Checklist ผิวแห้ง หรือ ผิวขาดน้ำ ผิวเราเป็นแบบไหน ?

ผิวแห้ง คือลักษณะของผิวพรรณที่มีมาแต่กำเนิด เช่นเดียวกันกับคนที่มีผิวมันและผิวผสม วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะเช็กว่าผิวแห้งหรือไม่ คือ ผิวจะแห้งตลอดทั้งวัน ความมันบนผิวหน้าจะน้อยมาก ไม่เพิ่มขึ้น มีแต่จะลดลง วิธีดูแลผิวที่ถูกต้องจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวแห้งตึง และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเนื้อเข้มข้นที่มีสารให้ความชุ่มชื้น 

ส่วนผิวขาดน้ำ คือ สภาวะผิวที่มีความชุ่มชื้นหรือมีน้ำใต้ผิวน้อย ซึ่งจะเกิดขึ้นชั่วขณะ หรือในช่วงที่ผิวได้รับความชุ่มชื้นไม่พอ ทำให้ผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ เพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่เสียไป จึงทำให้รู้สึกว่าบางเวลาหน้าก็มันบางเวลาหน้าก็แห้ง หรือบางครั้งสังเกตได้ว่าหลังล้างหน้าผิวจะแห้ง แต่ระหว่างวันกลับมีผิวหน้ามันเยิ้มผิดปกติ ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดน้ำมักมีปัญหาผิวหมองคล้ำไม่สดใส ผิวไม่อิ่มฟู เห็นริ้วรอยชัด แต่งหน้าไม่ติดทน สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ผิวขาดน้ำนั้นเป็นอาการที่เกิดได้กับผิวทุกประเภท ไม่ว่าจะผิวผสม ผิวมัน หรือผิวแห้ง ถ้าเกิดกับคนผิวแห้งจะเรียกว่า ผิวแห้งขาดน้ำ ถ้าเกิดกับคนผิวมัน จะเรียกว่าผิวมันขาดน้ำ 

Checklist เรามีผิวขาดน้ำไหมนะ ?

  1. รู้สึกว่าผิวแห้ง แต่ในระหว่างวันกลับสังเกตว่าผิวหนังภายนอกเหมือนมีน้ำมันออกมาเคลือบ เนื่องจากผิวหนังขาดความชุ่มชื้นจึงทำให้ผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกติ 
  2. เมื่อดูผิวหนังใกล้ๆ จะเห็นริ้วๆ หรือกร้านๆ ดูหมองโทรม เป็นเพราะมีน้ำใต้ผิวไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดริ้วรอยที่เห็นได้ชัดเจน ผิวไม่อิ่มฟู
  3. ลูบผิวดูแล้วจะรู้สึกว่าผิวไม่นุ่มเนียน ไม่เรียบ 
  4. ผิวแดง และเกิดการระคายเคืองง่าย
  5. แต่งหน้าไม่ติด หรือเครื่องสำอางหลุดง่ายระหว่างวัน 

                   ถ้าคุณมีปัญหาเหล่านี้มากกว่า 3 ข้อ แปลว่ากำลังเผชิญกับปัญหาผิวขาดน้ำ!!

 

สาเหตุที่ทำให้ผิวขาดน้ำ

  • ปัจจัยภายใน ได้แก่ โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ ที่ทำให้รักษาน้ำไว้ที่ผิวหนังไม่ได้ และอายุที่มากขึ้น โดยผู้สูงอายุนั้นต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันน้อยลง ไขมันระหว่างเซลล์ก็ลดลง ทำให้สูญเสียน้ำจากผิวหนังง่าย
  • ปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารเคมี เช่น สารทำความสะอาดชนิดรุนแรง ชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวมากเกินไป ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำง่ายขึ้น สภาพอากาศ เช่น อากาศหนาว ความชื้นต่ำ ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำจากผิวหนังมากขึ้น ทำให้ผิวหนังอักเสบจากความแห้ง และพฤติกรรมเคยชิน เช่น การดื่มน้ำไม่เพียงพอ ออกแดดประจำโดยไม่ป้องกันด้วยกันแดด รวมถึงการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอด้วย

ดูแลผิวขาดน้ำอย่างไร

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำคือส่วนประกอบสำคัญของร่างกาย จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณ 8 แก้ว ต่อวัน

- เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิว ชนิดที่อ่อนโยน ไม่มีสารที่ชำระล้างรุนแรงจนหน้าแห้งตึง 

- หลีกเลี่ยงการขัดหน้าแบบรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการสครับหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อแข็งและหยาบเกินไป การลอกหน้าด้วยแผ่นลอกหน้า รวมถึงการใช้แปรงนวดหน้าแบบขนหยาบเกินไป เพราะจะยิ่งทำให้ผิวสูญสียคามชุ่มชื้นได้ง่ายและทำให้เกิดการระคายเคืองผิว

- ใช้โทนเนอร์ ที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิวทันทีหลังล้างหน้า โดยต้องปราศจากแอลกอฮอล์

- บำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมและเพิ่มการส่งผ่านน้ำระหว่างเซลล์ผิว โดยโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นทางผ่านเข้าออกของโมเลกุลน้ำนั้น เรียกว่า อควาพอริน (AQUAporin) ครีมบำรุงที่ใช้นอกจากจะช่วยเติมน้ำกลับคืนสู่ผิว เก็บความชุ่มชื้นได้ดี ควรมี AQUAporin Booster ที่ช่วยเสริมการทำงานของอควาพอรินเพื่อเพิ่มการส่งผ่านน้ำระหว่างเซลล์ผิวผ่านได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกักเก็บน้ำในผิวได้มากกว่า 5 เท่า เพื่อผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม ดูมีสุขภาพดี

ปัญหาผิวขาดน้ำจะหมดไปหากเรารู้ถึงความแตกต่าง และวิธีการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพียงดื่มน้ำให้เพียงพอ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้น ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง หลีกเลี่ยงการทำให้ผิวหน้าระคายเคืองด้วยการขัดที่รุนแรง ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยเก็บความชุ่มชื้น และบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมน้ำคืนสู่ผิวและมี AQUAporin Booster เพิ่มการทำงานของ AQUAporin ในการส่งผ่านน้ำระหว่างเซลล์ผิว เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวขาดน้ำได้อย่างแท้จริง

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ