ผื่นแดงโควิด

ทำความรู้จักผื่นแดงจากอาการโควิด ผื่นโควิดเป็นอย่างไร

อ่านแล้ว 3 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
ผื่นแดงจากอาการโควิด เป็นหนึ่งในความผิดปกติทางผิวหนังที่อาจพบร่วมกับการติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 โดยผื่นสามารถมีได้หลายลักษณะ เช่น ผื่นแดงเป็นปื้น ผื่นลมพิษ ตุ่มน้ำ หรือผื่นบริเวณนิ้วมือและนิ้วเท้า บางรายอาจมีอาการคันหรือเจ็บร่วมด้วย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง พบว่าอาการของผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งหมด ประมาณ 0.2 - 20% มีอาการผื่นแดง หรือผื่นลักษณะอื่นๆ ร่วมด้วย

ผื่นผิวหนังจากการเป็นโควิด คืออะไร?

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มีอาการทางผิวหนังในประเทศแถบยุโรปและประเทศแถบเอเชียจะมีอาการทางผิวหนังแตกต่างกัน โดยผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในประเทศแถบเอเชียมักมีอาการผื่นลมพิษ ผื่นแดงทั่วตัว หรือผื่นแบบตุ่มน้ำ หลังจากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ หรือบางรายอาจพบผื่นแดงโควิดก่อนที่จะมีอาการผิดปกติอย่างอื่นตามมา เช่น ไข้สูง ลิ้นไม่รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น หรืออาการอื่นๆ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการผิดปกติทางผิวหนังในประเทศแถบยุโรป และประเทศแถวเอเชียจะมีอาการผิดปกติทางผิวหนังแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ


ผื่นแดงจากการเป็นโควิค เกิดจากสาเหตุใด?

สำหรับสาเหตุที่ของการเกิดผื่นแดงเมื่อเป็นโควิดนั้น ยังไม่มีผลการวิจัยยืนยันที่ระบุแน่ชัด แต่ในทางการแพทย์สันนิษฐานว่าผื่นแดงโควิด (Maculopapular) ตุ่มแบน รอยแดง ที่กระจายบนผิวหนังตามส่วนต่างๆ บนร่างกาย อาจจะมาจากผลข้างเคียงของยาที่ใช้ในการรักษาเชื้อโควิด-19 หรือมาจากการที่เลือดภายในร่างกายไหลเวียนไม่ดีทำให้เกิดเป็นผื่นแดงดังกล่าวขึ้นมาได้ แต่ก็จะหายไปเมื่อผู้ป่วยหายจากอาการโควิด-19 เป็นระยะเวลา 7-14 วัน


ลักษณะอาการของผื่นโควิด

สังเกตลักษณะของผื่นโควิด ได้ 8 ลักษณะได้ดังนี้

  1. ผื่นโควิดที่นิ้วเท้า

    เรียกว่า Covid Toe มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดง และสีม่วง นูนๆที่นิ้ว หรือนิ้วเท้า ส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บร่วมและอาการคันร่วมด้วย ผื่นแดงโควิดที่เท้าส่วนใหญ่มักพบในเด็ก และพบในคนผิวขาว (Caucasian) มากกว่าคนผิวสี มักพบในประเทศที่มีอากาศหนาว (Caucasian) มากกว่าคนผิวสี มักพบในประเทศที่มีอากาศหนาว
  2. ผื่นโควิดที่คอและหน้าอก

    จะมีลักษณะเป็นสีชมพูอ่อน และสีแดง สำหรับผู้ที่มีผิวสองสีผื่นอาจจะมีมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีม่วง หรือสีเทาได้ โดยผื่นโควิดชนิดนี้มักขึ้นหลังจากการติดเชื้อไวรัส และใช้เวลารักษานานกว่าผื่นแบบอื่นๆ
  3. ผื่นและตุ่มใสขึ้นที่ปาก

    หรือข้างในปาก มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ ใสๆ เมื่อรักษาหายแล้วมักส่งผลให้ริมฝีปากแห้ง และปากลอกเป็นขุยได้
  4. ผื่นแดงและตุ่มน้ำตามผิวหนัง

    มีลักษณะเป็นผดแดงเล็ก มักขึ้นตามแขน ขา และข้อศอก ส่วนใหญ่ที่พบผื่นแดงโควิดตามผิวหนังมักมีอาการไม่รุนแรง
  5. ผื่นกลีบกุหลาบร่างแห

    ผื่นที่มีลักษณะคล้ายร่างแห หรือตาข่าย ผื่นชนิดนี้เกิดจากการไหลเวียนของเลือดที่ช้ากว่าผิด ทำให้เกิดเป็นผื่นคล้ายร่างแหขึ้นมากบริเวณผิวหนัง มีทั้งสีอ่อนและสีเข้ม สามารถพบได้ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงปานกลาง
  6. ผื่นคล้ายจุดเลือดใต้ผิวหนัง

    หรือ ผื่นเส้นเลือดอักเสบ (Vasculitic) ผื่นชนิดนี้มักเกิดจากเส้นเลือดอักเสบ มักขึ้นบริเวณขา พบได้ 6 - 8 % ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิดที่มีอาการรุนแรงมาก และมักพบในผู้ป่วยผู้สูงอายุ และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  7. ผื่นลมพิษ

    จะมีอาการเหมือนลมพิษทั่วไป มักขึ้นตามลำตัวและแขนขา โดยผื่นลมพิษสามารถเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่ช่วงก่อน ระหว่าง หรือหลังที่มีอาการติดเชื้อโควิด-19 มักพบผื่นลมพิษร่วมกับอาการผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ
  8. ไข้ออกผื่น

    เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อไวรัส มีลักษณะเป็นผดผื่นขึ้นมาตามบริเวณผิวหนังบนร่างกาย รอยจุด ตุ่มนูนสีชมพูไปจนถึงสีแดงแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างมากกว่าผื่นทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกคันบริเวณผิวหนังที่ผื่นขึ้น แต่ในบางครั้งอาจจะมีอาการคันร่วมด้วย

ผื่นโควิดหายกี่วัน?

ระยะเวลาที่ผื่นดีขึ้นแตกต่างกันตามชนิดและสาเหตุของผื่น โดยผื่นบางรูปแบบอาจค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงหลายสัปดาห์ ส่วนผื่นบริเวณนิ้วมือหรือนิ้วเท้าบางรายอาจคงอยู่นานกว่า หากผื่นไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์ มีแนวโน้มลุกลาม หรือเกิดอาการเจ็บ ตุ่มพอง หรือแผล ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ

 

ผื่นโควิดกับผื่นภูมิแพ้แตกต่างกันอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบลักษณะของผื่นโควิดกับผื่นภูมิแพ้ มีความแตกต่างกัน โดยลักษณะของผื่นภูมิแพ้จะมีลักษณะเบื้องต้นดังนี้

  • มีอาการผิวแห้งและคัน
  • ผิวหนังอักเสบบริเวณข้อพับและข้อศอก
  • ผิวหนังแห้งลอกเป็นบริเวณกว้าง
  • คันตามผิวโดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • บรรเทาได้ด้วยยาแก้แพ้

6 วิธีการดูแลรักษาตัวเองจาก ผื่นแดงโควิด

สำหรับการดูแลรักษาตัวเอง จากผื่นแดงโควิดนั้น ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผื่น หากอาการรุนแรงควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาว่ามีความเกี่ยวข้องทางผิวหนังในผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ทางแพทย์ผิวหนังอาจมีการสะกิดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ แล้วจึงทำการรักษาผิวหนังตามภาวะนั้นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตามหากมีอาการผื่นไม่เยอะมาก สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

วิธี 1 การทำความสะอาดผิวและร่างกายให้สะอาด

ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและการขัดถูผิวแรง ๆ เพราะอาจเพิ่มความแห้งและระคายเคืองบริเวณที่มีผื่น

วิธี 2 หมั่นล้างมือเป็นประจำ และงดแกะเกาบริเวณที่เป็นผื่น

การแกะหรือเกาผื่นอาจทำให้ผิวถลอก เกิดการระคายเคืองมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนบริเวณผิวหนัง ควรดูแลเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการเสียดสีบริเวณที่มีผื่น

วิธี 3 รับประทานยา

การให้ยาสเตียรอยด์รักษาอาการตุ่มนูน ตุ่มคัน ยาแก้แพ้รักษาอาการลมพิษ เป็นต้น แต่ไม่ควรใช้ยาสเตียรอยด์หรือยาชนิดอื่นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีตุ่มน้ำ แผล ผื่นสีม่วง หรืออาการรุนแรงร่วมด้วย

วิธี 4 พักผ่อนให้เพียงพอ

ระหว่างป่วย COVID-19 ควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ และดูแลอาการเจ็บป่วยตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์

วิธี 5 ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ

ดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย

วิธี 6 หากผิวมีอาการแห้งหรือระคายเคืองมาก

สามารถเลือกใช้ Eucerin OMEGA ATO-CALMING FACE CREAM บาล์มบำรุงผิวหน้าและผิวกายเนื้อบางเบา เพื่อบรรเทาอาการแสบ แห้งแดง หรือคันจากการระคายเคืองมีสารสกัดจากธรรมชาติสำคัญอย่าง Licochalcone A ที่ช่วยลดปัญหาผิวแห้ง แดง และการระคายที่มีสาเหตุจากผิวแห้ง พร้อมผสาน Omega 3&6 fatty acids และ Ceramides เพื่อคืนความชุ่มชื่นและฟื้นบำรุงชั้นปกป้องผิว ให้มีสุขภาพดีขึ้น สูตรอ่อนโยน ปราศจากพาราเบน น้ำหอม และสี และช่วยลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของปัญหาผิวแห้ง แดง คัน ระคายเคือง สามารถใช้ได้ในผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย และในเด็กทารก

 


ครีมแก้ผื่นคัน

ผื่นแดงจากการป่วยโควิด-19 หรืออาการผื่นโควิด-19 แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หากเกิดขึ้น ก็ไม่ควรตื่นตระหนกกับอาการดังกล่าว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาโควิด-19 ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงมาดูแลตัวเองรักษาผื่นแดงตามคำแนะนำของแพทย์ต่อไป

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์?

แม้ผื่นที่เกิดขึ้นระหว่างติดโควิดบางชนิดอาจมีอาการไม่รุนแรง แต่ควรรีบพบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ผื่นลุกลามอย่างรวดเร็วหรือมีอาการเจ็บมาก
  • มีตุ่มพองจำนวนมาก ผิวหนังลอก หรือมีแผลบริเวณเยื่อบุปากและตา
  • มีจุดเลือดออกหรือผื่นสีม่วงที่เกิดขึ้นจำนวนมาก
  • มีผื่นร่วมกับไข้สูงต่อเนื่องหรืออาการอ่อนเพลียผิดปกติ
  • ผื่นไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงขึ้นหลังดูแลเบื้องต้น

หากมีอาการหายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง สับสน หรือริมฝีปากและผิวหนังมีสีซีด เทา หรือเขียวผิดปกติ ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที นอกจากนี้ หากมีผื่นลมพิษร่วมกับปาก ลิ้น หรือคอบวม และหายใจลำบาก ต้องรีบรับการรักษาฉุกเฉิน เพราะอาจเป็นอาการแพ้รุนแรง

บทสรุป

ผื่นแดงจากอาการโควิดสามารถเกิดได้หลายลักษณะ ตั้งแต่ผื่นแดงนูน ผื่นลมพิษ ตุ่มน้ำ ไปจนถึงผื่นที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด แต่การมีผื่นไม่ได้หมายความว่าติดเชื้อ COVID-19 เสมอไป หากมีผื่นร่วมกับไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีประวัติสัมผัสเชื้อ ควรพิจารณาตรวจหาเชื้อตามความเหมาะสม และหากผื่นมีอาการรุนแรงหรือลุกลามควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ ระหว่างนั้นสามารถดูแลผิวอย่างอ่อนโยนและหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผื่นแดงจากอาการโควิด (FAQ) (3)

  • ผื่นโควิดขึ้นหลังติดเชื้อกี่วัน?

    ผื่นแดงจากโควิด อาจเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือหลังมีอาการติดเชื้อ โดยไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนสำหรับผู้ป่วยทุกราย บางคนอาจมีผื่นพร้อมไข้ ไอ หรือเจ็บคอ ขณะที่บางรายพบผื่นหลังอาการอื่นเริ่มดีขึ้น ทั้งนี้ การเกิดผื่นเพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ระบุช่วงเวลาที่ติดเชื้อได้
  • ผื่นโควิดขึ้นหน้าได้ไหม?

    ผื่นแดงจากโควิด สามารถเกิดบริเวณใบหน้าได้ แต่พบได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย เช่น ลำตัว แขน ขา และนิ้วมือหรือนิ้วเท้า หากมีผื่นแดงบนใบหน้า ควรพิจารณาสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น ผื่นแพ้สัมผัส การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรือโรคผิวหนังชนิดอื่น
  • ผื่นโควิดแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสผื่นได้หรือไม่?

    ผื่นแดงจากโควิด ไม่ใช่ช่องทางหลักในการแพร่เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 โดย COVID-19 แพร่กระจายเป็นหลักผ่านอนุภาคจากทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มน้ำหรือแผลที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงจนกว่าจะได้รับการประเมิน เพราะโรคผิวหนังบางชนิดสามารถติดต่อผ่านการสัมผัสได้

Ref :

  1. https://www.healthline.com/health/skin-disorders/covid-rash#rashes-and-covid-19
  2. https://www.aad.org/public/diseases/coronavirus/covid-toes
  3. https://www.health.com/condition/infectious-diseases/coronavirus/types-of-rashes-covid-19