ผดร้อนกับผื่นร้อนในเด็กทารก ต่างกันอย่างไร – พร้อมวิธีดูแลรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ

อ่านแล้ว 1 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
ผดร้อน

ผดร้อนทารก และผื่นร้อนทารก มักเกิดกับเด็กทารกได้บ่อยมาก ซึ่งปกติแล้วเราเรียกตุ่ม ตุ่มเล็กๆ เป็นกลุ่มคล้ายตุ่มน้ำ หรือผื่นแดงๆ ที่เกิดขึ้นบนผิวว่า ‘ผดผื่น’ แต่ความจริงแล้ว ‘ผด’ กับ ‘ผื่น’ มีความแตกต่างที่อาการแสดงและสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกัน ซึ่งหากเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ที่สามารถดูแลตัวเองได้ นับว่าเป็นปัญหาผิวที่สามารถดูแลรักษาได้ไม่ยาก แต่หากเกิดปัญหาผดร้อนทารก ผื่นร้อนทารกก็จำเป็นต้องอาศัยความใส่ใจและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีจากผู้ปกครอง รวมถึงแนวทางในการหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนได้อีก

 

ผดร้อน และ ผื่นร้อนทารก แตกต่างกันอย่างไร ?

‘ผด’ นิยมใช้กับลักษณะอาการแสดงที่เป็นเม็ดเล็กๆ ซึ่งเกิดจากการอุดตันของท่อเหงื่อ หรือที่เรียกง่ายๆว่า ‘ผดร้อน’ ในขณะที่ ‘ผื่น’ มีสาเหตุที่แตกต่างและอาการที่หลากหลาย เช่น ผื่นเม็ดเล็ก สาก แดง ผื่นนูนหนา มีลักษณะเป็นปื้นขนาดเล็กใหญ่ ตุ่มเล็กๆเป็นกลุ่มเล็กใหญ่ หรือเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง เป็นต้น

 

สาเหตุของผดร้อนทารก เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผดร้อนทารกมักเกิดขึ้นบ่อยในทารกที่อายุ 1-2 สัปดาห์ เนื่องจากโครงสร้างผิวหนังและต่อมเหงื่อของทารกยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดการอุดตันของท่อระบายเหงื่อ มักเกิดขึ้นในวันที่อากาศร้อนมากๆ และยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น มลภาวะภายนอก ใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป ซึ่งบริเวณที่พบบ่อยได้แก่ หน้าผาก ข้อพับ หน้าอก หลังคอ ขอบเอว และบริเวณที่เสียดสีกับเสื้อผ้าบ่อยๆ  

‘ผดร้อนทารก’ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิด ตามความลึกของชั้นผิวที่เกิด คือ

  1. ผดที่มีลักษณะเหมือนหยดน้ำขนาดเล็ก มีสีใสแตกได้ง่ายมาก มักไม่มีอาการคันร่วมด้วย
  2. ผดที่มีลักษณะเป็นเม็ดสีแดง หรือสีใสในผิวชั้นนอก มักมีอาการแสบคันร่วมด้วย
  3. ผดที่มีลักษณะเหมือนตุ่มหนอง มักเกิดขึ้นในบริเวณชั้นผิวที่ลึกลงไป
  4. ผดที่มีลักษณะตุ่มแดงๆ เกิดในชั้นผิวหนังแท้ แต่ไม่มีอาการใดๆ ร่วมด้วย

 

สาเหตุของผื่นร้อนทารก เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผื่นเด็กมักเกิดขึ้นได้ค่อนข้างง่าย เพราะผิวหนังของทารกมีความบอบบางทำให้ง่ายต่อการเกิดอาการแพ้ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ แมลงกัดต่อย สารเคมีต่างๆ มักเป็นผื่นที่มีลักษณะผื่นลมพิษ ตุ่มนูน หรือตุ่มใส ซึ่งบางรายอาการอาจหายได้เอง แต่หากมีอาการรุนแรงก็อาจต้องไปพบแพทย์   

 

สาเหตุของ‘ผื่นคัน’ ในเด็ก

ผื่นคันในเด็กมีอาการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผื่นเม็ดสีแดงขนาดเล็ก หรือเป็นปื้นผื่นขนาดใหญ่ขึ้นบนใบหน้า ตุ่มน้ำขนาดเล็ก ตุ่มหนอง เป็นต้น สาเหตุที่ทำให้เกิด ‘ผื่นคัน’ ซึ่งมีปัจจัยได้หลายอย่าง เช่น การติดเชื้อ การแพ้สัมผัส การระคายเคือง ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น รวมไปถึง ‘ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis/ atopic eczema)’ ซึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรมที่ทำให้โครงสร้างผิวหนังอ่อนแอ ผิวจึงแห้ง และขาดความชุ่มชื้นได้ง่าย อีกทั้งยังไวต่อการติดเชื้อที่ผิวหนัง สารระคายเคือง สารก่อการแพ้ เป็นต้น ซึ่งจากสถิติพบว่า ร้อยละ 90 ของเด็กที่มีภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีอาการแสดงภายในอายุ 5 ปี และพบว่าส่วนใหญ่จะมีอาการรุนแรงน้อยลงเมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและตามอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังพบภาวะผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน


ผดร้อน วิธีรักษา

วิธีการดูแลรักษา ผดร้อนทารก และ ผื่นเด็ก

1. สังเกตและหลีกเลี่ยงสาเหตุ

เมื่อดูจากสาเหตุของ ‘ผดร้อนทารก’ จะพบว่ามีความแตกต่างกับ ‘ผื่นร้อนเด็ก’ ดังนั้นคุณแม่ผู้ปกครองจึงควรจัดการกับ ‘ผดร้อนทารก’ และ ‘ผื่นคัน’ ให้ถูกต้อง โดยหลีกเลี่ยงสาเหตุการคันในร่มผ้า เช่น การอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่ร้อนชื้นเกินไป สวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับฤดูกาล และหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อม โดยเฉพาะหลังจากการอุจจาระ หรือปัสสาวะ เพื่อไม่ให้อับชื้น 

 

2. เสริมเกราะปกป้องให้ผิวแข็งแรง

เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเด็ก ด้วยครีมที่มีส่วนประกอบของสารสำคัญ เช่น สารลิโคชาลโคน เอ (Licochalcone A) ที่สามารถช่วยลดอาการอักเสบและการระคายเคืองของผิวหรือ โอเมก้า 3 และ 6 ที่มีคุณสมบัติในการช่วยเติมไขมันที่จำเป็นให้ผิว เพื่อคืนความชุ่มชื้น และฟื้นบำรุงผิวลูกน้อยให้แข็งแรง สุขภาพดี  


ครีมรักษา ผดร้อน ผื่นร้อน

3. เลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

ใช้ครีมบำรุงหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังสำหรับเด็กทารกโดยเฉพาะอย่าง Eucerin Omega Balm บาล์มบำรุงผิวที่เป็นสูตรอ่อนโยน ไร้สารตกค้างที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองที่มีสาเหตุจากผิวแห้ง เพื่อบรรเทาอาการและป้องกันไม่ให้ผดร้อน ผื่นร้อนเด็กลุกลามจนกระทบต่อคุณภาพชีวิตของลูกน้อย ควรใช้เป็นประจำทุกวันจะสามารถเสริมความแข็งแรงและชุ่มชื้น เพื่อฟื้นบำรุงชั้นปกป้องผิว ให้ผิวหนังมีสุขภาพที่ดีขึ้นตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่ามีความปลอดภัยสำหรับผิวเด็กทารก ไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง


วิธีรักษาผดร้อนเด็กทารก

หากลูกรักเกิดปัญหาผดร้อนทารก ผื่นร้อนทารกขึ้นแล้วได้ดูแลรักษาเบื้องต้นแล้ว แต่อาการกลับเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการดูแลรักษาซึ่งอาจมีการใช้ยาร่วมด้วย ผดร้อนผื่นร้อนเด็กเป็นปัญหาผิวที่เกิดขึ้นได้ง่าย เพียงแต่เมื่อเกิดผดร้อนผื่นร้อนขึ้นแล้วผู้ปกครองควรเรียนรู้สาเหตุการเกิดและลักษณะอาการแสดงต่างๆ เพื่อนำไปสู่วิธีการดูแลรักษาที่ถูกวิธี นอกจากนี้ควรเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวของเด็กให้แข็งแรงโดยการทาครีมบำรุงผิวให้ลูกน้อยเป็นประจำ เพียงแค่นี้ลูกน้อยของคุณก็จะมีสุขภาพผิวที่ดี พร้อมสนุกกับโลกกว้างได้อย่างไร้กังวล


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง