Treating and removing acne scars

รอยแผลเป็นจากสิว ควรทำอย่างไรเพื่อลดหรือลบรอยแผลเป็นจากสิว

การใช้ชีวิตร่วมกับปัญหาสิวอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับหลายๆคนยังมีปัญหาที่ตามมาอีกหลังจากที่สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule)และสิวหัวหนอง (Pustule)หาย สิวมักทิ้งรอยสิวและรอยแผลเป็นไว้บนผิว บางคนที่มีสิวรุนแรง สิวก็จะทิ้งรอยแผลเป็นรุนแรงและน่ากลัวไว้บนผิว โชคดีที่มีตัวเลือกมากมายสำหรับการแก้ปัญหาแผลเป็นเหล่านี้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นตั้งแต่แรก หากคุณกำลังประสบปัญหาจากสิวเฉียบพลัน เราขอแนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยเร็วที่สุด แพทย์จะสามารถแนะนำการรักษาที่สามารถบรรเทาสิวของคุณเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็นได้

อ่านเพิ่มเติมว่าเมื่อมีอาการใดคุณควรไปพบแพทย์และสิ่งที่แพทย์จะทำต่อไป ได้ที่นี่

ผลที่ตามมาอย่างชัดเจนและรุนแรงที่สุดของสิวคือรอยแผลเป็น แต่สิวสามารถทิ้งรอยอื่น ๆ ไว้ได้อีก เช่น รอยดำที่เกิดจากการอักเสบ ( อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดรอยดำได้ที่สิว จุดด่างดำ กระ ฝ้าแดด )

รอยแผลเป็นและรอยสิว
สิวอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นและรอยสิว

รอยแผลเป็นสิวเกิดจากอะไร

พยายามไม่บีบสิวหัวดำ,สิวหัวขาวและสิวอื่น ๆ ด้วยนิ้วหรือเครื่องมืออื่น ๆ เมื่อคุณบีบสิวแรงๆ (โดยเฉพาะสิวที่ยังไม่สุกเต็มที่) คุณได้ทำลายเส้นเลือกฝอย, ต่อมต่างๆและเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆสิว ซึ่งมีผลทำให้อาการของสิวแย่ลงและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นได้

รอยแผลเป็นเกิดขึ้นเมื่อผิวหนังชั้นนอกสุด หรือ ชั้นหนังกำพร้าได้รับความเสียหายและส่งผลไปถึงชั้นผิวหนังที่อยู่ลึกลงไป เมื่อผิวไม่สามารถซ่อมแซมตนเองให้กลับมาเป็นเหมือนเคยได้ ผิวจะสร้างเนื้อเยื่อซึ่งมีส่วนประกอบของเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาแทนที่บริเวณบาดแผล เส้นใยเหล่านี้ช่วยเติมเต็มแผลจากภายในสู่ภายนอกและช่วยรักษาบริเวณผิวหนังที่ถูกทำลายได้ เนื้อเยื่อที่เข้ามาเติมเต็มแผลนี้อาจจะรักษาบาดแผลแต่ทิ้งรอยที่สามารถมองเห็นได้ กลายเป็นรอยแผลเป็นสิว หรือรอยสิว

ชนิดของแผลเป็นสิว

รอยแผลเป็นสิวมีหลายประเภท ลักษณะแผลเป็นต่อไปนี้คือแผลเป็นที่สัมพันธ์กับปัญหาสิวมากที่สุด คือ

แผลเป็นชนิดหลุม หรือรอยหลุมสิว (Atrophic scar) 

คือรอยแผลเป็นหลุมสิว บางครั้งเรียกว่า "Ice pick scar" แผลเป็นเหล่านี้เกิดจากการรักษาแผลไม่ถูกวิธีและเนื้อเยื่อไม่สมานกัน แผลเป็นเกิดใต้เนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆและเกิดหลุดมีรอยหยักเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้

รอยแผลหลุม หรือ "ice pick" scars เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว
สิวอาจทำให้เกิดรอยแผลหลุม หรือ "ice pick" scars

แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar)
แผลเป็นที่นูน คือ เนื้อเยื่อแผลเป็นที่ยกนูนขึ้นมาจากผิวหนัง เมื่อเกิดสิวอักเสบบนผิวหนัง ผิวหนังจะผลิตเนื้อเยื่อขึ้นภายในบาดแผล แต่เนื้อเยื่อนี้ไม่ได้มีโครงสร้างเช่นเดียวกับเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพดีดังนั้นจึงทำให้เกิดความหนานูนขึ้นบนผิวหนังรอบรอยสิว

แผลเป็นนูนคีลอยด์ (Keloids)

เมื่อแผลเป็น Hypertrophic โตขึ้นและขยายไปยังผิวบริเวณอื่น แผลเป็นเช่นนี้เรียกว่าคีลอยด์ แผลเป็นที่นูนขึ้นและมีสีม่วงแดงเมื่อเป็นใหม่ๆ แต่สีจะค่อยๆ จางหายไป แผลเป็นประเภทนี้มักจะเกิดกับแผลไฟไหม้แต่อาจจะเกิดจากสิวได้ในบางครั้ง

แผลเป็นจากสิวมีผลต่อสุขภาพผิวอย่างไร?

รอยแผลเป็นจากสิวจะมีลักษณะต่างจากผิวโดยรอบ

ต่อมน้ำมันหรือต่อมเหงื่อไม่สามารถทำงานในเนื้อเยื่อแผลเป็นและเส้นขนไม่สามารถเติบโตได้เช่นกัน เนื้อเยื่อแผลมีเส้นใยยืดหยุ่นน้อยกว่า ทำให้ผิวดูแข็งขึ้น การไหลเวียนและการให้ความชุ่มชื้นลดลงทำให้เนื้อเยื่อแผลเป็นรักษาระดับความชุ่มชื้นได้น้อยลงและเนื้อเยื่อผิวอาจตายได้

จะลดหรือกำจัดรอยแผลเป็นสิวได้อย่างไร

การลบรอยแผลเป็นสิวนั้นไม่สามารถลบออกได้หมด แต่สามารถลดขนาดและทำให้จางลงได้ ในการลบรอยแผลเป็นสิวอาจใช้เวลานานเป็นปีกว่าที่ผิวของคุณจะดีขึ้นได้

การกำจัดรอยแผลเป็นจากสิว
การรักษาแผลเป็นทำได้เมื่อรักษาสิวหายดีแล้ว

ถ้าหากต้องการรักษาแผลเป็นสิว ตัวเลือกในการรักษามีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับลักษณะ, ขนาดและรูปแบบของรอยแผลเป็นสิว ควรปรึกษาแพทย์ ถ้าต้องการวิธีการรักษาแบบรุนแรง และไม่ควรเริ่มการรักษาจนกว่าสิวจะหายสนิท

นวดด้วยครีม

วิธีนี้คุ้มค่าแก่การทดลองเพราะง่าย, สะดวกและราคาไม่แพง โดยจะนวดเองหรือให้มืออาชีพมาช่วยนวดให้ก็ได้

ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นและการนวดจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนใต้ผิวหนังและความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อแผลเป็น  แต่จะต้องนวดอย่างสม่ำเสมอและอดทนเพราะต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน (comedogenic) เพื่อลดโอกาสเกิดสิวซ้ำ

ครีมรักษาแผลเป็นจากสิว
ครีมและการนวดสามารถช่วยลดรอยแผลเป็นจากสิว

การลอกผิวด้วยสารเคมี

ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งแพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม สามารถรักษารอยแผลเป็นสิวด้วยการลอกผิวด้วยกรดผลไม้(Fruit acid) กรดซาลิไซลิค (Salicylic Acid) หรือ ยากรดไทรคลอโรอะซีติค (Trichloroacetic acid ,TCA) ที่มีความเข้มข้นที่แตกต่างกันเพื่อขจัดชั้นผิวชั้นนอกสุดของผิว เมื่อแผลหาย รอยแผลเป็นจะจางลงและผิวของคุณจะนุ่มนวลและดูเรียบเนียนขึ้น

ครีมรักษาแผลเป็นจากสิว
การลอกผิวกำจัดชั้นผิวด้านนอกสุดออกได้

กรดผล

กรดผลไม้มักใช้เพื่อรักษาผิวที่มีรอยหรือรอยแผลเป็นสิว กรดผลไม้มีความเข้มข้นต่ำ (12%) สามารถทำเองได้ที่บ้าน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจะใช้กรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นได้ถึง 40% และแพทย์ผิวหนังสามารถใช้กรดผลไม้ความเข้มข้นได้ถึง 70% แพทย์ผิวหนังจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเข้มข้นที่เหมาะสมได้ดีที่สุด และการใช้กรดผลไม้ต้องทำซ้ำหลายครั้งจนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

หมายเหตุ ผิวอาจบอบบางลงหลังจากการลอกผิวด้วยกรดผลไม้ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรง จึงเป็นเรื่องจำเป็น และแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่าการปกป้องสูงในระหว่างการรักษาสิว เช่น Eucerin Pro Acne Solution Day Mat Whitening SPF30 หรือ Eucerin Sun Gel-Creme Oil Control Dry Touch SPF50 +

การกรอผิว (microdermabrasion)

คือการกรอผิว (dermabrasion)ที่ไม่รุนแรงเป็นการกรอผิวที่ผิวชั้นบนของผิวด้วยผลึกแร่ขนาดเล็ก การรักษาได้ผลดีต่อผิวและเหมาะสำหรับผิวแห้ง, รูขุมขนกว้างหรือรอยแผลเป็นอื่นๆด้วย

การกรอผิวไม่เจ็บและโดยปกติจะดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงาม ต้องทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Microdermabrasion for acne scars
Microdermabrasion can help with acne scarring on dry skin

การรักษาแผลเป็นโดยใช้เข็มเล็กๆ (Microneedling)

อุปกรณ์microneedingสำหรับใช้งานได้เอง ควรให้แพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญด้านความงามเป็นผู้ทำจะดีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ผิวจะเกิดการอักเสบ

การรักษาผิวหน้าด้วยเครื่อง dermarollerซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีเข็มแหลม มีความยาวไม่เกิน 0.5 ม.ม.จำนวนมาก เข็มเหล่านี้แทงลงชั้นบนสุดของผิว ซึ่งจะส่งสัญญาณว่ามีการบาดเจ็บที่ต้องได้รับการซ่อมแซม ผิวตอบสนองด้วยการปล่อยคอลลาเจน, อีลาสติน และกรด Hyaluronic ออกมาและใช้เวลาไม่นาน ผิวจะที่เต่งตึง,อ่อนเยาว์และสดชื่นขึ้น

การฉีดยา

แผลเป็นจากสิวยังสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดยา

สามารถฉีดกรดไฮยาลูโรนิกลงไปในขอบหยักของรอยแผลเป็นหลุมเพื่อเติมผิวให้เต็ม อย่างไรก็ตามกรดไฮยาลูโรนิกจะค่อยๆสลายตัวลงตามธรรมชาติ การฉีดยานี้ให้ผลในระยะสั้นเท่านั้น

การฉีดยาแผลจะเห็นผลในระยะยาวมากกว่าเมื่อนำไปใช้กับแผลเป็นนูน ด้วยการฉีดสาร cortisone เนื้อเยื่อแผลเป็นจะค่อยๆสลายและจะมีรอยนูนลดลง

Cortisone injections for acne scar removal
Cortisone injections are particularly effective on hypertrophic scars

การบำบัดด้วยความเย็น (cryotherapy)

ทางเลือกหนึ่งสำหรับการรักษารอยแผลเป็นคีลอยด์คือ cryotherapy โดยแพทย์จะทำการ'แช่แข็ง' ผิวแล้วฉีดสาร cortisone ลงในเนื้อเยื่อแผลเป็น ข้อเสียคือการรักษานี้โดยทั่วไปจะใช้เวลาค่อนข้างนาน บางครั้งนานเป็นปีกว่าจะเห็นผล เนื่องจากต้องรักษาทีละแผล รอยแผลเป็นคีลอยด์จึงจะค่อยๆลดทีละนิด วิธีนี้สามารถช่วยลดรอยแผลเป็นที่ไม่น่ามองได้ แต่คุณจะต้องอดทนในการรักษา

Extreme cold therapy for acne scars
Cryotherapy can be effective on keloid scars

เลเซอร์บำบัด

การใช้เลเซอร์บำบัดเป็นการทำให้ผิวหนังได้รับบาดเจ็บเพื่อกระตุ้นกระบวนการบำบัดตามธรรมชาติของร่างกาย เมื่อผิวสร้างขึ้นมาใหม่ จะส่งผลให้ผิวเรียบเนียนขึ้น การเลเซอร์ที่มีอยู่หลายประเภทและการรักษานี้ควรดำเนินการโดยแพทย์ผิวหนังที่มีประสบการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บของผิวหนังโดยรอบ ข้อเสียเช่นเดียวกันกับวิธีอื่นๆคือต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้งเพื่อให้ได้ผลดีในระยะยาว

Laser therapy can help to get rid of acne scar
Laser therapy triggers skin’s own healing process