ลมพิษ

โรคลมพิษ สาเหตุและอาการ วิธีรักษาเบื้องต้น

อ่านแล้ว 1 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

“โรคลมพิษ” เป็นปฏิกิริยาการแพ้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากอาหาร ยา และการติดเชื้อ รวมถึงปัจจัยภายในจะแสดงอาการด้วยผื่น บวม แดง นูนขึ้นมา อาจจะมีอาการคันหรือแสบ มักเกิดขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมง หลังการกระตุ้น โดยส่วนใหญ่ผื่นจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง

โรคลมพิษ คืออะไร?

โรคลมพิษ (Urticaria) เป็นโรคที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นหรือปื้นนูนแดง ไม่มีขุย มีขนาดต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ 0.5-10 ซม. มีอาการคัน เกิดขึ้นเร็วและกระจายตามตัว แขนขา แต่ละผื่นมักจะคงอยู่ไม่นาน โดยมากมักไม่เกิน 24 ชั่วโมง ผื่นนั้นก็จะราบไปโดยไม่มีร่องรอย แต่ก็อาจมีผื่นใหม่ขึ้นที่อื่น ๆ ได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีริมฝีปากบวม (Angioedema) บางรายอาจมีอาการปวดท้อง แน่นจมูก หลอดลมขยายตัว หายใจไม่สะดวก รายที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการหอบหืด เป็นลมจากความดันโลหิตต่ำได้ แต่ก็พบน้อยมาก

ประเภทของลมพิษ

  1. ลมพิษเฉียบพลัน (acute urticaria) โดยอาการผื่นลมพิษจะเกิดต่อเนื่องกันไม่เกิน 6 สัปดาห์
  2. ลมพิษเรื้อรัง (chronic urticaria) จะมีอาการผื่นลมพิษเกิดขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเกิดต่อเนื่องกันมากกว่า 6 สัปดาห์

สาเหตุของการเกิดลมพิษ

  • อาหาร เช่น อาหารทะเล สารกันบูด สีผสมอาหารบางชนิด
  • ยา โดยร่างกายเกิดปฏิกิริยาการแพ้ยาบางชนิด
  • การติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา หรือมีพยาธิ
  • ระบบต่อมไร้ท่อ เช่น โรคต่อมไทรอยด์
  • อิทธิพลทางกายภาพ โดยผู้ป่วยบางรายอาจเกิดผื่นลมพิษจากปฏิกริยาของผิวหนังที่ตอบสนองผิด ปกติต่อความร้อน ความเย็น น้ำหนักกดรัด แสงแดด หรือการออกกำลังกาย เป็นต้น
  • แพ้สารที่สัมผัส ผื่นลมพิษเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ผิวหนังสัมผัสกับสารที่แพ้ เช่น การแพ้ยา (Iatex) ขนสัตว์ พืช หรืออาหารบางชนิด เป็นต้น
  • ปฏิกิริยาแพ้พิษแมลง เช่น ปฏิกิริยาที่เกิดจากผึ้งหรือต่อต่อย
  • มะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบอื่นๆ ของร่างกาย
  • ระบบภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเอง ผู้ป่วยลมพิษบางรายเกิดจากการมีภูมิคุ้มกันไปกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเคมีบางชนิดออกมาที่ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นลมพิษขึ้น

ลมพิษ เกิดจาก

การรักษาโรคลมพิษ

1. ใช้ยาต้านฮีสตามีน

ซึ่งมีตัวยาหลายกลุ่ม การจะเลือกใช้ยาตัวใดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การตอบสนองต่อยาต้านฮีสตามีนในผู้ป่วยแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน ผู้ป่วยบางรายใช้ยาเพียงตัวเดียวก็ได้ผลดี แต่บางรายแพทย์อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ยาต้านฮีสตามีนในกลุ่มอื่น หรือใช้ยาหลายตัวร่วมกัน เพื่อควบคุมอาการ

 

2. ทาคาลาไมน์โลชั่น

การทาคาลาไมน์ บริเวณผิวที่เกิดลมพิษเพื่อป้องกันการคันและติดเชื้อตามมาได้ หากไม่มีคาลาไมน์โลชั่น สามารถใช้ครีมทาผิวอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมใช้แทนได้

เมื่อเป็นโรคลมพิษ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

  • ควรออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงหรือสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้เกิดอาการ
  • ไม่ควรสัมผัสกับผื่นลมพิษโดยตรง
  • ทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ แล้วเช็ดให้แห้ง
  • ทายาแก้อาการลมพิษหรือรับประทานยาให้ครบ
  • ไม่ควรเครียด วิตกกังวล และควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

 

วิธีป้องกันอาการลมพิษที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงหรือสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัว เช่น อาหาร ยา สารกระตุ้น หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ หากคุณมีประวัติของการเกิดลมพิษจึงควรสังเกตตัวเองอยู่เสมอ ระมัดระวังการใช้ยาให้ถูกต้องและเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ที่ต้องใช้ยาในการรักษาโรคเป็นประจำ นอกจากนี้ ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังเป็นการช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย

คำถามที่พบบ่อย (2)

  • เป็นลมพิษ ห้ามทานอะไร?

    ลมพิษสัมพันธ์กับอาการแพ้ อาหารที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาดและอาหารที่อาจส่อว่ามีการแพ้ ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน

  • เป็นลมพิษ ต้องไปหาหมอไหม?

    ลมพิษแม้จะสามารถหายได้เองในกรณีที่เป็นชนิดเฉียบพลัน แต่การพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุของลมพิษจะเป็นการรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดลมพิษเรื้อรังและเป็นการปกป้องสุขภาพตั้งแต่ต้นเหตุ

คำถามที่พบบ่อย