
อาการปากแห้ง
- ริมฝีปากแห้งหรือแตก
- รู้สึกปากแห้งหรือน้ำลายน้อย เหนียวในปากตลอดเวลา
- ลิ้นแห้ง หรือรู้สึกแสบลิ้น โดยเฉพาะขณะพูดหรือกินอาหาร
- กลืนอาหารลำบาก โดยเฉพาะของแห้ง
- มีแผลในปากหรือมุมปากอักเสบ
- กลิ่นปาก เนื่องจากน้ำลายไม่พอในการชะล้างแบคทีเรีย
- เสียงแหบ หรือรู้สึกคอแห้ง
- รู้สึกเจ็บหรือแสบขณะพูดหรือกินอาหารรสจัด
- มีคราบขาวในปาก หรืออาจเกิดเชื้อราในปาก (เช่น เชื้อแคนดิดา)
- ฟันผุง่ายกว่าปกติ เพราะน้ำลายช่วยปกป้องฟันจากกรด
อาการปากแห้งจากน้ำลายน้อย
ภาวะปากแห้งจากน้ำลายน้อยเกิดภายในช่องปากและอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- รู้สึกปากเหนียวหรือน้ำลายข้น
- ลิ้นแห้ง แสบ หรือมีร่อง
- พูด เคี้ยว หรือกลืนอาหารลำบาก
- คอแห้งหรือเสียงแหบ
- มีกลิ่นปาก
- การรับรสเปลี่ยนไป
- มีแผลหรือคราบขาวในช่องปาก
- ฟันผุหรือเหงือกอักเสบง่ายขึ้น
น้ำลายช่วยหล่อลื่นช่องปาก ชะล้างเศษอาหาร และลดผลกระทบจากกรดและแบคทีเรีย เมื่อมีน้ำลายน้อยต่อเนื่องจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ โรคเหงือก และการติดเชื้อในช่องปาก
สาเหตุการเกิดริมฝีปากแห้งแตกและลอกเป็นขุย
การจะบำรุงรักษาริมฝีปากให้ปราศจากปัญหาปากแห้ง แตก ลอกและเป็นขุยนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ให้ลึกถึงต้นตอของปัญหา เพื่อนำไปสู่การป้องกันและแก้ไขได้อย่างถูกวิธี ซึ่งปัจจัยที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการริมฝีปากแห้ง แตก ลอกเป็นขุย มีดังต่อไปนี้
- อยู่ในสภาพอากาศหนาวหรือแห้ง เช่น ในห้องที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศ รวมไปถึงการสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไป
- การเลียริมฝีปาก บางคนเลียริมฝีปากตนเองจนเป็นนิสัย หรือเลียเวลาปากแห้ง พฤติกรรมเช่นนี้จะยิ่งทำให้ปากแห้งมากกว่าเดิม เพราะน้ำลายจะดึงเอาความชุ่มชื้นออกไปจากริมฝีปากและทำให้ปากแห้งลง
- ดื่มน้ำน้อย จะทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ปกติร่างกายต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย การดื่มน้ำไม่เพียงพอนอกจากทำให้ร่างกายขาดน้ำ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการได้หลากหลาย เช่น ปากแห้ง วิงเวียนศีรษะ รวมไปถึงท้องผูก
- ภาวะขาดสารอาหาร มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกับภาวะร่างกายขาดน้ำ คือปากแห้ง แต่การขาดสารอาหารก่อให้เกิดอาการอื่น ๆ ได้อีก เช่น กระดูกเปราะ ฟันผุ นอกจากนี้ผู้ที่มีภาวะขาดน้ำและขาดสารอาหารมีแนวโน้มทำให้ปากแห้งง่ายกว่าผู้ที่ไม่อยู่ในภาวะขาดน้ำ หากอาการปากแห้งมีที่มาจากทั้ง 2 ภาวะนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
- การใช้ผลิตภัณฑ์บางชนิด ซึ่งอาจมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อริมฝีปาก เช่น ลิปบาล์ม ลิปสติก ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หรือครีมกันแดด
- การใช้ยารักษาโรคหรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินเอ เรตินอยด์ ยาลิเทียม หรือยาเคมีบำบัด อาจทำให้บางคนปากแห้งได้
- โรคเรื้อรังหรือภาวะทางผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคพุ่มพวงหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง อาจส่งผลให้ปากแห้ง แตก หรือระคายเคืองได้

วิธีการดูแลรักษาริมฝีปากแห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื้น
1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดโดยไม่จำเป็น
เมื่อต้องออกกลางแจ้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปากที่มี SPF 30 ขึ้นไป และทาซ้ำตามคำแนะนำบนฉลาก โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ หรือเช็ดริมฝีปาก
2. หยุดเลีย กัด เม้ม หรือแกะริมฝีปาก
ไม่ควรเลีย เม้ม หรือกัดริมฝีปาก เพราะยิ่งทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นและริมฝีปากแห้งมากขึ้น ไม่ควรดึงหรือแกะหากปากแห้งแตกและลอกเป็นขุย เพราะจะยิ่งทำให้ปากลอกและแห้งแตกมากยิ่งขึ้น
3. หยุดผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แสบหรือระคายเคือง
หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หรือสิ่งที่อาจทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีสารระคายเคืองหรือน้ำหอม
4. เพิ่มความชื้นในห้อง
ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบปรับสมดุลความชื้น เพื่อปรับสภาพอากาศที่แห้งและเย็นให้มีความชื้นเพิ่มขึ้น
5. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ รักษาความชุ่มชื้นของผิวพรรณและริมฝีปากเอาไว้ โดยดื่มให้เพียงพอวันละ 8-10 แก้ว อย่างสม่ำเสมอ
6. ใช้ลิปบาล์มหรือขี้ผึ้งเคลือบริมฝีปาก
ใช้ลิปบาล์ม หรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ เสมือนเป็นเกราะป้องกันจากแสงอาทิตย์ ลม หรือสภาพอากาศที่เย็นและแห้งได้ เช่น EUCERIN AQUAPHOR SOS LIP CARE ที่สามารถฟื้นบำรุงให้ริมฝีปากหายแห้งแตกภายใน 60 วินาที ด้วยนวัตกรรม Semi-occlusive ที่เคลือบปกป้องและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว โดยออกซิเจนสามารถผ่านเข้าสู่ผิวเพื่อเสริมกระบวนการฟื้นบำรุงผิวได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนผสมของ Vitamin C และ E ที่ช่วยบำรุงให้ปากชุ่มฉ่ำสุขภาพดี แพนทีนอล เพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยฟื้นบำรุงกระบวนการสร้างเซลล์ผิวตามธรรมชาติ และบิซาโบลอล ช่วยปลอบประโลมผิว ริมฝีปากจึงกลับมาอวบอิ่ม ร่องปากดูตื้นขึ้น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งยังปราศจากสารกันเสีย สารแต่งสี และน้ำหอม ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย
วิธีป้องกันปากแห้ง
- ดื่มน้ำบ่อย ๆ จิบน้ำเป็นระยะตลอดวัน เพื่อคงความชุ่มชื้นในช่องปาก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เพราะทำให้ร่างกายขาดน้ำ
- เคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมแบบไม่มีน้ำตาล ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลายตามธรรมชาติ เลือกสูตรที่มี ไซลิทอล (xylitol) ช่วยป้องกันฟันผุ
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ สารเหล่านี้ทำให้เยื่อบุปากแห้งและลดการทำงานของต่อมน้ำลาย
- ใช้เครื่องทำความชื้น (humidifier) โดยเฉพาะตอนนอน หากนอนในห้องแอร์หรืออากาศแห้ง จะช่วยลดการระเหยของน้ำจากเยื่อบุปาก
- เลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่อ่อนโยนใช้น้ำยาบ้วนปากหรือยาสีฟันที่ ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่รุนแรง
ริมฝีปากเป็นส่วนที่อ่อนโยน บอบบางกว่าผิวหนังส่วนอื่น การบำรุงริมฝีปากให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่ให้ริมฝีปากแห้ง แตก และเป็นขุยจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรให้ความสำคัญกับวิธีการบำรุงและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนังอย่าง EUCERIN AQUAPHOR SOS LIP CARE ที่ช่วยฟื้นบำรุงให้ริมฝีปากหายแห้งแตก ล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน ให้ริมฝีปากกลับมาอวบอิ่ม ร่องปากดูตื้นขึ้น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
ถ้าปากแห้งจากน้ำลายน้อยควรดูแลอย่างไร
ผู้ที่รู้สึกปากเหนียว น้ำลายน้อย ลิ้นแห้ง หรือกลืนอาหารลำบาก สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้
- จิบน้ำสะอาดเป็นระยะ
- วางน้ำไว้ข้างเตียงหากตื่นมาปากแห้ง
- เคี้ยวหมากฝรั่งหรืออมลูกอมไม่มีน้ำตาล
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีไซลิทอลเพื่อลดการสัมผัสน้ำตาลและช่วยกระตุ้นน้ำลาย
- ใช้น้ำยาบ้วนปากที่ไม่มีแอลกอฮอล์
- ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- จำกัดคาเฟอีนหากสังเกตว่าทำให้อาการแย่ลง
- งดสูบบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบ
- ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นหากนอนในห้องแอร์หรือหายใจทางปาก
ควรแปรงฟันวันละสองครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์และพบทันตแพทย์เป็นประจำ เนื่องจากภาวะน้ำลายน้อยต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงฟันผุ กลิ่นปาก โรคเหงือก และการติดเชื้อภายในช่องปาก
ปากแห้งแบบไหนควรพบแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง แพทย์ หรือทันตแพทย์เมื่อมีอาการต่อไปนี้
- ริมฝีปากแห้งแตกไม่ดีขึ้นภายในประมาณ 2–3 สัปดาห์
- มีแผล เลือดออก บวม หรือตุ่มน้ำเป็นซ้ำ
- มีผื่นลามออกนอกกรอบริมฝีปาก
- มุมปากแตกหรืออักเสบเป็นประจำ
- ริมฝีปากบางตำแหน่งเป็นสะเก็ด หนา แข็ง หรือไม่หาย
- ปากแห้งร่วมกับตาแห้ง ปวดข้อ ผื่น หรืออ่อนเพลีย
- กระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
- น้ำลายน้อยจนพูด เคี้ยว หรือกลืนอาหารลำบาก
- มีคราบขาว แผล หรือความเจ็บปวดภายในช่องปาก
- ฟันผุหรือเหงือกอักเสบเพิ่มขึ้น
- สงสัยว่าอาการเกิดจากยาที่ใช้อยู่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปากแห้ง (6)
-
ปากแห้งเกิดจากอะไรบ่อยที่สุด
ริมฝีปากแห้งแตกมักเกิดจากอากาศแห้ง แสงแดด การเลียริมฝีปาก และผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ส่วนภาวะปากแห้งภายในช่องปากมักสัมพันธ์กับภาวะขาดน้ำ ยาบางชนิด การหายใจทางปาก หรือการทำงานของต่อมน้ำลายลดลง -
ปากแห้งแต่ดื่มน้ำแล้วไม่หายเกิดจากอะไร
หากเป็นริมฝีปากแห้ง ปัญหาอาจเกิดจากปราการผิวเสียหรือผลิตภัณฑ์ระคายเคือง ซึ่งต้องหยุดตัวกระตุ้นและใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบผิวร่วมด้วย หากเป็นความแห้งภายในช่องปาก อาจเกี่ยวข้องกับยา การหายใจทางปาก หรือภาวะที่กระทบต่อมน้ำลาย -
ปากแห้งตอนเช้าเกิดจากอะไร
อาการปากแห้งตอนเช้าอาจเกิดจากการนอนอ้าปาก นอนกรน คัดจมูก หรืออากาศในห้องแห้ง หากมีอาการตลอดวัน น้ำลายน้อย หรือกลืนลำบากร่วมด้วย ควรประเมินภาวะ Xerostomia เพิ่มเติม -
ปากแห้งควรใช้ลิปบาล์มแบบไหน
ควรเลือกผลิตภัณฑ์เนื้อบาล์มหรือขี้ผึ้งที่ช่วยเคลือบลดการสูญเสียน้ำ มีสูตรเรียบง่าย และไม่มีน้ำหอม สารแต่งรส เมนทอล หรือการบูร หากใช้แล้วแสบ คัน หรือบวม ควรหยุดใช้ -
การเลียริมฝีปากช่วยให้ปากหายแห้งหรือไม่
การเลียริมฝีปากไม่ช่วยในระยะยาว เพราะเมื่อน้ำลายระเหย ริมฝีปากจะยิ่งแห้ง และการเลียซ้ำยังทำลายปราการผิว ทำให้เกิดการระคายเคืองและหายช้าลง -
ปากแห้งเกี่ยวกับการขาดวิตามินหรือไม่
ริมฝีปากหรือมุมปากอักเสบเรื้อรังบางกรณีอาจสัมพันธ์กับภาวะขาดธาตุเหล็กหรือวิตามินบี แต่ไม่สามารถสรุปได้จากอาการปากแห้งเพียงอย่างเดียว ควรตรวจประเมินก่อนรับประทานอาหารเสริมขนาดสูง

