังสามารถกระตุ้นให้เกิด การผลิตเซลล์ผิวเก่าออก เพิ่มกระบวนการไหลเวียนโลหิต ทำให้ผิวหนังดูใสและเปล่งปลั่งขึ้น

การทำ HIFU ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง?

เป้าหมายหลักของ HIFU คือการดูแลความหย่อนคล้อยและเพิ่มความกระชับของผิว

  • ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดขึ้นในผู้ที่ผิวเริ่มหย่อน
  • ช่วยกระชับผิวบริเวณแก้ม ใต้คาง และลำคอ
  • ช่วยให้แนวคิ้วดูยกขึ้นเล็กน้อยในบางราย
  • ช่วยให้ริ้วรอยตื้นที่สัมพันธ์กับความหย่อนคล้อยดูดีขึ้น
  • ช่วยให้ผิวดูแน่นและเรียบขึ้นจากการปรับโครงสร้างคอลลาเจน
  • อาจใช้ดูแลความหย่อนบริเวณร่างกายได้ในอุปกรณ์บางระบบ

HIFU สามารถทำบริเวณใดได้บ้าง

 

  • ยกกระชับใบหน้า: แก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากลึก
  • ปรับกรอบหน้าและเก็บเหนียง: ทำให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น ลดปัญหาคางสองชั้นหรือเหนียง
  • ยกคิ้วและหนังตา: แก้ปัญหาหนังตาตก คิ้วตก ทำให้ดวงตาดูโตและสดใสขึ้น
  • ลดเลือนริ้วรอย: ลดริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และทั่วใบหน้า
  • กระชับรูขุมขน: ช่วยให้ผิวเรียบเนียนและรูขุมขนดูเล็กลง
  • กระชับผิวบริเวณร่างกาย: สามารถใช้กับบริเวณต้นแขน, หน้าท้อง, ต้นขา, หรือสะโพกที่หย่อนคล้อยได้

HIFU เหมาะกับใครและไม่เหมาะกับใครบ้าง ?

HIFU เหมาะกับใคร?

HIFU มักเหมาะกับผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ผิวหน้าหรือลำคอเริ่มหย่อนในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดหรือมีผิวหย่อนใต้คาง
  • ต้องการหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัดและมีระยะพักฟื้นน้อย
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติ
  • เข้าใจว่าผลลัพธ์แตกต่างกันและอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในทุกคน
  • สามารถกลับมาติดตามและประเมินผลตามคำแนะนำได้

ผู้ที่มีความหย่อนมาก มีผิวส่วนเกินชัดเจน สูญเสียปริมาตรของใบหน้ามาก หรือมีปัญหาจากโครงสร้างกระดูก อาจตอบสนองต่อ HIFU ได้จำกัดและควรปรึกษาแพทย์เพื่อเปรียบเทียบกับวิธีอื่น

 

HIFU ไม่เหมาะกับใคร ?

ความเหมาะสมต้องประเมินเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • มีแผลเปิด การติดเชื้อ ผื่นอักเสบ หรือโรคผิวหนังกำเริบบริเวณที่จะทำ
  • มีอุปกรณ์หรือโลหะฝังอยู่ใกล้บริเวณรักษา
  • มีโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดหรือใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการฟกช้ำ
  • มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
  • มีประวัติความผิดปกติของเส้นประสาทใบหน้า
  • เพิ่งทำฟิลเลอร์ ร้อยไหม ผ่าตัด หรือหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน
  • มีความคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า

ควรแจ้งยา อาหารเสริม โรคประจำตัว และหัตถการที่เคยทำทั้งหมดให้แพทย์ทราบ และไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำ

เปรียบเทียบ HIFU vs Ulthera vs Thermage ต่างกันอย่างไร?

คุณสมบัติ HIFU Ulthera Thermage
เทคโนโลยี คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุด (Focused Ultrasound) คลื่นอัลตราซาวด์แบบเฉพาะจุด + หน้าจอ Real-time คลื่นวิทยุ (Monopolar RF)
หลักการทำงาน ยิงพลังงานเป็นจุดๆ ลงลึกถึงชั้น SMAS เหมือน HIFU แต่มีหน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Real-time ทำให้แม่นยำกว่า ปล่อยพลังงานเป็นก้อนความร้อนขนาดใหญ่ ครอบคลุมทุกชั้นผิว
เหมาะกับ ยกกระชับ ปรับกรอบหน้า ยกกระชับขั้นสุด แม่นยำสูง ลดไขมัน กระตุ้นคอลลาเจนผิวชั้นบน ทำให้ผิวแน่นฟู
ความรู้สึก เจ็บอุ่นๆ หรือจี๊ดๆ บริเวณกระดูก เจ็บกว่า HIFU เนื่องจากพลังงานเสถียรและแม่นยำกว่า รู้สึกร้อยทั่วบริเวณที่ทำ
ราคา เข้าถึงง่ายที่สุด สูงที่สุด สูง

HIFU มีกี่แบบ ? แตกต่างกันอย่างไร

HIFU ระดับชั้นหนังแท้

หัวที่ออกแบบให้ทำงานในระดับตื้นมักใช้เพื่อดูแลคุณภาพผิวและกระตุ้นการปรับโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิว เช่น ริ้วรอยเล็กๆ รูขุมขนกว้าง และผิวหมองคล้ำg

 

HIFU ระดับเนื้อเยื่อใต้ผิว

หัวระดับกลางอาจใช้เพื่อดูแลความหย่อนบริเวณแก้มหรือกรอบหน้า ส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวหนังชั้นกลาง เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวบริเวณใบหน้าและลำคอ การวางพลังงานต้องคำนึงถึงความหนาของเนื้อเยื่อและหลีกเลี่ยงเส้นประสาท กระดูก และบริเวณที่บางเกินไป

 

HIFU ระดับใกล้ชั้น SMAS ชนิดผิวลึก

ส่งพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ เหมาะสำหรับการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยอย่างรุนแรง เช่น เหนียง หรือการปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้น

ขั้นตอนการทำ HIFU

ขั้นตอนการทำ HIFU

การทำ HIFU เป็นกระบวนการที่ค่อนข้างง่ายและไม่ยุ่งยาก

  1. ทำความสะอาดผิว แพทย์จะทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะทำการรักษาให้สะอาดหมดจด
  2. ทาเจล ทาเจลอัลตร้าซาวด์ลงบนผิว เพื่อช่วยในการส่งผ่านพลังงานอัลตร้าซาวด์
  3. เลือกหัว ความลึก และระดับพลังงาน ปรับตามตำแหน่ง ความหนาของเนื้อเยื่อ และเป้าหมายการรักษา
  4. ยิงพลังงาน HIFU แพทย์จะใช้เครื่อง HIFU ยิงพลังงานลงไปยังชั้นผิวหนังที่ต้องการรักษา โดยจะเคลื่อนหัวทำการไปตามบริเวณต่างๆ
  5. ประคบเย็น หลังทำการรักษา แพทย์อาจจะประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมหรือระคายเคือง
  6. ทาครีมบำรุงผิวเพื่อช่วยให้ผิวฟื้นตัว

HIFU เจ็บไหม

การทำ HIFU อาจรู้สึกอุ่น ตึง เจ็บจี๊ด หรือสะเทือนลึกใต้ผิว โดยเฉพาะบริเวณใกล้กระดูก เช่น หน้าผากและแนวกราม ระดับความรู้สึกแตกต่างกันตามชนิดเครื่อง หัวที่ใช้ พลังงาน ตำแหน่ง และความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน ไม่ควรสรุปว่าการทำ HIFU ต้องไม่เจ็บเลย หรือยิ่งเจ็บมากยิ่งได้ผลดี เพราะพลังงานที่เหมาะสมต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย

HIFU กี่วันเห็นผล

บางคนอาจรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อยหลังทำ แต่ผลจากการปรับโครงสร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงประมาณ 2–3 เดือน ระยะเวลาที่เห็นผลและระดับการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับอายุ คุณภาพผิว ระดับความหย่อน อุปกรณ์ แผนการรักษา และการตอบสนองของร่างกาย จึงไม่สามารถรับประกันวันที่หรือเปอร์เซ็นต์ผลลัพธ์เหมือนกันทุกคนได้

ระยะเวลาของผลลัพธ์ของ HIFU

ผลลัพธ์อาจคงอยู่ตั้งแต่หลายเดือนไปจนถึงประมาณหนึ่งปีหรือมากกว่านั้นในบางระบบและบางราย แต่ไม่ใช่ผลถาวร เพราะการเปลี่ยนแปลงของคอลลาเจนและโครงสร้างใบหน้าตามวัยยังดำเนินต่อไป

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาคงผล ได้แก่

  • ชนิดและมาตรฐานของอุปกรณ์
  • ระดับพลังงานและตำแหน่งการวางจุด
  • อายุและคุณภาพคอลลาเจนเดิม
  • ระดับความหย่อนคล้อย
  • น้ำหนักและการเปลี่ยนแปลงของไขมันใบหน้า
  • การเผชิญแสงแดดและการสูบบุหรี่
  • การตอบสนองเฉพาะบุคคล

ควรติดตามและประเมินผลก่อนตัดสินใจทำซ้ำ ไม่จำเป็นว่าทุกคนต้องทำหลายครั้งหรือทำตามช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อดีและข้อเสียของการทำ HIFU

ข้อดีของการทำ HIFU

  • ไม่ต้องผ่าตัด หรือพักฟื้นนานเพราะใช้เทคโนโลยีการดึงหน้าให้กระชับ
  • เห็นผลเร็ว ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใน 2-3 เดือน
  • ปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อยมาก
  • เหมาะกับทุกสภาพผิว ทั้งผิวหน้าและผิวกาย

 

ข้อเสียของการทำ HIFU

  • ผลลัพธ์ไม่คงที่ ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำ HIFU อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และปัจจัยอื่นๆ โดยทั่วไป ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
  • ค่าใช้จ่าย การทำ HIFU มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อาจไม่เหมาะกับทุกคน
  • ต้องทำซ้ำหลายครั้ง เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนาน
  • ผลข้างเคียง แม้ว่าจะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็อาจมีอาการข้างเคียง อย่าง ผิวแดง บวม รู้สึกเจ็บ หรือชาบริเวณที่ทำ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

ข้อจำกัดและผลข้างเคียงของ HIFU

HIFU ไม่สามารถแก้ทุกสาเหตุของใบหน้าที่ดูหย่อนหรือมีอายุ ไม่สามารถเติมปริมาตรที่สูญเสีย ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ หรือแก้ผิวส่วนเกินมากในลักษณะเดียวกับการผ่าตัด

อาการชั่วคราวที่อาจพบ ได้แก่

  • รอยแดง
  • บวมเล็กน้อย
  • กดเจ็บหรือระบม
  • รู้สึกตึงหรือชา
  • เจ็บจี๊ดหรือเสียวบริเวณใกล้กระดูก ร
  • อยช้ำในบางราย

อาการส่วนใหญ่มักค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ระยะเวลาแตกต่างกัน หากมีอาการปวดหรือบวมมากขึ้น ผิวไหม้ ตุ่มพอง กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ใบหน้าไม่สมมาตร ชาหรือปวดเส้นประสาทต่อเนื่อง หรือรูปหน้ามีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที

การเตรียมตัวก่อนทำ HIFU

  • เลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบรุ่นอุปกรณ์
  • แจ้งโรคประจำตัว ยา อาหารเสริม และหัตถการที่เคยทำ
  • หลีกเลี่ยงการทำเมื่อมีแผล ผื่น หรือการติดเชื้อบริเวณรักษา
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องการพักผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง
  • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำตามปกติ
  • ไม่หยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

วิธีดูแลผิวหลังทำ HIFU

หลังทำสามารถดูแลผิวอย่างอ่อนโยนได้ โดยควรยึดคำแนะนำเฉพาะของแพทย์และอุปกรณ์ที่ใช้

  • ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์อ่อนโยนและไม่ขัดถูแรง
  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำและหลีกเลี่ยงแดดจัด
  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ยังระบม
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัดตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ
  • พักกรดผลัดเซลล์ผิวหรือเรตินอยด์ชั่วคราวหากผิวระคายเคือง
  • สังเกตอาการผิดปกติและติดต่อสถานพยาบาลเมื่อจำเป็น

แนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยจาก Eucerin

หลังจากการลงทุนกับ HIFU แล้ว การดูแลผิวอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาและส่งเสริมให้ผลลัพธ์อยู่กับเราได้นานยิ่งขึ้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นการเติมความชุ่มชื้น ลดเลือนริ้วรอย และเสริมสร้างความกระชับของผิวจะช่วยให้ผิวที่อ่อนเยาว์อยู่กับเราได้นานขึ้น
เซรั่มลดริ้วรอยแรกเริ่ม

Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum

Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum เซรั่มสำหรับดูแลริ้วรอยและสัญญาณผิวร่วงโรย ผสาน EPICELLINE® สารสกัดด้าน Skin Longevity ที่ช่วยฟื้นบำรุงความอ่อนเยาว์สู่ 15 ล้านเซลล์ผิว พร้อม Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มฟู, Glycine Saponin ช่วยสนับสนุนโครงสร้างและความยืดหยุ่นของผิว และ Enoxolone ช่วยลดการเสื่อมสลายของกรดไฮยาลูรอนิก พร้อมช่วยลดริ้วรอย เติมร่องลึก ให้ผิวดูอิ่มฟู ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงใน 4 สัปดาห์ เพื่อยืดอายุผลลัพธ์จาก HIFU ให้อยู่กับเรานานขึ้น แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องร่วมด้วย

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Day Care SPF30

มีส่วนผสมของ Epicelline®, กรดไฮยาลูรอนิกทั้งโมเลกุลใหญ่และเล็ก (HAs), Glycine Saponin และ Enoxolone เช่นเดียวกับเซรั่ม พร้อมค่า SPF30 เหมาะสำหรับทาต่อเนื่องทุกเช้าหลังทำ HIFU เพื่อปกป้องผิวที่เพิ่งผ่านการกระตุ้นคอลลาเจนจากรังสียูวี

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Night Care

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Night Care ครีมบำรุงผิวสำหรับกลางคืนในกลุ่ม ที่มีส่วนผสมของ Epicelline®, HAs, Glycine Saponin และ Enoxolone เช่นเดียวกับ Day Care และเสริมด้วย Bakuchiol สารสกัดจากธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในลักษณะใกล้เคียงกับเรตินอล (retinol-liked active) สำหรับเสริมการดูแลริ้วรอยและการฟื้นบำรุงผิวร่วมด้วย รวมถึง Provitamin B5 เพื่อดูแลผิวอย่างต่อเนื่องระหว่างการพักผ่อน ช่วยฟื้นบำรุงผิว ลดริ้วรอยลึกถึงระดับเซลล์ ผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน และฟื้นปราการผิวแข็งแรงระหว่างการพักผ่อนตอนกลางคืน
น้ำตบลดริ้วรอย

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE น้ำตบไฮยาลูรอนเพื่อบำรุงผิว ที่จะมาช่วยทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มฟูกระชับและดูเรียบเนียน ผสาน Panthenol ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมวิตามินซี แอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยลดเลือนริ้วรอยความหมองคล้ำให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใส พร้อมฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้าย รูขุมขนดูเล็กลง ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส

เซรั่มยกกระชับ

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM ที่ช่วยเรื่องผิวกระชับ และช่วยลดจุดด่างดำตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการบำรุง ที่มี Arctiin สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยเติมให้ริ้วรอยลึกร่องลึกตามวัยให้ดูตื้นขึ้น และช่วยให้ผิวเรียบเนียนเด้งกระชับ ฟื้นบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีไทอามิดอล (THIAMIDOL®) สารสำคัญเอกสิทธิ์เฉพาะของยูเซอริน ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ให้ผิวหน้าเปล่งประกายดูสุขภาพดี ช่วยฟื้นบำรุงและกระชับผิววัย 40+ แม้ผิวหย่อนคล้อยมาก

คำถามที่พบบ่อย (4)

  • การทำ HIFU เจ็บไหม

    การทำให้ HIFU จะรู้สึกเหมือนถูกยางยืดดึงบริเวณผิวหน้า ซึ้งเป็นความเจ็บที่สามารถทนได้ และความรู้สึกเจ็บระหว่างทำ HIFU นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความอดทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคน และบริเวณที่ทำการรักษา

  • การทำ HIFU ใช้เวลานานแค่ไหน

    ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ และการพิจารณาของแพทย์ แต่โดยเวลาเฉลี่ยที่ทำบริเวณใบหน้าครบทุกจุดจะประมาณ 30-60 นาที

  • ผลข้างเคียงของ HIFU คืออะไร

    หลังจากทำ HIFU เสร็จแล้ว บริเวณที่ทำ อาจมีอาการแดง บวม หรือรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน

  • ผลลัพธ์ของ HIFU อยู่ได้นานแค่ไหน

    ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นภายใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นาน 1-2 ปี