

สาเหตุที่ทำให้หน้าเราหย่อนคล้อย ไม่กระชับ สูญเสียวอลุ่มในชั้นผิว
ความหย่อนคล้อยของผิวไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ผิวชั้นนอก แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวในชั้นลึก ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายในและภายนอกรวมกัน:
ปัจจัยภายใน:
- อายุที่เพิ่มขึ้น: ปัจจัยสำคัญที่สุดคือการที่ร่างกายผลิต คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่เปรียบเสมือนโครงสร้างพยุงผิวได้น้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเริ่มยุบตัว
- การอ่อนแรงของชั้น SMAS: ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) คือชั้นพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นไขมันและกล้ามเนื้อบนใบหน้า ทำหน้าที่เหมือนตาข่ายพยุงผิว เมื่อชั้นนี้อ่อนแรงและยืดออก ก็จะทำให้ผิวทั้งหมดหย่อนลงมาอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยภายนอก:
- แสงแดด (UV Radiation): ตัวการสำคัญที่เร่งการสลายของคอลลาเจนและอีลาสติน
- มลภาวะและอนุมูลอิสระ: ทำร้ายเซลล์ผิวและโครงสร้างผิวโดยตรง
- ไลฟ์สไตล์: การสูบบุหรี่, การพักผ่อนน้อย, และการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ล้วนส่งผลให้ผิวสูญเสียความกระชับได้
สัญญาณว่าผิวหน้าเริ่มไม่กระชับ
สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าผิวหน้าเริ่มสูญเสียความกระชับ ได้แก่
- กรอบหน้าและแนวกรามเริ่มไม่คมชัด
- แก้มส่วนล่างดูตกหรือเกิดลักษณะคล้ายกระเปาะ
- ร่องแก้มและร่องน้ำหมากเห็นชัดขึ้น
- ใต้คางมีผิวหลวมหรือมีไขมันสะสม
- คิ้วหรือหางตาดูต่ำลง
- ผิวบริเวณลำคอเริ่มหย่อนหรือเป็นรอยพับ
- ขมับหรือแก้มดูตอบจากการสูญเสียวอลุ่ม
สัญญาณเหล่านี้อาจเกิดจากคนละสาเหตุ ตัวอย่างเช่น ร่องแก้มอาจสัมพันธ์กับการสูญเสียวอลุ่ม ขณะที่กรอบหน้าไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับทั้งผิวหย่อน ไขมันสะสม และการเคลื่อนตำแหน่งของเนื้อเยื่อ

เลือกวิธียกกระชับหน้าจากต้นเหตุของปัญหา
| ปัญหาหลัก | วิธีที่อาจนำมาพิจารณา | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ผิวแห้ง ริ้วรอยตื้น และคุณภาพผิวลดลง | มอยส์เจอไรเซอร์ สารดูแลริ้วรอย และครีมกันแดด | ช่วยด้านความชุ่มชื้นและลักษณะผิว แต่ไม่ดึงเนื้อเยื่อชั้นลึก |
| ผิวเริ่มหลวมและกรอบหน้าไม่ชัดเล็กน้อย | Focused ultrasound หรือ radiofrequency | ผลมักค่อยเป็นค่อยไปและแตกต่างกันในแต่ละคน |
| ขมับตอบ แก้มแบน หรือวอลลุ่มลดลง | สารเติมเต็มที่แพทย์ประเมิน | เป็นการคืนวอลลุ่มและเสริมจุดพยุง ไม่ใช่การทำให้ผิวหดตัว |
| กรามเด่นจากกล้ามเนื้อหรือมีกล้ามเนื้อบางมัดดึงลง | Botulinum toxin ในตำแหน่งที่เหมาะสม | ไม่แก้ผิวส่วนเกินหรือวอลลุ่มที่สูญเสีย |
| ต้องการแรงพยุงเนื้อเยื่อบางแนว | ร้อยไหม | ผลไม่ถาวรและมีความเสี่ยงที่ต้องประเมิน |
| มีผิวส่วนเกินหรือความหย่อนคล้อยชัดเจน | ปรึกษาศัลยแพทย์เรื่องการผ่าตัดดึงหน้า | ให้ผลเชิงโครงสร้างมากกว่า แต่มีแผลและระยะพักฟื้น |
9 วิธีดูแลและยกกระชับหน้า
1. การใช้ครีม ยกกระชับหน้า
เพื่อช่วยยกกระชับหน้าให้ผิวหนังกลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ รูปหน้าเรียวและเป็น V shape อย่างที่สาวๆ ทุกคนปรารถนา และยังมีตัวช่วยเพื่อช่วยยกกระชับหน้าให้ผิวหนังกลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์อย่าง Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM เซรั่มลดริ้วรอยอายุ 40+ ช่วยให้ผิวกระชับ และช่วยลดจุดด่างดำตามวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการบำรุง ที่มี Arctiin สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยเติมให้ริ้วรอยลึกร่องลึกตามวัยให้ดูตื้นขึ้น และช่วยให้ผิวเรียบเนียนเด้งกระชับ ฟื้นบำรุงผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีไทอามิดอล (THIAMIDOL®) สารสำคัญเอกสิทธิ์เฉพาะของยูเซอริน ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ให้ผิวหน้าเปล่งประกายดูสุขภาพดี

แนะนำใช้คู่กับ Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE น้ำตบไฮยาลูรอนเพื่อบำรุงผิว ที่จะมาช่วยทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มฟูกระชับและดูเรียบเนียน ผสาน Panthenol ช่วยปลอบประโลมผิว พร้อมวิตามินซี แอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยลดเลือนริ้วรอยความหมองคล้ำให้ผิวดูเรียบเนียนกระจ่างใส พร้อมฟื้นบำรุงผิวที่ถูกทำร้าย รูขุมขนดูเล็กลง ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น



2. Hifu กระชับใบหน้า
การทำ HIFU กระชับใบหน้าเป็นการรักษารอยเหี่ยวย่นที่พัฒนามาจากคลื่นเสียงอัลตร้าซาวน์ ช่วยดึงยกกระชับผิวหน้าโดยการทำให้ชั้นผิวที่ถูกยิงคลื่นอัลตร้าซาวน์หดตัว ทำแล้วอยู่ได้ไม่นานต้องทำใหม่ตลอด
3. Thermage ยกกระชับหน้า
การทำ Thermage รักษารอยย่นของผิวโดยการยิงความร้อนลงไปใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวฟูขึ้นและยกกระชับขึ้น แต่หลักๆแล้ว Thermage เป็นการลดไขมันบนใบหน้า และช่วยเรื่องรูขุมขนมากกว่าการหวังผลในเรื่องยกกระชับผิว และอาจรู้สึกเจ็บเวลาทำมากกว่า
4. Ulthera ยกกระชับหน้า
การทำ Ulthera จะเป็นการใช้คลื่นเสียงในการกระตุ้นจนเกิดจุดความร้อนใต้ผิวหนัง สามารถกำหนดทิศทางได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมในการนำมายกกระชับผิว และค่อนข้างเจ็บเวลาทำ อาจต้องทำใหม่ทุก 6 เดือนถ้าหากไม่สามารถทนเจ็บได้
5. ร้อยไหม ยกกระชับหน้า
การร้อยไหมก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้ในการยกกระชับหน้า สามารถเห็นผลได้ทันทีแต่ก็ต้องแลกมากับความเจ็บและต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทำให้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย
6. Ultraformer III ยกกระชับหน้า
การทำ Ultraformer III จะเป็นการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูง โดยตัวเครื่องสามารถช่วยยกกระชับผิว ให้ผิวกระชับมากยิ่งขึ้นและจะสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางทำให้เท่านั้น
7. โบท็อกซ์ ยกกระชับหน้า
การฉีดโบท็อกซ์บนใบหน้า เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในการยกกระชับใบหน้าให้ดูเรียวสวยขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ซึ่งโบท็อกซ์ที่ใช้ในการยกกระชับใบหน้าจะเน้นไปที่การคลายกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดริ้วรอยและช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
8. ฟิลเลอร์ ยกกระชับหน้า
การปรับรูปหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยให้ดูอ่อนเยาว์และกระชับมากขึ้น โดยการใช้สารเติมเต็มชนิดกรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) ฉีดเข้าไปในบริเวณที่ต้องการปรับปรุง เพื่อเติมเต็มร่องลึก เสริมสร้างโครงสร้างใบหน้า และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู
9. นวดยกกระชับใบหน้า
การนวดยกกระชับใบหน้า เป็นวิธีการบำรุงผิวหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และช่วยให้ผ่อนคลายได้ดี การนวดหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อใบหน้า และช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับขึ้น
เลือกวิธียกกระชับหน้าอย่างไรให้เหมาะกับปัญหา
ไม่ควรเลือกวิธีจากอายุ ชื่อเครื่อง รีวิว หรือราคาเพียงอย่างเดียว ควรให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาเกิดจากองค์ประกอบใดเป็นหลัก ได้แก่
- คุณภาพผิวและการสูญเสียคอลลาเจน
- การสูญเสียวอลุ่ม
- ไขมันสะสม
- การทำงานของกล้ามเนื้อ
- การหย่อนของเนื้อเยื่อ
- ปริมาณผิวส่วนเกิน
ผู้ที่อายุเท่ากันอาจมีสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าแตกต่างกัน บางคนอาจเหมาะกับการดูแลผิวเพียงอย่างเดียว ขณะที่บางคนมีปัญหาหลายชั้นและอาจต้องใช้วิธีร่วมกัน
- เลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตและตรวจสอบผู้ให้บริการได้
- ตรวจสอบชื่อ รุ่น และแหล่งที่มาของอุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์
- แจ้งประวัติโรคประจำตัว ยา อาหารเสริม การตั้งครรภ์ และหัตถการที่เคยทำ
- ขอข้อมูลเรื่องผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด ความเสี่ยง และการดูแลหลังทำ
- ระวังคำโฆษณาที่รับประกันผล ถาวร 100% หรือไม่มีความเสี่ยง
- หากมีแผล การติดเชื้อ หรือผิวอักเสบบริเวณที่จะรักษา ควรเลื่อนหัตถการและให้แพทย์ประเมิน
- หลังทำควรปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะของแพทย์ เพราะแต่ละหัตถการมีข้อดูแลต่างกัน
หากหลังทำมีอาการปวดรุนแรง ผิวซีดหรือคล้ำผิดปกติ มีตุ่มพอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง การมองเห็นเปลี่ยนแปลง หรืออาการรุนแรงขึ้น ควรติดต่อสถานพยาบาลหรือพบแพทย์ทัน
บทสรุป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการยกกระชับหน้า (7)
-
ครีมยกกระชับหน้าทำให้กรอบหน้าชัดขึ้นได้หรือไม่
ครีมช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเรียบเนียน อิ่มฟู และทำให้ริ้วรอยบางประเภทดูตื้นลงได้ แต่ไม่สามารถย้ายไขมัน ดึงเอ็นยึด หรือกำจัดผิวส่วนเกิน จึงไม่ควรคาดหวังผลเทียบเท่าหัตถการหรือการผ่าตัด -
HIFU, Ultherapy และ Ultraformer ต่างกันอย่างไร
ทั้งสามคำเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี focused ultrasound แต่ต่างกันในรายละเอียดของอุปกรณ์ หัวพลังงาน ความลึก ระบบนำทาง และแผนการรักษา การเลือกควรพิจารณาร่วมกับปัญหา มาตรฐานเครื่อง และประสบการณ์ของผู้ทำ -
Thermage กับ HIFU เลือกวิธีใด
Thermage ใช้ radiofrequency เพื่อให้ความร้อนแก่เนื้อเยื่อและปรับความแน่นของผิว ส่วน HIFU ใช้อัลตราซาวนด์รวมจุดในระดับความลึกที่กำหนด วิธีที่เหมาะขึ้นอยู่กับความหนาของผิว ปริมาณไขมัน ระดับความหย่อนคล้อย และตำแหน่งที่ต้องการรักษา -
ฟิลเลอร์ช่วยยกหน้าได้จริงหรือไม่
ฟิลเลอร์ไม่ทำให้ผิวหดตัว แต่ช่วยคืนวอลุ่มและเสริมจุดพยุงบางตำแหน่ง จึงอาจทำให้ใบหน้าดูยกขึ้นทางอ้อม เหมาะกับปัญหาจากวอลุ่มลดมากกว่าผิวส่วนเกิน -
Botox ช่วยยกกระชับหน้าได้หรือไม่
Botulinum toxin อาจช่วยปรับแนวใบหน้าบางตำแหน่งผ่านการลดแรงหดตัวของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้ยกผิวทั้งใบหน้า ไม่เติมวอลุ่ม และไม่กำจัดผิวส่วนเกิน -
ยกกระชับหน้าอยู่ได้นานเท่าไร
ไม่มีระยะเวลาที่ใช้ได้กับทุกคน ผลขึ้นอยู่กับวิธี อุปกรณ์ พลังงาน ตำแหน่งรักษา อายุ สภาพผิว พฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ หัตถการส่วนใหญ่ให้ผลชั่วคราวและอาจต้องประเมินซ้ำเมื่อผลลดลง -
อายุเท่าไรควรเริ่มยกกระชับหน้า
ไม่ควรกำหนดจากอายุเพียงอย่างเดียว ผู้ที่อายุเท่ากันอาจมีสภาพผิวและโครงสร้างใบหน้าแตกต่างกัน ควรเริ่มจากการป้องกันแสงแดดและดูแลผิว ส่วนหัตถการควรพิจารณาเมื่อมีปัญหาชัดเจนและได้รับการประเมินว่าประโยชน์เหมาะสมกับความเสี่ยง




