สิวผดที่หน้าผาก,สิวผด, สิวผดที่หน้าผากรักษา

สิวผดที่หน้าผาก เกิดจากอะไร รู้สาเหตุ และแนะนำวิธีรักษาที่ถูกต้อง

อ่านแล้ว 2 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

สิวผดที่หน้าผาก เกิดจากอะไร รู้สาเหตุ และแนะนำวิธีรักษาที่ถูกต้อง

สิวผดที่หน้าผาก (Acne Aestivalis) เป็นเม็ดผดชนิดหนึ่งที่มักเกิดจากอาการแพ้จากปัจจัยต่างๆ มีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆหรือกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณ ใบหน้า หน้าผาก เป็นต้น ทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และมักจะเห่อขึ้นมาโดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือช่วงบ่ายๆ มาทำความรู้จักกับต้นตอของปัญหา พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี เพื่อทวงคืนหน้าผากเรียบเนียนกลับคืนมา

สิวผดที่หน้าผากคืออะไร

"สิวผด" (Acne Aestivalis) ตุ่มสิวขนาดเล็กที่ขึ้นบนผิวคล้ายผื่น แต่ไม่มีหัวสิวชัดเจน เมื่อสัมผัสจะรู้สึกสาก บางครั้งอาจมีอาการคันหรือแดงร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุของสิวผดที่พบบ่อยที่สุดบริเวณหน้าผากคือ สิวเชื้อรา (Fungal Acne) หรือทางการแพทย์เรียกว่า Malassezia folliculitis

สิวเชื้อรานี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเหมือนสิวอักเสบทั่วไป แต่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเชื้อรายีสต์ในกลุ่ม Malassezia ซึ่งปกติอาศัยอยู่บนผิวหนังของเราอยู่แล้ว เมื่อมีปัจจัยบางอย่างมากระตุ้น เช่น ความร้อน ความชื้น หรือน้ำมันบนผิวที่มากเกินไป ยีสต์เหล่านี้จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเข้าไปทำให้รูขุมขนอักเสบจนเกิดเป็นตุ่มเล็กๆ แดงๆ และมักมีอาการคันร่วมด้วย

สาเหตุที่ทำให้สิวผดขึ้นที่หน้าผาก เกิดจากอะไร?

1. ทำความสะอาดผิวหน้าไม่ทั่วถึง

ทำให้สิ่งสกปรกอุดตันรูขุมขนทำให้เกิดสิวผดที่หน้าผากได้

 

2. การแพ้ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผม หรือเส้นผมไม่สะอาด

เฉพาะผู้ที่ไว้ผมหน้าม้า หรือไว้ผมยาว หากผมสัมผัสบริเวณหน้าผาก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวผดที่หน้าผากได้เช่นกัน

 

3. อากาศร้อนทำให้เกิดเหงื่อที่หน้าผาก

เหงื่อที่หน้าผากหรือการใส่หมวกนานเกินไปทำให้เหงื่อออก ถ้าไม่รีบทำความสะอาดคราบเหงืออาจจะหมักหมมที่หน้าผากจนเกิดสิวผดบนหน้าผากได้

 

4. เกิดจากยีสต์ที่มีชื่อว่า P. ovale

สาเหตุการเกิดสิวผดที่มาจากยีสต์นั้นถือว่าเกี่ยวกันพันกับมลภาวะ เพราะในช่วงที่อากาศร้อน ต่อมไขมันของเราจะทำงานมากขึ้น ทำให้มีน้ำมันส่วนเกินอยู่บนใบหน้าจนกลายเป็นอาหารของยีสต์

 

5. ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอหรือร่างกายไม่แข็งแรง

ภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ ก็ทำให้เกิดสิวในบริเวณต่างๆได้เช่นกัน

 

6. การรับประทานอาหารที่มีความหวานมากเกินไป

เพราะของหวานมักมีส่วนผสมของ น้ำตาล นม เนย และไขมัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดที่หน้าผากได้เช่นกัน

 

7. การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

โดยเฉพาะผู้ที่ชอบนอนดึก หากเริ่มต้นนอนหลังเที่ยงคืนไปแล้ว ร่างกายก็จะไม่สามารถหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยในการดูแลผิวหน้าออกมาได้

 

8. ปัญหาจากระบบย่อยอาหารและการรับประทานอาหาร

หากรับประทานอาหารก่อนเข้านอนระยะเวลาน้อยว่า 2 ชม. ผลให้ ระบบย่อยอาหารยังย่อยอาหารได้ไม่สมบูรณ์ สารพิษบางอย่างอาจตกค้างในร่างกาย รวมถึงการทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ของทอด ของมันเกินไปทำให้เป็นสาเหตุของการเกิดสิวผดที่หน้าผากได้

อาการของ สิวผดที่หน้าผาก

<p>สิวผดที่หน้าผาก เป็นผื่นเม็ดเล็กๆ (ขนาดตุ่มเล็กและแหลม) มักขึ้นบริเวณหน้าผาก บางทีในตอนเช้ายังไม่มีผื่น แต่เมื่อตกบ่ายก็จะเป็นผื่นเล็กๆขึ้นมาเต็มได้ ผื่นอาจมีสีแดงและคันได้ หากผู้ป่วยล้างหน้าบ่อยขึ้น มักเป็นมากขึ้น และหากรักษาไม่ถูกต้องจะเป็นมากขึ้น</p>

วิธีรักษา สิวผดขึ้นที่หน้าผาก

1. การสัมผัสผิวบริเวณใบหน้าให้น้อยที่สุด

การที่เราสัมผัสผิวหน้าบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะ Mechanical Irritation อย่างการ การนวดหน้า, การขัดหน้า, หรือเช็ดถูหน้าบ่อยๆ, ล้างหน้าบ่อยๆ จะทำให้เป็นมากขึ้น และ Chemical Irritation การใช้ยารักษาสิวประเภท Retinoic Acid, Benzoyel Peroxide จะทำให้เป็นมากขึ้น รวมถึงการใช้สารประเภท AHA, BHA ด้วย ควรงดใช้สารประเภทนี้

 

2. ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

หลีกเลี่ยงการใช้สารสบู่ และไม่ควรใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ล้างหน้าไม่เกิน 2-3 ครั้ง/วัน

 

3. หลีกเลี่ยงแสงแดด

ควรใช้ครีมกันแดดทุกครั้งที่ต้องออกนอกบ้าน ควรเลือกกันแดดที่มี SPF อย่างน้อย SPF30 ขึ้นไป

 

4. ไม่ควรซื้อยามารักษาผื่นเอง

เพราะมักทำให้ผื่นเป็นมากขึ้น และยาที่หาซื้อได้จากร้านขายยา มักเป็น STEROID ซึ่งมีผลข้างเคียงมาก อาจะทำให้เกิด สิวสเตียรอยด์ที่ทำการรักษาให้หายได้ยากและใช้เวลานาน

 

5. ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่มีความชำนาญ

เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป โดยแพทย์ผิวหนังจะให้ยารักษาสิวผดที่เป็นอยู่

 

วิธีการป้องกันและดูแลตัวเองลดการเกิดสิวผดขึ้นที่หน้าผาก

คลีนซิ่งล้างหน้าสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย

1. ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด

ควรทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย หรือมีอาการแพ้รวมถึงสิวผดบริเวณหน้าผาก สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ Eucerin pH5 FACIAL CLEANSER SENSITIVE SKIN ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย ที่มี pH Balance สร้างเกราะความชุ่มชื้นให้ผิวไม่ไวต่อการแพ้ สูตร 0% สารที่อาจก่อการระคายเคืองอย่างเช่นสารสบู่ ให้เกราะปกป้องผิวแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ไวต่อการแพ้และการระคายเคือง

ครีมทาผิวแห้งระคาย,ผื่นแดง,ผื่นเม็ดเล็ก

2. บำรุงและฟื้นฟูผิวบริเวณที่เกิดสิวผดที่หน้าผาก

เพื่อลดโอกาสการเกิดซ้ำเพื่อดูแลผิวแพ้ง่าย มีอาการระคายเคืองแนะนำให้เลือกใช้ Eucerin UltraSENSITIVE REPAIR CREAM ครีมบำรุงหน้า ผิวแพ้ง่าย ที่ช่วยฟื้นบำรุงให้ผิวดูแข็งแรง ดูแลปัญหาผิวแห้งระคาย แดง เป็นเม็ดเล็กๆ ที่เกิดจากปัญหาผิวแห้ง และจากปัจจัยภายนอกที่ทำร้ายผิว ทั้งอากาศ มลภาวะ ฝุ่น สารเคมี ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ด้วยสารสำคัญ

  • Symsitive ช่วยลดอาการระคาย ความรู้สึกไม่สบายระคายผิว
  • Licochalcone A ช่วยลดอาการอักเสบจากการแพ้
  • Dexpanthenol ช่วยฟื้นบำรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง

เนื้อครีมเบาสบายผิวไม่เหนอะหนะและไม่อุดตันผิว เพื่อช่วยให้เนื้อผิวชุ่มชื้น ผิวเรียบเนียนใสแลดูสุขภาพดี ไม่ไวต่อการระคายเคือง ให้ผิวพร้อมเผชิญทุกสภาวะทำร้ายผิว

3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการพักผ่อน

โดยลดการรับประทานอาหารหวาน ที่มีส่วนผสมของ น้ำตาล ไขมัน นม เนย ที่เป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิวขึ้นบนหน้าผากและสิวผดขึ้นหน้าผาก นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอและลดการสัมผัสผิวบริเวณหน้าผาก รวมถึงไม่ควรปปล่อยผมให้สัมผัสบริเวณหน้าผากเพื่อลดโอกาสการเกิดสิวผดได้

 

4. หลีกเลี่ยงการออกแดด

การหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือเผชิญกับมลภาวะเพื่อลดการขับเหงื่อ และลดการสะสมของเหงื่อที่เป็นตัวสะสมแบคทีเรียและเชื้อรา และควรทากันแดดทุกครั้งที่มีการออกแดด และเลือกใช้ครีมกันแดดสูตรเจลหรือปราศจากน้ำมัน (Oil-Free Sunscreen) เพื่อช่วยควบคุมความมันส่วนเกินและไม่เพิ่มความเสี่ยงในการอุดตัน ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดสิวผดได้ดีกว่า

 

5. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมที่อ่อนโยนมากขึ้น

ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผมที่มีตัวยารักษาสิวร่วมด้วย เพื่อช่วยบรรเทาสิวผดที่ขึ้นบริเวณหน้าผากหรือศีรษะ

 

6. ปรับสมดุลร่างกายจากภายในสู่ภายนอก

สุขภาพกายและใจส่งผลต่อสุขภาพผิวโดยตรง การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีเวลาซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวและควบคุมฮอร์โมนให้สมดุล ในขณะที่การจัดการความเครียดจะช่วยลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวผลิตน้ำมันมากขึ้นและอ่อนแอลง นอกจากนี้ การลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงก็สามารถช่วยลดการอักเสบในร่างกายที่อาจส่งผลต่อผิวได้

การดูแลผิวและป้องกันไม่ให้เกิด สิวผดที่หน้าผาก จึงควรเน้นการความสะอาด ต้องพยายามดูและรักษาความสะอาดของใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิว รวมไปถึงการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดสิวหน้าผากอีกด้วย

สำหรับผู้ที่เป็นสิวผดและสิวชนิดอื่นๆ ร่วมด้วย

สิวผด (Acne Aestivalis) ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นผื่นผดจากการแพ้ ซึ่งแตกต่างจากสิวอุดตันและสิวอักเสบทั่วไป (Acne Vulgaris) อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจมีปัญหาสิวอุดตันและสิวอักเสบบริเวณหน้าผากร่วมด้วย โดยเฉพาะในผู้ที่มีผิวมันหรือเหงื่อออกง่าย

แนะนำ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam ซึ่งเป็นเจลทูโฟมที่มีความเข้มข้นเทียบเท่าเซรั่ม ด้วยส่วนผสม 2% Salicylic Acid + AHA + PHA ที่ทำความสะอาดล้ำลึกตั้งแต่ขั้นตอนแรกลดสิวและรอยสิวได้อย่างเห็นผล

ตามด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เซรั่มที่จัดการทุกปัญหาสิวและรอยสิวใน 2 สัปดาห์ ด้วยพลังของ 2% Salicylic Acid + Thiamidol ใช้เช้าและก่อนนอน ทาทั่วหน้าและโฟกัสบริเวณหน้าผาก

หากคุณใช้ยาสิวจากแพทย์ควบคู่ไปด้วย สามารถเลือกใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Purifying Cleanser คลีนซิ่งเจลสูตรอ่อนโยนที่เหมาะสำหรับใช้ร่วมกับยาสิว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) (4)

  • สิวเม็ดเล็กๆ บนหน้าผากเกิดจากอะไร?

    เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อยคือ สิวเชื้อรา จากยีสต์ Malassezia ที่โตผิดปกติ นอกจากนี้ยังเกิดจาก การอุดตัน ของรูขุมขน, ความร้อน, เหงื่อ, ความมัน, การแพ้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม, ความเครียด และฮอร์โมน
  • ทำอย่างไรให้สิวผดที่หน้าผากหาย?

    เริ่มจากการรักษาความสะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หากเป็นสิวเชื้อรา สามารถใช้แชมพูยาที่มีตัวยา Ketoconazole ทาแล้วล้างออกได้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ตรงจุด เช่น การใช้ยาทาหรือทำทรีตเมนต์
  • สิวผดที่หน้าผาก บีบหรือกดได้ไหม?

    ไม่ควรบีบหรือกดเด็ดขาด เพราะสิวผดส่วนใหญ่ไม่มีหัว การบีบจะทำให้ผิวอักเสบมากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดรอยดำรอยแดง แผลเป็น และอาจทำให้เชื้อโรคกระจายตัวได้ ควรปล่อยให้ยุบเองหรือรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง
  • สิวผดที่หน้าผาก ใช้เวลารักษานานแค่ไหน?

    ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง หากเกิดจากการระคายเคืองที่ไม่รุนแรง อาจดีขึ้นใน 3-7 วัน แต่ถ้าเป็นสิวเชื้อราที่ต้องใช้ยา อาจใช้เวลา 1-2 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ