สีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำและจุดด่างดำบนใบหน้า สาเหตุการเกิดและวิธีการดูแลรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด

แสงแดด ฝุ่นละออง และสภาพแวดล้อมเป็นพิษที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ หนึ่งในปัญหาผิวที่รบกวนใจสาวๆ เป็นง่ายแต่หายยาก และมักจู่โจมเราแบบไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะจุดด่างดำบนใบหน้า มักเป็นปัญหาผิวที่พบได้เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดจากปัจจัยภายนอกได้อีกด้วย ซึ่งล้วนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ทำให้เกิดผิวหมองคล้ำในหลายจุด เช่น ผิวหน้า มือ หรือผิวบริเวณที่มีการสัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ จนสามารถสังเกตได้ถึงสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอกัน การเริ่มต้นดูแลปัญหาผิวเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก วันนี้เราจะมาร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน


สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นการเกิดจุดด่างดำบนใบหน้า 

จุดด่างดำบนใบหน้าเป็นปัญหาผิวที่สามารถพบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายในอัตราส่วนที่เท่ากัน โดยพบมากในคนที่มีผิวสีเข้มและเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น แสงแดด พันธุกรรม อายุ ฮอร์โมน หรือการอักเสบของผิวหนัง อย่างไรก็ตาม ลักษณะของจุดด่างดำบนใบหน้าสามารถจำแนกออกได้หลายรูปแบบ ตามสาเหตุและปัจจัยที่กระตุ้นเช่น เกิดจากอายุที่มากขึ้น มักพบบริเวณ ใบหน้า และบริเวณที่ผิวบอบบาง หรือเกิดจากสภาพแวดล้อม ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังที่สัมผัสแสงแดดมากๆ จนมีปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอร่วมด้วย


หากจะมองให้ลึกถึงต้นตอ รายละเอียดของการเกิดปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าและสาเหตุที่แท้จริงนั้น ล้วนเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสี (Malanocytes) สร้างเม็ดสีในปริมาณที่มากเกินไป โดยกระบวนการสร้างเม็ดสี เริ่มจากเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่อยู่ภายในเมลาโนโซมเปลี่ยนสารตั้งต้นให้เป็นเม็ดสีเมลานิน และเคลื่อนย้ายเม็ดสีเมลานินจาก Melanocytes มาอยู่ที่เซลล์ผิวหนังชั้นบน


ภาพแสดงกระบวนการสร้างเม็ดสี
เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานิน ถ้าเอนไซม์นี้ทำงานมาก ก็จะเกิดการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้น

Dermo-cosmetic solutions for age spots

ปกติแล้วเม็ดสีเมลานิน มีประโยชน์ในการช่วยดูดซับรังสียูวีจากแสงแดด แต่ถ้าผิวหนังสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป Melanocytes จะสร้างเม็ดสีเมลานินในปริมาณที่มากขึ้น ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำคล้ำเสีย มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งพบได้บ่อยบริเวณใบหน้า มือ และผิวบอบบางเมื่ออายุมากขึ้น ส่งผลให้เกิดจุดด่างดำบนใบหน้ามากขึ้น ซึ่งรักษาได้ยากและใช้เวลายาวนาน

การรักษา ฝ้า กระ จุดด่างดำ

มี 2 วิธีการที่แพทย์เลือกใช้

 1) การผลัดเซลล์ผิว เพื่อขจัดเม็ดสีเมลานินออกไป 

2) การควบคุมการสร้างเม็ดสี 


วิธีการผลัดเซลล์ผิว เพื่อขจัดเม็ดสีเมลานิน

1.วิธีการผลัดเซลล์ผิว เพื่อขจัดเม็ดสีเมลานิน

1.การลอกหน้า (Chemical peel) เช่น การใช้กรดผลไม้ (Glycolic Acid, AHA) ทาบริเวณที่มีจุดด่างดำ เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่

2.เทคนิคเลเซอร์ (Fraxel, Erbium YAG) และเทคนิค IPL (Intense Pulse Light) เป็นการยิงแสงเลเซอร์เพื่อทำให้เม็ดสีกระจายตัว แล้วผลัดออกไปพร้อมกับเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้ว

ซึ่งทั้งการลอกหน้า และการทำเลเซอร์ อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง อักเสบและร้อนที่ผิวได้ ซึ่งยิ่งมีโอกาสทำให้ผิวเกิดการสร้างเม็ดสีที่มากขึ้น (post-inflammatory hyperpigmentation)

2.การควบคุมการสร้างเม็ดสี

  • มีสารหลายชนิดที่มีคุณสมบัติในการช่วยควบคุมการสร้างเม็ดสีเมลานิน

  • Hydroquinone 2-4% เป็นสารที่ใช้อย่างแพร่หลายมานาน แต่ก็มีโอกาสทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในความเข้มข้นต่ำ

  • Kojic Acid สารสกัดธรรมชาติที่ได้มาจาก Japanese rice wine แต่อย่างไรก็ตาม สารชนิดนี้ลดการสร้างเม็ดสีเมลานินได้ไม่ดีพอ

  • Glycolic Acid เป็นสารที่ใช้แพร่หลายในเทคนิค Chemical peel และอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีหลายตัว

  • Vitamin C มักถูกใช้ร่วมกับสารอื่นๆ เพื่อช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน


นอกจากการควบคุมการสร้างเม็ดสีเมลานินแล้ว ยังมีสารอื่นๆ อีกที่ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำใหม่

  • การใช้สารป้องกันแสงแดด เพื่อลดการทำร้ายผิวจากแสงแดด

  • Arbutin พบได้ในผลิตภัณฑ์ whitening หลายชนิด แต่ก็ยังต้องระวังในเรื่องความปลอดภัย

  • Retinoids (Vitamin A) : เป็นสารที่มีประสิทธิภาพ แต่อาจเกิดการระคายเคืองและแพ้ได้ง่าย และไม่แนะนำให้ใช้ในสตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ด้วยเหตุผลในเรื่องความปลอดภัย

  • B-Resorcinol : สารที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการลดการสร้างเม็ดสีเมลานินจากจุดกำเนิด ซึ่ง B-Resorcinol เป็นสารสำคัญที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ ยูเซอริน ไวท์ เทราพี โดยมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส โดยไม่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง

ภาพแสดงการเกิดเม็ดสีเมลานิน ก่อนและหลังการใช้ ยูเซอริน ไวท์ เทราพี
จุดด่างดำ ก่อนและหลังการใช้ ยูเซอริน ไวท์ เธราพี

  • ไทอามิดอล (THIAMIDOL) : อีกหนึ่งสารในกลุ่มไวท์เทนนิ่งที่ได้รับรองจากแพทย์ผิวหนังชั้นนำทั่วโลก จนถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร JID (Journal of Investigative Dermatology) ถึงประสิทธิภาพในการช่วยลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน ด้วยการทำงานที่สามารถลงลึกในชั้นผิว ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดจุดด่างดำ ดีกว่าสาร บี-รีซอซินอล ถึง 10 เท่า และมากกว่าหลาย 100 เท่า เมื่อเทียบกับสารโคจิกแอซิดและอาร์บูติน ทั้งยังฟื้นฟูผิว ช่วยลดการกลับมาเป็นปัญหาจุดด่างดำบนใบหน้าซ้ำอีกครั้ง และเป็นสารสำคัญที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ UltraWHITE+ Spotless Double Booster Serum ที่จับ 2 เซรั่มเข้มข้นมารวมกัน ระหว่าง THIAMIDOL™ และ PURE HYALURON ตัวช่วยด้านการฟื้นฟูและบำรุงผิว ให้กลับมาอิ่มฟู พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของสารไทอามิดอลให้จัดการปัญหาผิวนี้ได้อย่างตรงจุด และเห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้นกว่าปกติถึง 1.5 เท่า 

จุดด่างดำ ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย สีผิวไม่สม่ำเสมอ มักเป็นปัญหาผิวที่พบได้เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น แต่เราสามารถเริ่มต้นดูแลผิวของตัวเองได้ตั้งแต่แรกเริ่มโดยที่ไม่ต้องรอเวลา การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาและฟื้นฟูผิวอย่างตรงจุด เป็นหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณสามารถดูแลและปกป้องผิวได้ง่ายด้วยตัวคุณเอง 


ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ