

โบท็อกซ์ คืออะไร?
ความแตกต่างระหว่างโบท็อกและฟิลเลอร์
โบท็อกซ์ ทํางานอย่างไร
- หลังจากฉีดโบท็อกซ์เข้าสู่ผิวหนัง สาร Botulinum toxin จะทำงานโดยการปิดกั้นการหลั่งสาร acetylcholine ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กล้ามเนื้อหดตัว
- เมื่อกล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ จึงช่วยลดริ้วรอยหรือทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ฤทธิ์ดังกล่าวไม่ถาวร เมื่อเวลาผ่านไปปลายประสาทจะค่อย ๆ ฟื้นการส่งสัญญาณ กล้ามเนื้อจึงกลับมาทำงานและผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราฉีดโบท๊อกซ์เพื่อลดริ้วรอยบนหน้าผาก ริ้วรอยจะจางลงเมื่อกล้ามเนื้อผ่อนคลาย หรือการฉีดลดรอยบริเวณหางตา ก็จะเข้าไปช่วยลดเส้นริ้วบริเวณหางตา รวมถึงการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามก็จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง
การฉีดโบท็อกซ์เหมาะกับบริเวณไหนบ้าง ช่วยอะไรบ้าง
| บริเวณ | เป้าหมายที่พบบ่อย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| หน้าผาก | ลดรอยย่นจากการเลิกคิ้ว | ต้องรักษาสมดุลของกล้ามเนื้อเพื่อลดความเสี่ยงคิ้วตก |
| ระหว่างคิ้ว | ลดรอยขมวดคิ้วหรือรอยเลข 11 | เหมาะกับรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ |
| หางตา | ลดรอยตีนกาจากการยิ้มหรือหรี่ตา | ต้องฉีดอย่างระมัดระวังเนื่องจากอยู่ใกล้ดวงตา |
| กราม | ลดขนาดกล้ามเนื้อ masseter | เหมาะเมื่อกรามเด่นจากกล้ามเนื้อ ไม่สามารถลดกระดูกหรือไขมันได้โดยตรง |
| กรอบหน้าและลำคอ | ลดแรงดึงของกล้ามเนื้อบางมัด | ผลลัพธ์ขึ้นกับโครงสร้างใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อย |
| รักแร้ | ลดการส่งสัญญาณประสาทไปยังต่อมเหงื่อ | ช่วยลดเหงื่อ ส่วนกลิ่นอาจลดลงทางอ้อมเมื่อเหงื่อลดลง |
| กล้ามเนื้อบางตำแหน่ง | ใช้ดูแลภาวะเกร็งหรือกระตุกบางประเภท | ต้องอยู่ภายใต้ข้อบ่งใช้และการดูแลของแพทย์ |
การฉีดแบบตื้นเพื่อปรับลักษณะผิวหรือรูขุมขนเป็นเทคนิคเฉพาะที่อาจไม่ได้เป็นข้อบ่งใช้มาตรฐานของทุกผลิตภัณฑ์ ผลลัพธ์และหลักฐานอาจแตกต่างกัน จึงควรสอบถามแพทย์ถึงวัตถุประสงค์และข้อจำกัดก่อนทำ

โบท็อกซ์มีกี่แบบ
โบท็อกซ์ในปัจจุบันมีหลากหลายแบรนด์ที่ได้รับความนิยม โดยแต่ละแบรนด์มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเล็กน้อย
- Allergan (USA) ผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมจากสหรัฐอเมริกา เป็นโบท๊อกซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงและผลลัพธ์ที่แม่นยำ ออกฤทธิ์อยู่ได้นาน
- Dysport (UK) โบท๊อกซ์จากประเทศอังกฤษ เน้นการกระจายตัวได้ดี เหมาะสำหรับใครที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- Nabota (Korea) โบท๊อกซ์จากประเทศเกาหลี มีค่าความบริสุทธิ์ของตัวยาอยู่ที่ 98.7% เหมาะสำหรับใครที่เน้นการลดริ้วรอยอย่างรวดเร็ว
- Aestox (Korea) โบท๊อกซ์จากประเทศเกาหลี ที่เน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ มักใช้ในการปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย
- Xeomin (Germany) โบท็อกซ์จากประเทศเยอรมนี มีความบริสุทธิ์สูงด้วยเทคโนโลยีการสกัดบริสุทธิ์แบบไม่มีโปรตีนส่วนเกิน (Zero Protein Complex) ลดโอกาสการดื้อยา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและผู้ที่มีประวัติดื้อโบท็อกซ์แบรนด์อื่น
โบท็อกซ์อันตรายไหม
การฉีดโบท๊อกซ์ อาจเป็นสิ่งที่ใคนหลายคนอาจกังวลว่าอาจไม่ปลอดภัย หรือมีผลข้างเคียงที่รุนแรง แต่การการฉีดโบท็อกซ์ถือว่าปลอดภัยหากดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และอยู่ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานมีใบรับรองอย่างถูกต้อง รวมถึงการเลือกฉีดโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองและมี อย. เท่านั้น หากใช้โบท็อกซ์ปลอม อาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ รวมถึงการหากฉีดโบท๊อกซ์ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือใบหน้าไม่สมมาตร
ผลข้างเคียงที่อาจพบ
- ปวด แดง บวม หรือช้ำบริเวณที่ฉีด
- ปวดศีรษะหรือรู้สึกไม่สบายชั่วคราว
- กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอ่อนแรงมากกว่าที่ต้องการ
- คิ้วหรือใบหน้าดูไม่สมมาตร
- หนังตาหรือคิ้วตก รอยยิ้มหรือมุมปากเปลี่ยน
- ตาแห้งหรือน้ำตาไหลในบางตำแหน่ง
ผลข้างเคียงหลายชนิดเป็นแบบชั่วคราว แต่ควรติดต่อสถานพยาบาลที่ทำหัตถการเมื่อมีอาการผิดปกติหรืออาการรบกวนการใช้ชีวิต
อาการที่ควรรีบพบแพทย์
แม้อาการรุนแรงจะพบไม่บ่อย ควรรีบไปโรงพยาบาลหากมีอาการต่อไปนี้
- กลืนอาหารหรือน้ำลำบาก
- พูดไม่ชัดหรือเสียงเปลี่ยนผิดปกติ
- หายใจลำบาก มองเห็นภาพซ้อน
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหลายส่วนของร่างกาย
- หน้าบวม มีผื่น หรือมีอาการแพ้ร่วมกับหายใจติดขัด
ไม่ควรรอดูอาการเองหากมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืนหรือการหายใจ
ใครบ้างควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
ผู้ที่อยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ควรแจ้งแพทย์และรับการประเมินอย่างละเอียดก่อนฉีด
- ผู้ที่เคยแพ้ Botulinum toxin หรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีแผล การติดเชื้อ หรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด
- ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาทหรือการทำงานของกล้ามเนื้อ
- ผู้ที่มีปัญหาการกลืนหรือการหายใจ
- ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่เคยมีผลข้างเคียงจากการฉีดโบทูลินัมท็อกซิน
- ผู้ที่เพิ่งฉีดผลิตภัณฑ์ Botulinum toxin ชนิดอื่น
- ผู้ที่ใช้ยา อาหารเสริม หรือสารที่มีผลต่อกล้ามเนื้อ การแข็งตัวของเลือด หรือการเกิดรอยช้ำ
โบท็อกกี่วันเห็นผล
- หลังฉีดโบทูลินัมท็อกซิน เห็นผลชัดขึ้นในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์ ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ตำแหน่ง ปริมาณ และการตอบสนองของร่างกาย
- การลดริ้วรอยมักเห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าการลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เพราะการลดกรามต้องใช้เวลารอให้กล้ามเนื้อค่อย ๆ ลดขนาด ผลด้านรูปหน้าจึงอาจชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
- ไม่ควรรีบฉีดเพิ่มเพียงเพราะยังไม่เห็นผลในช่วงแรก ควรรอให้ถึงระยะประเมินผลและเข้าพบแพทย์ตามนัด เพื่อพิจารณาความสมมาตรและความจำเป็นในการปรับการรักษา
ฉีดโบท็อกซ์อยู่ได้นานกี่เดือน
ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์มักอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
- ตำแหน่งและขนาดของกล้ามเนื้อ
- ปริมาณที่ใช้
- เทคนิคและความแม่นยำของตำแหน่งฉีด
- ผลิตภัณฑ์และข้อบ่งใช้
- การเผาผลาญและการตอบสนองของแต่ละคน
- ประวัติและความถี่ในการฉีดที่ผ่านมา
การฉีดโบท็อกซ์เป็นวิธีเสริมความงามที่ช่วยลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราควรศึกษาและเลือกฉีดโบท๊อกซ์กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยของเราเอง และยังรวมถึงการดูแลผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีคุณภาพ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การเตรียมตัวก่อนและการดูแลหลังฉีดโบท็อก
การเตรียมตัวก่อนฉีดโบท็อก
ก่อนเข้ารับหัตถการ ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับ
- โรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา
- ยาและอาหารเสริมที่ใช้อยู่
- ประวัติการฉีดโบทูลินัมท็อกซินและวันที่ฉีดครั้งล่าสุด
- หัตถการอื่นที่เพิ่งทำบริเวณใบหน้า
- แผล ผื่น การติดเชื้อ หรือการอักเสบบริเวณที่จะฉีด
- อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก กลืนลำบาก หรือหายใจผิดปกติ
- การตั้งครรภ์ การวางแผนตั้งครรภ์ หรือการให้นมบุตร
การดูแลหลังฉีดโบท็อก
คำแนะนำหลังฉีดอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งและเทคนิค จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ฉีดเป็นหลัก โดยแนวทางทั่วไป ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็นในช่วงแรก
- รักษาความสะอาดของผิวและหลีกเลี่ยงการรบกวนรอยเข็ม
- งดหัตถการที่ใช้แรงกดหรือความร้อนบริเวณเดียวกันจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น หนังตาตก ยิ้มไม่สมมาตร กลืนลำบาก หรือหายใจลำบาก
- เข้ารับการติดตามผลตามนัดก่อนตัดสินใจฉีดเพิ่มเติม
แนะนำผลิตภัณฑ์ป้องกันริ้วรอยแรกเริ่ม
แม้ว่าการฉีดโบท็อกซ์จะช่วยลดริ้วรอยได้ดีแล้ว แต่การดูแลบำรุงผิวในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน เราขอแนะนำ

Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum
เซรั่มที่ช่วยดูแลริ้วรอยและสัญญาณผิวร่วงโรยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ และเหมาะสำหรับใช้คู่กับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อผลลัพธ์ที่ยาวนานยิ่งขึ้น Eucerin Hyaluron-Filler+ Longevity Epicelline Serum เซรั่มสูตรอัปเกรดสำหรับดูแลริ้วรอยและสัญญาณผิวร่วงโรย ผสาน EPICELLINE® สารสกัดด้าน Skin Longevity ที่ช่วยฟื้นบำรุงความอ่อนเยาว์สู่ 15 ล้านเซลล์ผิว พร้อม Hyaluronic Acid ช่วยเติมความชุ่มชื้นและให้ผิวดูอิ่มฟู, Glycine Saponin ช่วยสนับสนุนโครงสร้างและความยืดหยุ่นของผิว และ Enoxolone ช่วยลดการเสื่อมสลายของกรดไฮยาลูรอนิก พร้อมช่วยลดริ้วรอย เติมร่องลึก ให้ผิวดูอิ่มฟู ผิวดูอ่อนกว่าวัยภายใน 4 สัปดาห์ โบท็อกซ์ช่วยลดริ้วรอยจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อได้ดี แต่ไม่ได้ครอบคลุมเรื่องคุณภาพผิวหรือการสร้างคอลลาเจน เซรั่มตัวนี้จึงมีคู่หูที่ช่วยดูแลผิวในส่วนนี้ต่อทุกวัน

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Day Care SPF30

Eucerin Hyaluron-Filler + Longevity Night Care

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE
น้ำตบผิวเฟิร์มกระชับที่ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวแก้ยากวัย 40+ โดยเฉพาะ น้ำตบ EUCERIN HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER BOOSTING ESSENCE เป็นสเต็ปแรกที่สำคัญในการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป ด้วยการผสานเทคโนโลยี Hyaluron 3 โมเลกุล ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น พร้อมทั้งกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวดูกระชับ อิ่มฟู และนุ่มเด้ง เสริมด้วย Panthenol ที่ช่วยเสริมสร้างเกราะปกป้องผิว และ Vitamin C ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ทรงพลัง ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหมองคล้ำ รวมถึงสารไบรท์เทนนิ่งอย่าง Thiamidol ที่ช่วยลดเลือนฝ้าแดดและจุดด่างดำตามวัยได้ลึกถึงจุดกำเนิด การใช้น้ำตบเป็นประจำจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการฉีดโบท็อกซ์ให้ดีขึ้น เนื่องจากช่วยรักษาความชุ่มชื้นและความกระชับของผิว ผลการทดสอบของผู้ใช้ยืนยันว่าเห็นผลจริงในเพียง 2 สัปดาห์

Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM
Eucerin HYALURON RADIANCE-LIFT FILLER 3D SERUM เซรั่มที่ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอย ความกระชับ และจุดด่างดำไปพร้อมกัน ผลิตภัณฑ์นี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกซ์ให้ยาวนานและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการผสมผสานระหว่าง Hyaluron โมเลกุลขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ทำให้สามารถจัดการกับทั้งริ้วรอยตื้นและริ้วรอยลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โมเลกุลขนาดเล็กจะซึมลึกเข้าไปเติมเต็มริ้วรอยร่องลึก ในขณะที่โมเลกุลขนาดใหญ่จะช่วยลดริ้วรอยผิวเผิน สารสำคัญอื่นที่โดดเด่นคือ Thiamidol ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Eucerin ที่มีประสิทธิภาพในการลดจุดด่างดำตามวัยและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ และ Arctiin ที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ทรงพลัง ช่วยเสริมการทำงานของคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
คำถามที่พบบ่อย (5)
-
โบท็อกซ์อันตรายไหม?
การฉีดโบท็อกซ์ไม่อันตราย หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและควรเลือกฉีดโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองมีอย. เท่านั้น เพราะหากใช้โบท็อกซ์ปลอม อาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้
-
โบท็อกซ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์มักอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกซ์ที่ใช้ การดูแลผิวหน้าตัวเองหลังฉีด อย่างการหลีกเลี่ยงความร้อน การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดโดยหลังจากนั้นอาจต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
-
ใครบ้างไม่ควรฉีดโบท็อกซ์?
หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่แพ้สาร Botulinum toxin ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อ
-
ฉีดโบท็อกแล้วหน้าจะแข็งหรือไม่
ใบหน้าอาจดูขยับน้อยเกินไปหากใช้ปริมาณมากเกิน ตำแหน่งไม่เหมาะสม หรือผลต่อกล้ามเนื้อไม่สมดุล การวางแผนตามกายวิภาคและคงการเคลื่อนไหวบางส่วนช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น -
โบท็อกลดกรามได้กับทุกคนหรือไม่
ไม่ทุกคน โบท็อกช่วยได้เมื่อกรามดูกว้างจากกล้ามเนื้อ masseter หากใบหน้ากว้างจากกระดูก ไขมัน หรือผิวหย่อนคล้อย ผลลัพธ์อาจจำกัดและอาจต้องพิจารณาวิธีอื่น








