

เมโส (Mesotherapy) คืออะไร?
การฉีดเมโส (Mesotherapy) ช่วยเรื่องอะไร
- ฟื้นฟูความชุ่มชื้นของผิว ลดปัญหาผิวแห้งลอก
- เพิ่มความกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ
- ลดเลือนริ้วรอย ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน
- ปรับสมดุลผิวมัน ลดสิวและกระชับรูขุมขน
- ลดเซลลูไลต์ นิยมใช้กับบริเวณต้นขาหรือหน้าท้อง
เมโส (Mesotherapy) เห็นผลจริงไหม
เมโสหน้าใสอาจทำให้บางคนสังเกตว่าผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู หรือดูสดใสขึ้น แต่ไม่สามารถรับประกันผลได้เหมือนกันทุกคน และไม่ควรนำผลการศึกษาของผลิตภัณฑ์หนึ่งไปสรุปแทน Mesotherapy ทุกสูตร
ปัจจัยที่มีผลต่อผลลัพธ์ ได้แก่
- ชนิดและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
- ส่วนผสมและความเข้มข้น
- ปริมาณและความลึกในการฉีด
- เทคนิคของแพทย์
- ปัญหาผิวเดิมและอายุ
- จำนวนครั้งและระยะห่างระหว่างครั้ง
- การตอบสนองของร่างกายแต่ละคน
- การป้องกันแสงแดดและกิจวัตรดูแลผิว
หลักฐานเกี่ยวกับ Mesotherapy เพื่อฟื้นฟูผิวยังแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และรูปแบบการศึกษา จึงควรระวังคำโฆษณาที่รับประกันผล เช่น ผิวขาวถาวร รักษาฝ้าได้หมด รักษาสิวได้ทุกชนิด หรือลบรูขุมขนได้
เมโส (Mesotherapy) มีกี่ชนิด
1. กลุ่มเพิ่มความชุ่มชื้นและความอิ่มฟู
Mesotherapy ฟื้นฟูผิว (Skin Rejuvenation) เน้นการฟื้นฟูผิวหน้าให้ชุ่มชื้น กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ใช้สารประเภทวิตามิน กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) หรือสารบำรุงอื่นๆ
2. กลุ่มลดไขมัน กระตุ้นการเผาผลาญ
Mesotherapy ลดไขมันเฉพาะจุด (Fat Reduction) ช่วยกำจัดไขมันสะสมในบริเวณต่างๆ อย่างใต้คาง (เหนียง), หน้าท้อง, ต้นแขน หรือต้นขา สามารถใช้สารที่ช่วยสลายไขมันอย่าง Phosphatidylcholine และ L-carnitine มาช่วยได้
3. กลุ่มแก้ไขปัญหาผมร่วง ผมบาง
Mesotherapy แก้ปัญหาผมบางและผมร่วง (Hair Restoration) ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรง ลดปัญหาผมบางหรือผมร่วง ใช้สารบำรุงรากผมและสารเพิ่มการไหลเวียนเลือดอย่าง Minoxidil หรือ Biotin
4. กลุ่มดูแลริ้วรอยตื้นและคุณภาพผิว
Mesotherapy รักษาฝ้า กระ และรอยดำ (Pigmentation Treatment) เน้นการลดเลือนรอยดำ ฝ้า กระ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ใช้สารลดการสร้างเม็ดสี อย่างวิตามินซี หรือสารต้านอนุมูลอิสระ
5 กลุ่มกระตุ้น เสริทสร้างภูมิคุ้มกัน
Mesotherapy สำหรับภูมิคุ้มกัน (Immune Support) ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงหรือฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลีย ใช้สารบำรุงที่มีวิตามินและแร่ธาตุเพื่อสุขภาพโดยรวม

เมโสหน้าใสต่างจาก Skin Booster และ Microneedling อย่างไร
| หัตถการ | หลักการ | จุดที่ควรทราบ |
|---|---|---|
| Mesotherapy | ฉีดสารปริมาณน้อยหลายจุดในชั้นผิว | เป็นชื่อเทคนิคกว้าง ส่วนผสมต่างกันตามผลิตภัณฑ์ |
| Skin Booster | คำที่มักใช้กับผลิตภัณฑ์ฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นหรือคุณภาพผิว | ต้องตรวจชื่อผลิตภัณฑ์ ข้อบ่งใช้ และสถานะการขึ้นทะเบียน |
| Microneedling | ใช้เข็มสร้างช่องขนาดเล็กเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมผิว | ไม่เหมือนการฉีดผลิตภัณฑ์เข้าสู่ผิวโดยตรง |
ชื่อโปรแกรมอาจแตกต่างกันระหว่างสถานพยาบาล ก่อนทำจึงควรถามว่าใช้ผลิตภัณฑ์อะไร ฉีดหรือทา ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และผลิตภัณฑ์ได้รับอนุญาตสำหรับวิธีใช้นั้นหรือไม่
การฉีดเมโส (Mesotherapy) อันตรายต่อผิวไหม
การฉีด Mesotherapy โดยทั่วไปไม่เป็นอันตรายต่อผิว แต่ต้องดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่การฉีด Mesotherapy อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย อย่างรอยแดงหรือบวม ซึ้งเกิดขึ้นและหายได้เองใน 1-3 วัน และหลังฉีดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และควรแจ้งประวัติสุขภาพอย่างครบถ้วน การทำ Mesotherapy เพื่อความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
อาการที่อาจพบชั่วคราว ได้แก่
- รอยเข็มหรือตุ่มนูนบริเวณฉีด
- รอยแดง
- บวมและกดเจ็บ
- รอยช้ำ
- อาการคันหรือแสบผิว
- การระคายเคืองเฉพาะที่
นอกจากนี้ยังอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อย เช่น การแพ้ การติดเชื้อ การอักเสบเป็นก้อน หรือปฏิกิริยาต่อสารที่ฉีด จึงควรรับบริการจากแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนทำ
อาการแบบใดควรรีบพบแพทย์
ควรติดต่อแพทย์หรือสถานพยาบาลทันที หากมีอาการต่อไปนี้
- ปวด บวม หรือแดงเพิ่มขึ้น
- บริเวณฉีดร้อนหรือมีหนอง
- มีไข้หรือรู้สึกไม่สบายผิดปกติ
- เกิดผื่นลมพิษ หน้าบวม หรือหายใจลำบาก
- ผิวซีด คล้ำ หรือเปลี่ยนสีผิดปกติ
- มีอาการปวดรุนแรง
- เกิดก้อนแข็งหรือตุ่มอักเสบที่ไม่ยุบ
- มีอาการผิดปกติที่แพทย์ไม่ได้แจ้งไว้ก่อนทำ
ใครบ้างควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ
ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์อย่างครบถ้วน และอาจต้องเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงหัตถการตามการประเมิน
- มีแผล การติดเชื้อ ผื่น หรือสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะฉีด
- เคยแพ้ยา ยาชา หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
- มีภาวะเลือดออกง่าย
- ใช้ยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- มีโรคประจำตัวที่ยังควบคุมไม่ได้
- มีภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- เคยมีปฏิกิริยารุนแรงจากหัตถการฉีด
- เพิ่งทำหัตถการอื่นในบริเวณเดียวกัน
ไม่ควรหยุดยาประจำหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดด้วยตนเอง ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยาก่อนเสมอ
วิธีเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสหน้าใส
ก่อนตัดสินใจทำควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้
- ให้แพทย์ประเมินปัญหาผิวและความเหมาะสม
- แจ้งโรคประจำตัว ยา อาหารเสริม และประวัติแพ้ทั้งหมด
- สอบถามชื่อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ และวัตถุประสงค์ที่ใช้
- ตรวจประเภททะเบียน เลขทะเบียน และวันหมดอายุ
- ขอให้เปิดผลิตภัณฑ์จากบรรจุภัณฑ์เดิมต่อหน้า
- สอบถามผลที่คาดหวัง ความเสี่ยง และแผนการรักษา
- ไม่ซื้อผลิตภัณฑ์มาฉีดเอง
- ไม่รับบริการจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
การมีเลข อย. เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์สามารถนำมาฉีดได้ ต้องตรวจว่าขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทใดและอนุญาตให้ใช้ด้วยวิธีใด
การดูแลผิวหลังฉีดเมโสหน้าใส
คำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการควรเป็นแนวทางหลัก เพราะผลิตภัณฑ์และเทคนิคแต่ละชนิดอาจมีข้อปฏิบัติต่างกัน
| ช่วงเวลา | การดูแลที่แนะนำ |
|---|---|
| หลังทำทันที | ไม่กด นวด เกา หรือสัมผัสบริเวณฉีดโดยไม่จำเป็น |
| 24 ชั่วโมงแรก | ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่แพทย์อนุญาต และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจปนเปื้อนรอยเข็ม |
| 1–3 วันแรก | หลีกเลี่ยงความร้อนจัด ซาวน่า การออกกำลังกายหนัก และการขัดผิว |
| ระหว่างพักฟื้น | ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และป้องกันแสงแดด |
| เมื่อเกิดอาการผิดปกติ | ติดต่อแพทย์ ไม่ซื้อยาหรือใช้ครีมแรงรักษาเอง |
ในช่วงที่ยังมีรอยเข็ม บวม แสบ หรือระคายเคือง ควรพักกรดผลัดเซลล์ผิว เรตินอยด์ สครับ ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์สูง และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยใช้ จนกว่าแพทย์จะประเมินว่าสามารถกลับมาใช้ได้
การฉีด เมโส (Mesotherapy) อยู่ได้นานกี่เดือน
ผลลัพธ์จาก Mesotherapy จะเริ่มเห็นผลหลังทำ 2–3 ครั้ง โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใช้และการดูแลผิวของแต่ละบุคคล
เมโส (Mesotherapy)ควรฉีดกี่ cc
แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ดูแลผิวที่ช่วยฟื้นฟูผิวและละริ้วรอยแห่งวัย

Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum
หลังการทำ Mesotherapy การบำรุงผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวและรักษาผลลัพธ์จากการทำ Mesotherapy ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเซรั่มอย่าง Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum เซรั่มสำหรับดูแลริ้วรอยและสัญญาณของผิว ผสาน EPICELLINE® สารสกัดด้าน Skin Longevity ที่ช่วยฟื้นบำรุงความอ่อนเยาว์สู่ 15 ล้านเซลล์ผิว พร้อม Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มฟู, Glycine Saponin ช่วยสนับสนุนโครงสร้างและความยืดหยุ่นของผิว และ Enoxolone ช่วยลดการเสื่อมสลายของกรดไฮยาลูรอนิก พร้อมช่วยลดริ้วรอย เติมร่องลึก ให้ผิวดูอิ่มฟู เพื่อเสริมฤทธิ์ของสารบำรุงที่ฉีดเข้าสู่ผิวจาก Mesotherapy แนะนำให้ใช้คู่กับสูตร Day และ Night

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Day Care SPF30
Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Day Care SPF30 มีส่วนผสมของ Epicelline®, กรดไฮยาลูรอนิกทั้งโมเลกุลใหญ่และเล็ก (HAs), Glycine Saponin และ Enoxolone เช่นเดียวกับเซรั่ม พร้อมค่า SPF30 เหมาะสำหรับทาบำรุงต่อเนื่องทุกเช้า เสริมการทำงานของสารบำรุงที่ฉีดเข้าสู่ผิว และปกป้องผิวจากแสงแดด
Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Night Care
Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Night Care มีส่วนผสมของ Epicelline®, HAs, Glycine Saponin และ Enoxolone เช่นเดียวกับ Day Care และมี Bakuchiol สารสกัดจากธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ในลักษณะใกล้เคียงกับเรตินอล (retinol-liked active) ช่วยฟื้นบำรุงผิวระหว่างการพักผ่อนตอนกลางคืน ช่วยลดริ้วรอยลึกถึงระดับเซลล์ ผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน ฟื้นปราการผิวแข็งแรง และเสริมผลลัพธ์จากการทำ Mesotherapy
Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM
อีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพหลังการทำ Mesotherapy คือ Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM เซรั่มบำรุงผิวหน้าสำหรับวัย 40+ ที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวได้แบบ 3 มิติ ด้วยสาร THIAMIDOL เอกสิทธิ์เฉพาะของยูเซอรินที่มีประสิทธิภาพในการลดเลือนจุดด่างดำตามวัย พร้อมลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำอีก เซรั่มนี้ประกอบด้วยไฮยาลูรอนโมเลกุลขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่สามารถซึมลึกสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยลดเลือนริ้วรอยร่องลึกและทำให้ผิวเรียบเนียน อิ่มฟู รวมทั้งสาร Arctiin แอนตี้ออกซิแดนท์ทรงพลังที่ช่วยเสริมการทำงานของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ฟื้นบำรุงและกระชับผิววัย 40+ แม้ผิวหย่อนคล้อยมาก

EUCERIN HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE
สำหรับการเตรียมผิวก่อนใช้เซรั่มและครีมบำรุง แนะนำให้เริ่มต้นด้วย Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE น้ำตบผิวเฟิร์มกระชับที่ช่วยลดฝ้าแดด ผลิตภัณฑ์นี้อุดมไปด้วยไฮยาลูรอน 3 โมเลกุลที่ช่วยเติมริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น เสริมและกักเก็บความชุ่มชื้นขั้นสุดให้ผิวดูกระชับ อิ่มฟู และนุ่มเด้ง ประกอบด้วยสาร Panthenol ที่ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว ปลอบประโลมผิว และเสริมกระบวนการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึง Vitamin C แอนตี้ออกซิแดนท์ทรงพลังที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำ มอบผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส ผสานสารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพดีที่ช่วยลดเลือนฝ้าแดดและจุดด่างดำตามวัยลึกถึงจุดกำเนิด การใช้ Boosting Essence เป็นขั้นตอนแรกจะช่วยเตรียมพร้อมผิวสำหรับการดูแลผิวขั้นตอนต่อไป และเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของผลิตภัณฑ์บำรุงที่ใช้ตามมา
คำถามที่พบบ่อย (6)
-
เมโสหน้าใสควรทำกี่ cc
ปริมาณที่ใช้ในการฉีดเมโส จะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแล โดยทั่วไปแล้วจะใช้ประมาณ 2 - 5 cc ต่อครั้ง และขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา
-
ฉีดเมโสอยู่ได้นานแค่ไหน
ผลลัพธ์จากการฉีดเมโสมักอยู่ได้ 3 - 6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวของแต่ละบุคคล และการดูแลผิวหลังฉีดเมโสก็เป็นสิ่งสำคัญ อย่างการดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และการใช้ครีมบำรุงผิวที่มีประสิทธิภาพจะช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้นานมากยิ่งขึ้น
-
หลังฉีดเมโสหน้าใสแต่งหน้าได้ไหม
ควรรอให้รอยเข็มปิดและทำตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด การแต่งหน้าเร็วเกินไปอาจเพิ่มการระคายเคืองหรือการปนเปื้อน โดยเฉพาะเมื่อแปรง ฟองน้ำ หรือเครื่องสำอางไม่สะอาด -
เมโสหน้าใสช่วยรักษาสิวได้ไหม
ไม่ควรใช้เมโสหน้าใสแทนการรักษาสิวมาตรฐาน สิวมีหลายประเภทและหลายสาเหตุ การรักษาอาจต้องใช้ยาทา ยารับประทาน หรือหัตถการที่เลือกตามการวินิจฉัย -
เมโสหน้าใสช่วยรักษาฝ้าได้ไหม
เมโสบางสูตรอาจถูกนำเสนอเพื่อช่วยให้ผิวดูสดใส แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะรักษาฝ้าได้ ฝ้าเป็นภาวะที่มีหลายปัจจัยและต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันแสงแดดและแผนการรักษาที่เหมาะสม -
หยุดฉีดเมโสแล้วผิวจะแย่กว่าเดิมไหม
เมื่อผลชั่วคราวลดลง ผิวอาจกลับไปใกล้สภาพเดิมตามอายุ แสงแดด และพฤติกรรมการดูแล ไม่ได้หมายความว่าผิวต้องแย่กว่าเดิมโดยอัตโนมัติ หากมีก้อน ผื่น การอักเสบ หรือสีผิวผิดปกติ ควรพบแพทย์








