สิวในจมูก

สิวในจมูก เจ็บข้างในจมูก เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรดี

อ่านแล้ว 3 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

สิวในจมูก เป็นปัญหาที่หลายคนเคยเผชิญหน้ากันเป็นประจำ และสร้างความเจ็บปวดให้กับบริเวณที่เกิดสิวได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสิวนั้นเกิดภายในจมูก แม้จะมองไม่เห็นภายนอกแต่ทำให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างยากลำบาก และหากดูแลรักษาไม่ถูกวิธีอาจเรื้อรังและเกิดการอักเสบมากกว่าเดิมได้

สิวในจมูก คืออะไร? อาจไม่ใช่แค่สิวธรรมดา

"สิวในจมูก" คือ สิวแบบนึงที่เป็นตุ่มอักเสบเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังด้านในของรูจมูก (Nasal Vestibule) มักเป็นที่บริเวณโพรงจมูกส่วนหน้า ซึ่งอาจเป็นได้หลายอย่าง ตั้งแต่ สิวอุดตัน สิวอักเสบ ไปจนถึงภาวะที่รุนแรงกว่านั้น:

  • รูขุมขนอักเสบ (Folliculitis): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อที่รูขุมขน มักเกิดจากการแคะจมูก การถอนขนจมูก หรือการระคายเคือง
  • ฝีในจมูก (Nasal Furuncle/Boil): เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงและลึกกว่ารูขุมขนอักเสบ มักเกิดจากเชื้อ Staphylococcus aureus ทำให้เกิดตุ่มหนองขนาดใหญ่ บวม แดง และปวดมาก อาจมีไข้ร่วมด้วย
  • โพรงจมูกอักเสบ (Nasal Vestibulitis): เป็นการอักเสบทั่วไปบริเวณผิวหนังส่วนหน้าของโพรงจมูก อาจเกิดจากอาการแพ้ การติดเชื้อ หรือการระคายเคืองเรื้อรัง ทำให้เกิดตุ่มแดง เจ็บ หรือตกสะเก็ดได้

สาเหตุของ สิวในจมูก

สิวในจมูก เกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนในบริเวณจมูก ซึ่งอาจเกิดจากสิ่งสกปรก มลภาวะ ฝุ่น หรือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว บางกรณีอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการเกิดขนคุดในรูขุมขน รวมถึงเกิดจากการสะสมของไขมันส่วนเกินและอุดตันรูขุมขน:

  • การอุดตันของรูขุมขน: เช่นเดียวกับสิวบนใบหน้า น้ำมันส่วนเกิน (ซีบัม) เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรก สามารถอุดตันรูขุมขนในจมูกได้
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย: แบคทีเรีย โดยเฉพาะ Staphylococcus aureus (เชื้อสแตฟ) ซึ่งอาศัยอยู่บนผิวหนังและในจมูกอยู่แล้ว สามารถเข้าไปในรูขุมขนที่เปิด เยื่อบุจมูกหรือมีแผลเล็กๆ ทำให้เกิดการอักเสบได้
  • พฤติกรรมเสี่ยง:
    • การแคะจมูก: นิ้วมือที่ไม่สะอาดอาจนำพาเชื้อโรคเข้าสู่โพรงจมูก
    • การถอนหรือดึงขนจมูก: ทำให้เกิดแผลเล็กๆ ที่รูขุมขน เป็นช่องทางให้แบคทีเรียเข้าโจมตี
    • การสั่งน้ำมูกแรงๆ: อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือบาดแผลเล็กๆ
    • การเจาะจมูก: หากดูแลความสะอาดไม่ดี อาจเกิดการติดเชื้อได้
  • สุขอนามัย: การไม่รักษาความสะอาดมือและใบหน้า
  • ภาวะอื่นๆ: เช่น ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ หรือการใช้ยาบางชนิด อาจส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในโพรงจมูก

วิธีรักษา สิวในจมูก

อาการอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงและชนิดของตุ่ม แต่โดยทั่วไปจะมีอาการดังนี้:

  • ปวดหรือเจ็บ: โดยเฉพาะเมื่อสัมผัส หรือขยับจมูก
  • บวม แดง: บริเวณที่เป็นตุ่มอาจมีอาการบวมและแดง
  • รู้สึกร้อน: บริเวณที่อักเสบอาจรู้สึกร้อนกว่าปกติ
  • มีหัวหนอง: อาจเห็นเป็นจุดหนองสีขาวหรือเหลืองตรงกลางตุ่ม
  • กดเจ็บ: รู้สึกเจ็บมากขึ้นเมื่อกดลงไปบริเวณตุ่ม
  • อาจมีไข้: ในกรณีที่เป็นฝี หรือการติดเชื้อรุนแรง

วิธีรักษา สิวในจมูก

ที่จริงแล้วสิวในจมูกสามารถหายได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่หากต้องการรักษาให้สิวในจมูกหายเร็วขึ้น ควรปฎิบัติดังนี้

1. ไม่บีบหรือแคะสิวในจมูก

การบีบหรือแคะสิวในจมูก เป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และอาจเกิดเป็นแผลเรื้อรังหายได้ยากอีกด้วย

 

2. ใช้ยารักษาสิว

การใช้ยารักษาสิว หรือใช้ยาแต้มสิวที่วางขายทั่วไป แต่ควรระวังเพราะยาบางชนิดก็ไม่เหมาะกับการใช้กับสิวในจมูก ควรสอบถามเภสัชก่อนเลือกซื้อยาแต้มสิวสำหรับทาสิวในจมูก

 

3. ใช้ยารับประทานต้านแบคทีเรีย

ในกรณีที่สิวในจมูกเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือมีอาการหนอง แพทย์อาจจ่ายยารับประทานต้านแบคทีเรีย เพื่อช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ และป้องกันการแพร่กระจายของการติดเชื้อ

 

4. ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

เมื่อสิวในจมูกไม่หายหรือมีอาการรุนแรง เช่น สิวใหญ่มาก มีหัวหนอง ปวดรุนแรง หรือมีไข้ แพทย์ะสามารถวินิจฉัยสาเหตุของสิวในจมูกได้อย่างถูกต้อง และให้การรักษาที่เหมาะสม

เป็น สิว ใน จมูก

วิธีป้องกันการเกิด สิวในจมูก

1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าที่เหมาะสมกับผิว เช่น ถ้ามีผิวแพ้ง่าย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ (alcohol-free) หรือไม่มีสารเคมี (chemical-free) เพื่อลดการกระตุ้นผิว ถ้ามีผิวแห้ง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ moisturizer เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว

 

2. เปลี่ยนผ้าหรือกระดาษทิชชู่ที่ใช้เช็ดหน้าบ่อยๆ

ควรเปลี่ยนผ้าหรือกระดาษทิชชู่ที่ใช้เช็ดหน้าบ่อยๆ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและเชื้อโรคบนผ้าหรือกระดาษและไม่ใช้ผ้าหรือกระดาษที่ใช้เช็ดหน้าร่วมกับผู้อื่น

 

3. หลีกเลี่ยงการบีบหรือแคะสิว

ไม่ควรการบีบหรือแคะสิวในบริเวณต่างๆเพราะอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น หรือทำให้เชื้อโรคติดอยู่ที่นิ้วหรืออุปกรณ์บีบสิว และเมื่อเราแคะจมูกหรือจับจมูกก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

 

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสและการแคะจมูก

หลีกเลี่ยงการสัมผัสและการแคะจมูก เพราะหากเล็บยาวหรือไม่สะอาดจะทำให้สิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียสะสมในจมูกก่อให้เกิดสิวได้

 

5. ไม่สั่งน้ำมูกแรงเกินไป

ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงเกินไป และไม่ควรใช้กระดาษทิชชูปั่นในรูจมูกอย่างรุนแรงเพราะทำให้เกิดการระคายเคืองเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวในจมูกได้

 

6. รักษาความสะอาดผิวหน้าอย่างเหมาะสม

การดูแลผิวหน้ารอบบริเวณจมูกอย่างถูกวิธียังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดปัญหาได้ เนื่องจากแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในจมูกนั้น มักอาศัยอยู่บนผิวหน้าและสามารถแพร่กระจายเข้าสู่โพรงจมูกได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการแคะหรือสัมผัสจมูกบ่อยๆ

การทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid (BHA) เช่น Eucerin DERMOPURE CLINICAL PURIFYING CLEANSER ช่วยทำความสะอาดอย่างล้ำลึกเข้าไปในรูขุมขน ลดการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย คลีนซิ่งเจลสูตรอ่อนโยนที่ผ่านการทดสอบทางคลินิก ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และผ่านการทดสอบบนผิวบอบบางแพ้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการใช้ประจำวันเพื่อรักษาความสะอาดของผิวหน้าและลดการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรีย

สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวบนใบหน้าร่วมด้วย การใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum ซึ่งผสาน 2% Salicylic Acid และ Thiamidol ช่วยจัดการปัญหาสิวอุดตัน สิวอักเสบ และรอยสิวได้พร้อมกัน Salicylic Acid ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ลดการอักเสบ และควบคุมความมันส่วนเกิน ขณะที่ Thiamidol ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดรอยสิว ผ่านการทดสอบทางคลินิก พบว่าลดปัญหาสิวตั้งแต่วันแรกที่ใช้ และจัดการรอยสิวได้เห็นผลภายใน 2 สัปดาห์

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับสิวโดยเฉพาะอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างสภาพแวดล้อมบนผิวหน้าที่ไม่เอื้อต่อการเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย ลดโอกาสที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายเข้าสู่โพรงจมูก และช่วยป้องกันการเกิดสิวในจมูกในระยะยาว

หมายเหตุสำคัญ: ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไม่สามารถใช้ภายในโพรงจมูกได้ และไม่สามารถทดแทนการรักษาจากแพทย์ การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันเท่านั้น

การรู้วิธีรักษาและป้องกันสิวในจมูกอย่างถูกวิธี จะลดโอกาสการเกิดสิวในจมูกให้ดีมากขึ้น การให้ความสำคัญอย่างการล้างมือก่อนสัมผัสจมูก หลีกเลี่ยงการแคะจมูก ดึงขนจมูก หรือสั่งน้ำมูกแรงๆ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลในจมูกและยังช่วยลดและอาการสิวขึ้นจมูกอีกด้วย แต่หากสิวในจมูกมีอาการรุนแรงเจ็บปวดมากกว่าปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย (6)

  • สิวในจมูก บีบได้ไหม

    ไม่ควรบีบสิวในจมูกทุกกรณี เนื่องจากส่วนของใบหน้าและจมูกมีหลอดเลือดจำนวนมาก ซึ่งมีผลต่อดวงตาและสมองด้วย การสัมผัสหรือบีบสิวในจมูกอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อและการแพร่กระจายของสิวได้ รวมถึงสามารถทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน (Cavernous Sinus Thrombosis) ได้ด้วย เพราะหลอดเลือดในจมูกบางส่วนนั้นเชื่อมต่อไปยังสมองนั่นเอง

  • จะดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อเป็นสิวในจมูกได้อย่างไร?

    รักษาความสะอาด, ห้ามบีบ, ประคบอุ่นด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที, หลีกเลี่ยงการระคายเคือง

  • ยาอะไรที่ใช้รักษาสิวในจมูกได้บ้าง

    อาจใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทา เช่น Mupirocin (ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อน) หรือในกรณีรุนแรง แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ยาแต้มสิวทั่วไปควรใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งบริเวณนี้

  • สิวในจมูก กับ ฝีในจมูก ต่างกันอย่างไร?

    สิวในจมูกมักหมายถึงรูขุมขนอักเสบที่ไม่รุนแรงนัก ส่วนฝี (Furuncle) คือการติดเชื้อที่ลึกและรุนแรงกว่า ทำให้เกิดตุ่มหนองใหญ่ ปวด บวม แดง และอาจมีไข้ร่วมด้วย ฝีมักต้องการการรักษาโดยแพทย์

  • ต้องไปหาหมอเมื่อมีอาการแบบไหน?

    ควรไปพบแพทย์หากมีอาการปวดรุนแรง, บวมมาก, มีไข้, ไม่หายใน 1-2 สัปดาห์, เป็นซ้ำบ่อยๆ หรือมีอาการผิดปกติทางตาหรือปวดศีรษะรุนแรง

  • สิวในจมูกใช้เวลากี่วันถึงจะหาย?

    สิวหรือรูขุมขนอักเสบเล็กน้อยอาจหายได้เองใน 1-2 สัปดาห์ หากเป็นฝีหรือติดเชื้อรุนแรงอาจใช้เวลานานกว่านั้น และอาจต้องได้รับการรักษาจากแพทย์

แนะนำผลิตภัณฑ์ ที่ช่วยเรื่องผิวเป็นสิว

นอกจากที่เราจะรู้วิธีการดูแลสิวในจมูกแล้ว เราก็ควรดูแลสุขภาพผิวบริเวณอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นสิว อย่างการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวหน้า Eucerin ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิวและช่วยรักษาความชุ่มชื้น Eucerin Pro ACNE SOLUTION SOS SERUM เซรั่มสำหรับคนเป็นสิว ที่ช่วยลดการอักเสบ ระคายเคืองสิวด้วย Licochalcone A และ Panthenol ช่วยปลอบประโลม และเสริมปราการผิว พร้อมควบคุมความมันส่วนเกินด้วย 2X Carnitine ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวด้วย Decanediol พร้อมดูแลปัญหารอยดำรอยแดงจากสิวได้ถึงต้นตอด้วย AHA/BHA/PHA จบปัญหาสิวซ้ำซากใน 7 วัน และลดการอักเสบของสิวใน 8 ชม.

บทความเกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง