ไขข้อสงสัย Salicylic Acid คืออะไร และสำคัญยังไงกับผลิตภัณฑ์สกินแคร์

อ่านแล้ว 3 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

"Salicylic Acid" หรือ "กรดซาลิไซลิก" คือหนึ่งในส่วนผสมสกินแคร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลปัญหาสิวและผิวมัน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการผลัดเซลล์ผิวและทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก ทำให้เป็นส่วนผสมที่แพทย์ผิวหนังแนะนำและผู้บริโภคต่างให้ความไว้วางใจ

กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) ทำงานอย่างไร

กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) คืออะไร และทำงานอย่างไร

กรดซาลิไซลิก คือ กรดเบต้าไฮดรอกซีชนิดหนึ่ง (BHA) ที่ได้มาจากเปลือกต้นวิลโลว์ ใช้เป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสิวหลายชนิดซึ่งช่วยเปิดรูขุมขนที่อุดตันให้สามารถทำความสะอาดได้ดีขึ้นและสลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน กรดซาลิไซลิกยังมีคุณสมบัติลดการอักเสบ ลดรอยแดงและต้านเชื้อจุลินทรีย์ และยังเหมาะสมสำหรับการรักษาสภาพผิวอื่นๆ อย่าง โรคสะเก็ดเงิน ผิวหนังอักเสบจากไขมัน และรังแค

จุดเด่นที่ทำให้ Salicylic Acid แตกต่างจากกรดผลัดเซลล์ผิวกลุ่มอื่น (เช่น AHAs) คือคุณสมบัติในการ ละลายในไขมัน (Oil-soluble) ซึ่งทำให้มันสามารถแทรกซึมผ่านชั้นน้ำมันบนผิวหนังและลงลึกไปถึงรูขุมขนได้ดี

 

กลไกการทำงาน: ทำไม Salicylic Acid ถึงจัดการสิวได้?

ความสามารถในการจัดการปัญหาสิวและรูขุมขนของ Salicylic Acid มาจากกลไกหลักๆ ดังนี้:

  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างล้ำลึก (Deep Exfoliation): ด้วยความที่ละลายในไขมัน Salicylic Acid จึงซึมเข้าสู่รูขุมขนและช่วยสลายพันธะระหว่างเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์ผิวเก่าที่สะสมและอุดตันอยู่ภายในรูขุมขนหลุดลอกออกไปได้ง่ายขึ้น
  • สลายสิ่งอุดตัน (Comedolytic): ช่วยละลายน้ำมัน (ซีบัม) และสิ่งสกปรกที่เกาะรวมกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว กลายเป็น "สิวอุดตัน" (Comedones) ทั้งสิวหัวดำและสิวหัวขาว
  • ลดการอักเสบ (Anti-inflammatory): มีคุณสมบัติช่วยลดรอยแดงและการอักเสบที่เกิดจากสิวได้
  • ต้านเชื้อแบคทีเรียเล็กน้อย (Mild Antibacterial): มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดสิว

ประโยชน์ของการใช้ กรดซาลิไซลิกในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับผิวหนัง

  • ลดและป้องกันสิวอุดตัน: เคลียร์สิวหัวดำ สิวหัวขาว และป้องกันการเกิดซ้ำ
  • ช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลง: เมื่อไม่มีสิ่งอุดตัน รูขุมขนจะดูสะอาดและกระชับขึ้น
  • ลดความมันบนใบหน้า: ช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินได้ระดับหนึ่ง
  • ลดการอักเสบและรอยแดงจากสิว: ช่วยให้สิวอักเสบยุบเร็วขึ้นและลดรอยแดง
  • ปรับผิวให้เรียบเนียน: ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก ทำให้ผิวดูสม่ำเสมอและสดใสขึ้น

 

ประโยชน์ของการใช้ กรดซาลิไซลิก

วิธีการใช้กรดซาลิไซลิก

หากต้องการใช้กรดซาลิไซลิก ให้เริ่มด้วยการล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่อ่อนโยน จากนั้นใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของซาลิไซลิก (BHA) ในปริมาณที่แนะนำในฉลากผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ที่เป็นสิว หรือใช้สำลีเช็ดหน้า ในการทาผลิตภัณฑ์ ระวังอย่าให้เข้าตา จมูก และปาก สุดท้าย ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นและทามอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน


Salicylic acid เหมาะกับผิวแบบไหน

กรดซาลิไซลิกถือว่าปลอดภัยสำหรับผิวส่วนใหญ่หรือใช้ได้กับทุกสภาพผิว และจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ที่มีผิวเป็นสิว หรือผิวมัน แต่การใช้กรดซาลิไซลิกเป็นประจำ ก็อาจทำให้ผิวแห้งได้ ผู้ที่มีผิวแห้งหรือแพ้ง่ายอาจต้องการใช้เป็นครั้งคราวเท่านั้น หรือต้องทดสอบการใช้ กรดซาลิไซลิกในปริมาณเล็กน้อยบนผิวหนังบริเวณเล็กๆ ก่อนใช้ในบริเวณกว้าง


วิธีใช้ Salicylic Acid อย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด

  1. เริ่มต้นช้าๆ: หากเพิ่งเริ่มใช้ ควรเริ่มจากผลิตภัณฑ์ความเข้มข้นต่ำ และใช้เพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ผิวปรับตัว แล้วค่อยๆ เพิ่มความถี่หากไม่เกิดการระคายเคือง
  2. ทดสอบการแพ้ (Patch Test): ก่อนใช้กับใบหน้าหรือบริเวณกว้าง ควรทดลองทาผลิตภัณฑ์ปริมาณเล็กน้อยที่บริเวณท้องแขนหรือหลังใบหู ทิ้งไว้ 24-48 ชั่วโมง เพื่อดูว่ามีอาการแพ้หรือระคายเคืองหรือไม่
  3. ทำตามคำแนะนำบนฉลาก: อ่านและปฏิบัติตามวิธีใช้และความถี่ที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอย่างเคร่งครัด
  4. ทาบนผิวที่แห้ง: หลังล้างหน้า ซับผิวให้แห้งก่อนทาผลิตภัณฑ์ Salicylic Acid (ยกเว้นประเภทคลีนเซอร์)
  5. หลีกเลี่ยงบริเวณบอบบาง: ระวังอย่าให้เข้าตา ริมฝีปาก หรือบริเวณผิวที่บอบบาง มีแผล
  6. ใช้ปริมาณน้อย: ไม่จำเป็นต้องใช้เยอะ ใช้แค่ปริมาณที่พอเหมาะก็เพียงพอ
  7. ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์: Salicylic Acid อาจทำให้ผิวแห้งได้ ควรทามอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิวและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Non-comedogenic) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
  8. ทาครีมกันแดดเสมอ: สำคัญมาก! Salicylic Acid ทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวันในตอนเช้า แม้จะไม่ได้ออกแดดโดยตรงก็ตาม

 

ข้อควรระวังก่อนใช้ Salicylic Acid

  • ห้ามใช้กับผิวที่มีแผลเปิด, ผิวไหม้แดด, หรือกำลังอักเสบรุนแรง
  • ระวังการใช้ร่วมกับส่วนผสมผลัดเซลล์ผิวอื่นๆ: เช่น AHAs, Retinoids, Vitamin C ความเข้มข้นสูง หรือ Benzoyl Peroxide เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคือง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือใช้สลับวันกัน
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก หรือเป็นโรคผิวหนัง: เช่น โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema), โรซาเชีย (Rosacea) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร: แม้ Salicylic Acid ความเข้มข้นต่ำจะดูดซึมเข้าร่างกายน้อย แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย
  • ไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรใช้ตามที่ฉลากแนะนำเท่านั้นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มี Salicylic Acid เข้มข้น

 

แนะนำวิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ สกินแคร์ ที่มีส่วนประกอบของ Salicylic acid เหมาะสำหรับคนเป็นสิว

การจัดการปัญหาสิวด้วย Salicylic Acid อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการดูแลที่ครบวงจรและการผสานส่วนผสมที่ทำงานร่วมกัน Eucerin DERMOPURE CLINICAL พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานพลัง 2% Salicylic Acid และ Thiamidol ซึ่งสารทั้งสองนี้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการทั้งสิวและรอยสิว

 

1. EUCERIN DERMOPURE CLINICAL PURIFYING CLEANSER

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรอ่อนโยนเพื่อลดสิวอุดตัน โดยปกติการใช้โฟมล้างหน้าจะแนะนำให้ใช้ในคนที่มีผิวมันเป็นหลัก แต่ในคนที่มีปัญหาสิวที่ค่อนข้างรุนแรงร่วมกับผิวหน้ามัน หรือมีสิวอุดตันและสิวอักเสบเยอะ หรือกำลังใช้ยาสิวควบคู่ จะแนะนำให้ใช้เป็นเจลล้างหน้าแทน ด้วยเพราะเนื้อสัมผัสของเจลล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนกว่า ขจัดความมันได้ดีแต่ไม่ทำให้ผิวแห้งลอกมากขึ้น Eucerin DERMOPURE CLINICAL PURIFYING CLEANSER เป็นคลีนซิ่งเจลที่ผสานส่วนผสมสำคัญ 8 ชนิด รวมถึง Salicylic Acid (BHA) ที่ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึกลงถึงรูขุมขน โดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ปราศจากน้ำหอมและสบู่ที่ก่อให้เกิดการแพ้ ผ่านการทดสอบทางคลินิกว่าช่วยลดปัญหาสิว สิวอุดตัน และความมันส่วนเกิน พร้อมเสริมสมดุลไมโครไบโอมบนผิว ผ่านการทดสอบบนผิวบอบบางแพ้ง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ดูแลปัญหาสิวร่วมกับการใช้ยา

 สกินแคร์ ที่มีส่วนประกอบของ Salicylic acid

2. EUCERIN DERMOPURE CLINICAL PEELING 10

สำหรับคนที่มีปัญหาสิวอุดตันเยอะและสิวซ้ำซาก การจัดการหัวสิวโดยการบีบหรือกดหัวสิวอาจส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นหรือรอยช้ำต่างๆได้ ในปัจจุบันฟลูอิดสลายสิวอุดตันที่สามารถจัดการหัวสิวได้ลึกถึงต้นตอ อย่าง Eucerin DERMOPURE CLINICAL Peeling 10 ที่มีสารสำคัญคือกรดผลัดเซลล์ผิว 10% ประกอบด้วย Salicylic Acid (BHA), Glycolic Acid (AHA) และ Gluconolactone (PHA) ที่ออกฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวและละลายหัวสิวได้อย่างอ่อนโยน โดยไม่จำเป็นต้องบีบหรือกดหัวสิว ดูแลสิวอุดตันได้ถึงร่องรูขุมขน ผ่านการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 120 คน พบว่าช่วยให้ผิวเรียบเนียนรู้สึกได้ใน 1 คืน ลดรอยสิว ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมเสริมส่วนผสม Licochalcone A จากรากชะเอม (Glycyrrhiza Inflata Root Extract) ช่วยลดการอักเสบและรอยแดงจากสิว และ Panthenol ช่วยฟื้นบำรุงเซลล์ผิวจากภายในให้ผิวฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงขึ้น ปราศจากน้ำหอม เหมาะสำหรับใช้ก่อนนอนเพื่อฟื้นบำรุงผิวชั่วข้ามคืน

3. EUCERIN DERMOPURE CLINICAL MAT FLUID

สำหรับคนที่มีสิวปานกลางหรือหน้ามัน การใช้ผลิตภัณฑ์ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Mat Fluid ที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรควบคุมความมัน มีสารสำคัญอย่าง Salicylic Acid (BHA) ในการทำความสะอาดรูขุมขนและลดการอุดตัน ร่วมกับ Licochalcone A จากสารสกัดรากชะเอม (Glycyrrhiza Inflata Root Extract) ที่ช่วยลดสิวอุดตัน ลดอาการอักเสบของสิวได้อย่างดี อีกทั้งยังมี Carnitine ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้นานถึง 8 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 38 คน อ่อนโยนต่อผิว สามารถทาได้ทั้งเช้าและก่อนนอนเพื่อควบคุมความมันที่เป็นต้นตอของปัญหาสิว ผ่านการทดสอบแล้วว่าเริ่มลดปัญหาสิวตั้งแต่วันแรกที่ใช้ พร้อมเสริมสมดุลไมโครไบโอมบนผิว หากใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวอุดตันตัวอื่นในไลน์ DERMOPURE CLINICAL จะเห็นผลชัดเจนมากขึ้น และสามารถควบคุมโอกาสในการเกิดสิวซ้ำได้เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

4. EUCERIN DERMOPURE CLINICAL TRIPLE ACTION SERUM

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum ที่จัดการครบทั้งสิว รอยดำ และรอยแดงจากสิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาสิวและป้องกันรอยสิวไปพร้อมกัน ด้วยส่วนผสมทรงพลังจาก 2% Salicylic Acid (BHA) ที่ซึมลึกเข้าสู่รูขุมขน ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน สลายสิ่งอุดตัน ลดการอักเสบ และลดโอกาสสิวเกิดซ้ำ ร่วมกับ Thiamidol (สิทธิบัตร) ที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นต้นเหตุที่แท้จริงของการเกิดรอยสิว (PIH/AMH) มีประสิทธิภาพดีกว่า Resorcinol ถึง 10 เท่า ช่วยในการปรับเม็ดสีบริเวณที่เกิดรอยสิวต่างๆให้จางลง ผ่านการทดสอบทางคลินิกในอาสาสมัคร 43 คน พบว่าจัดการทุกปัญหาสิวและรอยสิวเห็นผลใน 2 สัปดาห์ โดยสิวลดลง 62% รอยสิวลดลง 80% พร้อมเสริมความชุ่มชื้นของผิวด้วย Panthenol และเสริมสมดุลไมโครไบโอมบนผิว ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองต่างๆที่มีต้นเหตุมาจากสิวหรือรอยแผลสิวอีกด้วย ฟอร์มูล่า Oil-free, Non-comedogenic เหมาะสำหรับใช้ทั้งเช้าและก่อนนอน

  • Salicylic Acid ต่างจาก AHA อย่างไร?

    Salicylic Acid (BHA) ละลายในไขมัน ซึมลงรูขุมขนได้ดี เหมาะกับผิวมันและสิวอุดตัน / AHA ละลายในน้ำ ทำงานบนผิวชั้นนอก เหมาะกับผิวแห้งและเรื่องริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ

  • ใช้ Salicylic Acid ทุกวันได้ไหม?

    ขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์ ความเข้มข้น และสภาพผิวของแต่ละคน คลีนเซอร์อาจใช้ได้ทุกวัน แต่ผลิตภัณฑ์ leave-on (โทนเนอร์, เซรั่ม) ควรเริ่มจากน้อยครั้งแล้วค่อยๆ เพิ่มความถี่หากผิวรับได้

  • ต้องทากันแดดไหม?

    จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ Salicylic Acid อาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดด ควรทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน

  • ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล?

    อาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยใน 1-2 สัปดาห์ แต่ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเรื่องสิวมักใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและสภาพผิว

  • คนท้องใช้ Salicylic Acid ได้ไหม?

    ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยง หรือใช้เฉพาะความเข้มข้นต่ำมากๆ ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง