สิวที่หลัง เกิดจากอะไร รักษาสิวที่หลังยังไง ไม่ให้กลับมาเป็นอีก

อ่านแล้ว 2 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
สิวที่หลัง

สิวที่หลัง (Back Acne, Bacne) มักเกิดบริเวณหลังและไหล่ เป็นปัญหากวนใจใครหลายคน หากไม่รักษาความสะอาดให้ดี สิวก็อาจขึ้นจนกลบความเนียนสวยของหลังเราไป หากทิ้งรอยสิวไว้อาจทำให้หมดความมั่นใจจะใส่ชุดโชว์ผิวสวยของเราได้ ถ้าหากเป็นสิวรุนแรงหรือจำนวนเยอะมาก ควรปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด เพราะฉะนั้นลองมาเริ่มต้นดูแลรักษาสิวที่หลัง จากการทำความสะอาดร่างกายกันดีกว่า


สิวที่หลังเกิดจาก

สิวที่หลังมีอาการอย่างไร

สิวที่หลังมักจะขึ้นบริเวณ หลัง ลำตัว หรือหัวไหล่ มักรู้สึกเจ็บเมื่อถูกกดหรือสัมผัส โดยผู้ที่เป็นสิวที่หลังอาจรู้สึกระคายเคืองหรือแสบเวลาสวมเสื้อผ้าที่แนบกับผิว หรือเมื่อเหงื่อออก นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดตึงบริเวณผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อมีการอักเสบของสิวหนองหรือสิวอักเสบ และเมื่อสิวแตกอาจมีอาการแสบและเจ็บปวดร่วมด้วย ซึ่งความรุนแรงของอาการจะขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของสิวที่เกิดขึ้น

สิวที่หลัง เกิดจากอะไร?

สิวที่หลัง เกิดจากแบคทีเรียและความมันของผิวจนเกิดการอุดตันเหมือนสิวบนใบหน้า หากเป็นในส่วนของสิวตามร่างกายนั้น มักจะเกิดได้หลายสาเหตุ โดยสาเหตุจะมาจากต่อมน้ำมันภายใต้รูขุมขน เรียกว่าซีบัม ผลิตออกมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้น แต่หากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขน จะทำให้เกิดสิวที่หลัง มีอาการแดง บวมหรือเป็นหนอง หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น

  • ความเครียด นอนน้อย ก่อให้เกิดสิวที่หลังได้
  • สิวที่หลังขึ้นช่วงฮอร์โมนเปลี่ยน เช่น มีประจำเดือน ช่วงวัยรุ่น
  • สิวที่หลังที่มาจากผลข้างเคียงจากการกินยาบางชนิด
  • รับประทานอาหารไขมันสูง รสหวานจัดบ่อยๆจนเกิดเป็นสิวที่หลัง
  • สิวที่หลังเกิดจากสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายเหงื่อ จนอับชื้นหมักหมม
  • พันธุกรรมและการแพ้สกินแคร์บางชนิดก็เป็นสาเหตุนึงของสิวที่หลัง
  • การใช้โลชั่นหรือครีมที่ไม่เหมากับสภาพผิว ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวอุดตันที่หลังได้

ประเภทและชนิดของสิวที่หลัง

สำหรับสิวที่หลังนั้น มีหลายชนิดเหมือนสิวบนใบหน้า ถ้าทราบชนิดของสิวที่เป็นอยู่ จะช่วยให้รักษาได้อย่างเหมาะสม ชนิดของสิวที่หลัง มีดังต่อไปนี้

 

สิวอุดตันหรือสิวหัวขาว

เกิดจากหัวสิวที่อุดตันอยู่ในรูขุมขนภายใต้ผิวหนัง

 

สิวหัวดำ

เกิดจากการอุดตันรูขุมขนที่เปิดอยู่บริเวณผิวหนัง จากปฏิกิริยาของไขมันและอากาศ

 

สิวอักเสบ

แบบตุ่มนูนแดง เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตัน ไม่ควรบีบเพราะอาจติดเชื้อและทิ้งรอยแผล

 

สิวอักเสบแบบหัวหนอง

หากบีบหรือแกะ อาจทำให้เป็นจุดด่างดำหรือแผลเป็นได้

 

สิวอักเสบแดงแบบก้อนลึก

อยู่ภายใต้ผิวหนัง มีขนาดใหญ่ แข็ง อักเสบ และอาจมีอาการเจ็บได้

 

สิวหัวช้างหรือสิวซีสต์

เป็นหนองมีขนาดใหญ่ ถือเป็นสิวระดับรุนแรงและมีอาการเจ็บปวด

วิธีรักษาสิวที่หลัง

6 วิธี รักษาสิวที่หลัง

จะเห็นได้ว่า สาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง โดยรวมแล้วมาจากปัจจัยภายในอย่างฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในร่างกาย และปัจจัยภายนอกในเรื่องอาหารการกินและการรักษาความสะอาด สำหรับวิธีการรักษาสิวที่หลัง มีมากมาย ทั้งแบบธรรมชาติทำได้ด้วยตัวเองและการพบแพทย์ด้านผิวหนังเฉพาะทาง

 

1. การรักษาด้วยใช้ยาทา สิวที่หลัง

  • ยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Retinoids) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิว โดยจะช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตันและลดการอักเสบ สามารถใช้ร่วมกับการรักษาสิวทุกระยะ และใช้ทาป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้ด้วย มีผลข้างเคียงทำให้ผิวลอก คัน แดง
  • Benzoyl peroxide เป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวที่หลัง ซึ่งช่วยลดแบคทีเรียบนผิวหนังและลดการอักเสบของสิว โดยปกติแล้ว ส่วนผสมของยานี้จะมีค่าเป็นออกซิเดชั่นต่ำทำให้เป็นยาที่สามารถซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดี แต่สำหรับผิวที่แพ้ง่าย ควรทดลองใช้เป็นเวลาสั้นๆ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงได้แก่ ผิวแห้ง ผิวแตก ในกรณีที่ใช้ยาแล้วเกิดผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ผิว ควรหยุดใช้ทันทีและปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำในการรักษา

 

2. การฉีดยา รักษาสิวที่หลัง

การฉีดยารักษาสิวที่หลังเป็นวิธีการรักษาสิวที่อุดตันและมีขนาดใหญ่ ยาที่ใช้ฉีดรักษาสิวที่หลัง จะเป็นยาที่มีความเข้มข้นสูง ส่วนใหญ่จะเป็นสารที่ช่วยลดการอักเสบของสิวและลดการอุดตันของเม็ดสิว แต่มีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น การแพ้ยาหรือการอักเสบ การฉีดยารักษาสิวที่หลังจะต้องพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินความเหมาะสมและคำแนะนำวิธีการรักษา

 

3. การทำเลเซอร์ รักษาสิวที่หลัง

การทำเลเซอร์ รักษาสิวอุดตัน เป็นวิธีการรักษาสิวที่เห็นผลไว และสามารถแก้ปัญหาสิวอุดตันได้ดี โดยการเลเซอร์สิวอุดตันจะทำคล้ายใช้เข็มเจาะแต่ใช้พลังงานแสงในการเจาะแทน โดยเฉพาะจุดที่เป็นสิวอุดตัน แต่อาจมีผลทำให้ผิวบางลง และไวต่อแสง ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผิวหนังอย่างใกล้ชิด

 

4. การฉีดเมโสที่หลัง (Mesotheraphy)

การฉีดเมโสที่หลังเป็นกระบวนการที่ใช้สารสกัดจากพืชและวิตามินต่างๆ เข้าสู่ผิวหนังผ่านทางการฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดผด ผื่น ลดการทำงานของต่อมไขมัน และทำให้ผิวหนังดูกระจ่างใสยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการฉีดอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสารที่ใช้ฉีดและสภาพผิวหนังของแต่ละบุคคล ดังนั้นควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวหน้าก่อนที่จะตัดสินใจฉีดเมโสที่หลังหรือวิตามินผิว

 

5. เปลี่ยนเสื้อผ้า หลังมีเหงื่อออกหรือสิ่งสกปรก

ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า หากเสื้อผ้ามีเหงื่อ เพราะเหงื่อในร่างกายเราประกอบไปด้วยเกลือ แร่ธาตุ และแบคทีเรีย ซึ่งสามารถอุดตันรูขุมขน ทำให้เกิดสิว ผื่นคัน และกลิ่นตัวได้

 

6. การทำความสะอาดผิวที่หลังด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว

ผิวที่หลังมีต่อมไขมันและรูขุมขนมาก ควรทำความสะอาดผิวที่หลังโดยการ ขจัดสิ่งสกปรก น้ำมัน และแบคทีเรียออกจากผิว และควรเลือกสบู่หรือครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนไม่ทำร้ายผิว อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวตระกูล 3X EFFECT ROUNTINE FOR BODY ACNE ที่จะมาช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินไปพร้อมๆ กับการลดปัญหาสิวที่หลังให้กระจ่างใสอีกด้วย

วิธีป้องกันสิวที่หลัง

วิธีป้องกันสิวที่หลังที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงในการเกิดสิว

 

1. ป้องกันสิวที่หลังด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร

ไม่รับประทานที่มีไขมันสูง หรือหวานจัด และเลือกใช้ผลิตภัณต์อาบน้ำ รวมถึงโลชั่นบำรุงผิวที่อ่อนโยน

 

2. หากมีการออกกำลังกายหรือมีเหงื่อไคล

หลังจากออกกำลังกายควรรีบอาบน้ำ เพื่อลดการหมักหมมของแบคทีเรีย และเลือกใช้เสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี เพื่อลดความอับชื่นจากเหงื่อในระหว่างวัน และลดสาเหตุของสิวที่หลัง

 

3. มาสก์ผิว

รักษาสิวที่หลัง ด้วยการทำมาสก์ผิวจากส่วนผสมธรรมชาติ การโกนหรือแว็กซ์ขนหลัง เพื่อลดการอุดตันของผิว

 

4. การเลือกใช้โทนเนอร์เช็ดหลังอาบน้ำ

โดยนำสำลีเช็ดบริเวณที่เป็นสิวที่หลัง และใช้ยารักษาสิวที่หลังชนิดทา โดยแต้มในบริเวณหัวสิวอย่างสม่ำเสมอ

 

5. การใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาสิวที่หลัง

เช่น แป้งน้ำ ซึ่งค่อนข้างปลอดภัยและใช้ได้ต่อเนื่องเพื่อให้สิวที่หลังแห้งและหลุดไปเอง

 

6. การรับประทานยารักษาสิวที่หลัง

ในกรณีรักษาไม่หายหรือมีอาการรุนแรง ควรใช้กับปัญหาสิวที่ค่อนข้างรุนแรง ต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผิวหนัง หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะอาจทำให้เกิดสิวที่หลัง

  • การไม่อาบน้ำหลังเหงื่อออก ปล่อยให้เหงื่อและสิ่งสกปรกสะสมบนผิวหนังเป็นเวลานาน
  • การขัดถูผิวแรงๆ จนทำให้ผิวระคายเคืองและอาจกระตุ้นการอักเสบของสิว
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสม เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตรงกับสภาพผิว หรือมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  • การใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ ทำให้เกิดความอับชื้นและเหงื่อสะสม
  • การไม่ทำความสะอาดเครื่องนอน ปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย
  • การแกะหรือบีบสิว ทำให้เกิดการอักเสบ รอยดำ และอาจทำให้เชื้อแพร่กระจาย

ควรพบแพทย์เมื่อไร เมื่อเกิดสิวที่หลัง

  • สิวที่หลังไม่หาย หรือเป็นๆ หายๆ แม้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี รักษาความสะอาด และใช้ยารักษาสิว แต่สิวก็ไม่ดีขึ้น หรือหายแล้วก็กลับมาเป็นซ้ำ อาจเป็นสัญญาณว่าสิวที่หลังอาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน พันธุกรรม หรือโรคผิวหนัง
  • สิวอักเสบรุนแรง มีอาการปวด บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีตุ่มสิวขนาดใหญ่ อาจเกิดการติดเชื้อ และลุกลาม
  • สิวที่หลัง ที่ทำให้เกิดแผลเป็น หรือรอยดำ รอยแดง ที่รักษาเองไม่ได้
  • สิวที่หลัง มีอาการคันมาก หรือมีผื่นแดง ลอก เป็นขุย ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนังอื่นๆ

 

การรักษาสิวที่หลังนั้น ควรรักษาสิวที่หลังอย่างค่อยเป็นค่อยไป ปรับพฤติกรรมและปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม อย่างใจเย็นและทำเป็นกิจวัตรอย่างมีวินัย เพราะสิวที่หลังสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้เสมอ บางคนไม่เคยเป็นก็มีโอกาสเป็นได้เพราะฉะนั้นอย่าลืมหันมาใส่ใจในการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องกันด้วยนะ

แนะนำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่ช่วยลดสิวที่หลัง

เจลอาบน้ำรักษาสิวที่หลัง

Eucerin DERMOPURE CLINICAL CORRECTING GEL TO FOAM (Face & Body)

ด้วยนวัตกรรมเนื้อสัมผัสเจลที่เปลี่ยนเป็นโฟมเมื่อสัมผัสน้ำ ทำให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกแต่อ่อนโยน ที่ผสาน 2% Salicylic Acid สามารถซึมลึกเข้าสู่รูขุมขนเพื่อละลายสิ่งอุดตันและผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ พร้อมทั้งยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิว ร่วมกับ AHA และ PHA ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินได้อย่างล้ำลึก ลดการอุดตันตั้งแต่ขั้นตอนแรก เนื้อเจลเปลี่ยนเป็นโฟมใช้ง่าย เหมาะกับผิวบอบบางเป็นสิวง่าย ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังการทำความสะอาด

ครีมทาผิวลดสิวและรอยสิวบนร่างกาย

Eucerin DERMOPURE Clinical Correcting Body Care

หลังทำความสะอาด ทา DERMOPURE Clinical Correcting Body Care ให้ทั่วแผ่นหลังเป็นประจำทุกวัน สูตรนี้ผสาน BHA เข้ากับ Thiamidol เพื่อจัดการทั้งสิวและรอยสิวที่ลำตัว เห็นผลใน 2 สัปดาห์ พร้อมเติมความชุ่มชื้นต่อเนื่องยาวนาน 48 ชั่วโมง และมีคุณสมบัติไม่อุดตันรูขุมขน ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำเมื่อใช้ต่อเนื่อง

คำถามที่พบได้บ่อย เกี่ยวกับสิวที่หลัง (6)

  • สิวที่หลัง สามารถกด หรือบีบได้ไหม

    การกดสิวที่หลัง สาามารถกดได้ และควรศึกษาการกดสิวที่ถูกต้องและปลอดภัยก่อนตัดสินใจกด เพราะการกดสิวที่หลัง จะไม่แนะนำให้กดเองเพราะอยู่ในมุมที่กดได้ยาก และสามารถทำให้สิวที่หลังเกิดการอักเสบที่รุนแรงขึ้น และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เป็นรอยหลุมสิว หรือเป็นแผลเป็นได้

  • รักษาสิวที่หลัง กี่วันหาย

    ระยะเวลาในการรักษาสิวที่หลังขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสิว และขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา โดยปกติแล้วการรักษาสิวจะใช้เวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ แต่ในกรณีที่สิวที่หลัง เป็นอุดตัน หรือสิวหัวช้างรุนแรงอาจต้องรักษาต่อเนื่องนานเป็นปี

  • รอยดำ รอยสิวที่หลังรักษาได้ไหม

    รอยดำ รอยสิวที่หลัง สามารถรักษาหายได้หายได้และขึ้นอยู่กับวิธีการรักษา ถ้าเป็นรอยดำ รอยสิวที่เล็กน้อยและไม่ลึกเกินไปในผิวหนัง อาจจะใช้เวลาตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์หรือเป็นเดือน แต่ในบางกรณี ก็ขึ้นอยู่กับความเสียหายของผิวหนัง และการฟื้นฟูสภาพผิวหนัง การใช้วิธีรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้รอยสิวหายได้เร็วขึ้น ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

  • กดสิวที่หลังได้ไหม

    การกดสิวที่หลังด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก และอันตรายเพราะหากทำผิดวิธีหรือเครื่องมือไม่สะอาด อาจทำให้อักเสบและรุนแรงมากขึ้นได้ แนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญในการกดสิวกดสิงดีกว่า

  • สิวที่หลังเหมือนหรือต่างจากสิวที่หน้าหรือไม่?

    สิวที่หลังและสิวที่หน้ามีกลไกการเกิดที่คล้ายคลึงกัน โดยเริ่มจากการอุดตันของรูขุมขนด้วยเซลล์ผิวที่ตายแล้จึงทำให้เกิดการอักเสบจากแบคทีเรีย หรือการผลิตน้ำมันที่มากเกินไปจากต่อมไขมัน อย่างไรก็ตาม ผิวหนังบริเวณหลังมีความหนากว่าและมีรูขุมขนที่ใหญ่กว่าผิวหน้า ทำให้สิวที่หลังมักมีขนาดใหญ่และลึกกว่า นอกจากนี้ เหงื่อและการเสียดสีจากเสื้อผ้าเป็นปัจจัยเฉพาะที่กระตุ้นสิวที่หลังได้มากกว่าสิวที่หน้า และการดูแลรักษาความสะอาดหลังก็อาจทำได้ยากกว่า

  • อาหารมีผลต่อการเกิดสิวที่หลังหรือไม่?

    อาหารอาจทำให้เกิดสิวที่หลังได้ในบางบุคคล แม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักโดยตรง แต่การบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูงและค่าดัชนีน้ำตาลสูง, ผลิตภัณฑ์จากนม, และอาหารที่มีไขมันสูง อาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนและการอักเสบในร่างกาย ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดสิวหรือทำให้อาการแย่ลงได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากอาหารแตกต่างกันไปในแต่ละคน การสังเกตความเชื่อมโยงระหว่างอาหารกับการเกิดสิวที่หลัง และการเลือกรับประทานอาหารที่สมดุลจึงเป็นสิ่งสำคัญ

บทความเกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง