
‘สิวที่คาง’ หนึ่งในปัญหาผิวหน้ามาแรงแห่งยุค New Normal ที่กวนใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะทีมผิวมัน เป็นสิวง่าย ที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา จนเกิดปัญหาหน้าเป็นสิวขึ้นมา เพราะปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน หรือต้องออกไปทำอะไรนอกบ้าน ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและส่วนรวม แล้วแบบนี้เราจะดูแลผิว รักษาสิวให้ดีขึ้นควรต้องดูแลอย่างไร ?
‘สิวที่คาง’ เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ปกติการเกิดสิวที่คางมีปัจจัยการเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ฮอร์โมนที่ไม่สมดุล การทานอาหารที่มีรสจัด การแพ้ ระคายเคืองจากสิ่งต่างๆ สิ่งสกปรกสะสม หรือการทำความสะอาดผิวหน้าได้ไม่ดีพอ มีเมคอัพและสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวหน้า ทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวผดและสิวอักเสบขึ้นได้ นอกจากนี้การใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาก็สามารถทำให้เป็นสิวได้เช่นกัน โดยสาเหตุเกิดจาก
- การสะสมของเหงื่อและความอับชื้นที่ก่อให้เกิดการสะสมแบคทีเรีย
- เมคอัพที่หลุดติดหน้ากากกระตุ้นให้เกิดสิว
- การเสียดสีของหน้ากากทำให้ผิวระคายเคือง
- ความมันที่ผสมร่วมกับความอับชื้น ทำให้ผิวอุดตันจนกลายเป็นสิวอุดตัน
ดังนั้นเพื่อลดปัญหาหน้าเป็นสิวและลดการเกิดสิวที่คาง มาดูวิธีการดูแลผิว รักษาสิวอย่างไรให้ผิวหน้ากลับมาสุขภาพดี หน้าใส ไร้สิวได้อย่างถูกต้อง
จัดการปัญหาสิวที่คาง จากหน้ากากอนามัย ดูแลอย่างไร ?
1. ดูแลหน้ากากอนามัยให้สะอาด เมื่อสิวที่คางเกิดจากการใส่หน้ากากติดต่อกันนานๆ ดังนั้นควรหาเวลาพักเบรก ถอดหน้ากากอนามัย เพื่อให้ผิวหน้าได้มีอากาศหายใจและลดความอับชื้นที่ก่อให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย ที่สำคัญควรหมั่นรักษาความสะอาดหน้ากากที่ใช้เป็นประจำ โดยหากใช้หน้ากากผ้าควรซักทำความสะอาดทุกวัน หรือหากใช้หน้ากากอนามัยแบบกระดาษก็ควรเปลี่ยนทุกวัน ไม่ควรนำมาใช้ซ้ำ

2. ลดการใช้เครื่องสำอาง ในช่วงที่หน้าเป็นสิวจากการใส่หน้ากากอนามัย ควรลดปริมาณการใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวหน้าสัมผัสกับหน้ากาก ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวที่คางได้ แต่สำหรับบางคนที่จำเป็นต้องใช้เมคอัพอย่างเลี่ยงไม่ได้ ให้เลือกใช้เครื่องสำอางที่เป็นสูตร Oil-free เพื่อช่วยควบคุมความมัน และเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารสำคัญเพื่อช่วยดูแลปัญหาสิว ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวที่คางได้เช่นกัน
3. ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี เพื่อลดการสะสมแบคทีเรียสิ่งสกปรกและดูแลปัญหาสิวที่คางไปพร้อมๆ กัน การทำความสะอาดผิวจึงควรเริ่มตั้งแต่การล้างเมคอัพและครีมกันแดดออกจากผิวหน้า ด้วยคลีนซิ่งวอเตอร์สำหรับผิวเป็นสิว ที่อ่อนโยนต่อผิวขจัดคราบเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และตามด้วยการใช้คลีนซิ่งเจลคิดค้นมาเพื่อคนเป็นสิวโดยเฉพาะ ทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้ง ช่วยลดความมันส่วนเกินและขจัดสิ่งสกปรกอุดตันตามรูขุมขน ที่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน โดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง อีกทั้งช่วยดูแลปัญหาสิวที่กำลังอักเสบ เห่อแดงลดลง ผิวหน้าก็จะค่อยๆ กลับมาแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น

4. ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบครบวงจรสำหรับการดูแลผิวสิวจากหน้ากากอนามัยอย่างครบวงจร เริ่มต้นด้วยขั้นตอนทำความสะอาดด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam เจลทูโฟมที่ทำความสะอาดล้ำลึก ขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินที่เป็นสาเหตุของสิวจากหน้ากากอนามัย ด้วยส่วนผสมของ 2% Salicylic Acid, AHA และ PHA ที่ช่วยสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน ลดสิวและรอยสิว เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
ขั้นตอนต่อมาคือการดูแลเข้มข้นด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เซรั่มที่จัดการทุกปัญหาสิว สิวอุดตัน และรอยสิวใน 2 สัปดาห์ ด้วยพลังของ 2% Salicylic Acid ร่วมกับ Thiamidol® สิทธิบัตรที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส จากการทดสอบในอาสาสมัคร 43 คน พบว่าลดสิวได้ถึง 66%, ลดรอยสิว 80%, และลดสิวอุดตัน 62% หากต้องการจัดการสิวอักเสบฉุกเฉิน สามารถใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL SOS Serum เจลแต้มสิวที่ลดปัญหาสิวด่วนใน 8 ชั่วโมง แต้มเฉพาะจุดที่มีสิวอักเสบ
สุดท้ายคือขั้นตอนบำรุงผิว ใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Mat Fluid มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่คุมมันยาวนาน 8 ชั่วโมง ลดสิวและลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ ด้วย Carnitine ที่ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน เหมาะสำหรับผิวมันที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน หากผิวแห้งระคายเคืองจากการเสียดสีของหน้ากาก สามารถเปลี่ยนมาใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Hydra Repair เพื่อปลอบประโลมและฟื้นฟูเกราะปกป้องผิวระหว่างการดูแลผิวสิว




