สิวอักเสบ เกิดจากอะไร ดูแลรักษาสิวอักเสบได้ไม่ยากหากรับมืออย่างถูกวิธี

อ่านแล้ว 1 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
สิวอักเสบ

สิวอักเสบ หนึ่งในปัญหาผิวที่บั่นทอนความมั่นใจของสาวๆ หลายคน เพราะมักทิ้งรอยไว้ให้ดูต่างหน้าแม้จะรักษาหายแล้วก็ตาม อีกทั้งปัจจัยและสาเหตุที่ก่อให้เกิดเป็นสิวอักเสบ นั้นมีมากมายหลายประการ และส่งผลกระทบให้เกิดอาการอักเสบที่แตกต่างกันตามแต่สภาพผิวหรือปัจจัยกระตุ้น วิธีการดูแลรักษาและฟื้นบำรุงผิวที่เป็นสิวอักเสบจึงมีความแตกต่างกัน ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอักเสบที่ใช้จึงมีหลายประเภทตามระดับความรุนแรงของสิวอักเสบ ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิวอักเสบ เพื่อการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมและถูกวิธี


สิวอักเสบ คืออะไร ?

สิวอักเสบ (Inflammatory acne) หรือ Papulopustular acne คือ สิวอุดตัน (Comedones) ที่มีแบคทีเรีย Propionibacterium acnes (P.acnes) เจริญเติบโตอยู่ในตุ่มสิว โดย P.acnes คือ สาเหตุของสิวอักเสบ เพราะสามารถดึงดูดเม็ดเลือดขาวเข้ามาในตุ่มสิว กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ และยังมีเอนไซม์ช่วยในการย่อยน้ำมัน (Sebum) ในตุ่มสิวให้กลายเป็นกรดไขมันที่มีฤทธิ์ส่งผลให้เกิดการอักเสบอีกด้วย

 


สิวอักเสบ เกิดจากอะไร

สิวอักเสบเกิดจากกระบวนการอักเสบซับซ้อนภายในผิวหนัง โดยมีสาเหตุหลักและปัจจัยกระตุ้นดังนี้

  • เชื้อแบคทีเรีย P. acnes ที่พบในรูขุมขน และในต่อมไขมัน ซึ่งหากมีเชื้อมากเกินไปจะไปกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการตอบสนองด้วยการอักเสบ บวม แดง และอาจมีตุ่มหนองร่วมด้วย
  • ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ซึ่งพบได้บ่อยในวัยรุ่น เพราะฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากเกินไป
  • พันธุกรรม ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางคนมีผิวแพ้ง่ายและเกิดการอักเสบได้ง่ายกว่าคนอื่น
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ก็ส่งผลต่อการเกิดสิวอักเสบ ทั้งการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  • การสัมผัสสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นควัน ซึ่งทำให้ผิวสกปรกและระคายเคืองได้ง่าย
  • การแกะเกาหรือบีบสิว จะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงขึ้นและอาจทิ้งรอยแผลเป็นในภายหลัง
  • การใช้ยาบางประเภท เช่น คอร์ติโคโทรปิน, สเตียรอยด์อนาโบลิก, คอร์ติโคสเตียรอยด์ หรือวิตามินบี12 และ บี6 ควรระมัดระวังผลข้างเคียงที่อาจกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบได้เช่นกัน

ประเภทของสิวอักเสบ

สิวอักเสบ สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทตามขนาดของตุ่มสิวอักเสบ และความรุนแรงของอาการอักเสบ ดังนี้

 

สิวอักเสบชนิดตุ่มนูนแดง (Papule)

สิวตุ่มนูนแดง เป็นตุ่มแดงเจ็บ ขนาดไม่เกิน 0.5 ซม. ส่วนมากสิวชนิดนี้เป็นสิวอักเสบในระยะแรกที่เปลี่ยนมาจากสิวอุดตัน

 

สิวอักเสบหัวหนอง (Pustule)

สิวหัวหนองมีลักษณะเป็นตุ่มแดงและรู้สึกปวด ข้างบนตุ่มจะมีหัวหนองสีเหลือง เป็นสิวที่มีอาการอักเสบมากกว่าสิวอักเสบชนิด Papule หรืออาจเกิดจากสิวอักเสบที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นแทรกซ้อน

 

สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodule)

เป็นตุ่มแดงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง มีอาการเจ็บปวดค่อนข้างมาก สาเหตุมักเกิดจากเป็นสิวอักเสบชนิด Papule แล้วมีการกดบีบสิว ทำให้แบคทีเรียและน้ำมันในตุ่มสิวแตกกระจายอยู่ใต้ผิวหนัง ทำให้สิวยิ่งอักเสบบวมแดง

 

สิวเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Acne Cyst)

สิวซีสต์พบได้ไม่บ่อย มีสาเหตุจากถุงน้ำใต้ผิวหนังไม่แดง ไม่ปวด มีลักษณะเป็นถุงภายในและมีของเหลวข้นหนืดสีเหลือง สิวอักเสบชนิดนี้แม้จะรักษาจนยุบแล้ว แต่หลังจากนั้นมักจะกลายเป็นแผลเป็นก้อนนูนแข็งหรือหลุมสิวขนาดใหญ่

 

สิวหัวช้าง (Acne Conglobata)

สิวหัวช้าง เป็นสิวอักเสบชนิดหนึ่ง ที่มีความรุนแรงมาก เกิดจากเป็นสิวอักเสบรุนแรงทุกชนิดขึ้นรวมกันหนาแน่น ลักษณะนูน บวม แดงและมีหัวหนองอย่างเห็นได้ชัด รักษาได้ยาก และหากได้รับการรักษาที่ผิดวิธีอาจทำให้สิวลุกลามติดเชื้อมากขึ้น เซลล์ผิวหนังถูกทำลายจนกลายเป็นแผลเป็นขนาดใหญ่หรือหลุมสิวถาวร


รักษาสิวอักเสบ

วิธีรักษาสิวอักเสบ ลดสิวอักเสบ

1.ยาทาภายนอกสำหรับรักษาสิวอักเสบ

ยาทาถือเป็นการรักษาสิวที่ได้รับความนิยมที่สุด เนื่องจากสะดวก และมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายากิน แต่เหมาะสำหรับสิวที่มีความรุนแรงปานกลางถึงมาก โดยแนะนำให้ใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น สารสำคัญที่พบได้ในยาทาสำหรับรักษาสิวอักเสบ ได้แก่

 

1.1. ยากลุ่ม Benzoyl peroxide

  • คุณสมบัติ : ลดการอักเสบ ช่วยผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดการอุดตันและฆ่าแบคทีเรีย P.acnes แต่อาจมีอาการข้างเคียง เช่น ผิวแห้งลอกเป็นขุย คัน แสบ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ทายา
  • ข้อแนะนำ : ควรใช้ก่อนทำความสะอาดผิวหน้า 5-15 นาที แล้วล้างออก

 

1.2. ยาทาปฏิชีวนะ หรือ ยาฆ่าเชื้อ (Topical antibiotics) 

  • คุณสมบัติ : เป็นยาปฏิชีวนะที่มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ไม่แนะนำให้ใช้รักษาสิวเป็นยาเดี่ยวเพราะแบคทีเรียจะดื้อยาอย่างรวดเร็ว 
  • ข้อแนะนำ : ในระยะแรกควรใช้ร่วมกับยาทาอื่นๆ และควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร

 

1.3. ยาทาเรตินอยด์ (Retinoid อนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ)

  • คุณสมบัติ : ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวหนัง ลดสิวอุดตันและลดการอักเสบ สามารถใช้ร่วมกับการรักษาสิวทุกระยะ และใช้ทาป้องกันการเกิดสิวอุดตันได้ด้วย
  • ข้อแนะนำ : มีผลข้างเคียงทำให้ผิวลอก คัน แดง และทำให้ผิวหน้าบางลง จึงต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกแดดและห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

 

2.การใช้ยาทานแก้สิวอักเสบ

ยารับประทานสำหรับรักษาสิวอักเสบ ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบปานกลางถึงรุนแรง หรือเมื่อการรักษาเฉพาะที่ไม่ได้ผล และต้องสั่งจ่ายหรือรับประทานตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น

 

2.1 ยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน

ยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน เช่น tetracycline, doxycycline และ erythromycin ช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการอักเสบ โดยปกติจะรับประทานเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการดื้อยาปฏิชีวนะ

 

3. การรักษาสิวอักเสบทางการแพทย์

การรักษาสิวอักเสบทางการแพทย์ จะใช้ในกรณีที่ผู้ที่เป็นสิวไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆหรือการรักษาด้วยวิธีอื่นเกิดผลข้างเคียง

 

3.1 การลอกผิว

การลอกผิวด้วยสารเคมีโดยใช้สารละลายเคมีกับผิวหนัง ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว การรักษานี้สามารถช่วยเปิดรูขุมขน ลดการอักเสบ และซ่อมแซมฟื้นฟูผิวโดยรวมให้ดีขึ้นหลังจากเซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเอง

 

3.2 การรักษาด้วยแสงหรือเลเซอร์

การบำบัดด้วยแสง (PDT) เป็นการใช้แสงกระตุ้นผิวหนัง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ PDT สามารถรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่อาจต้องทำการรักษาหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

 

3.3 การฉีดสิว

การฉีดยารักษาสิวโดยตรงจะช่วยลดการอักเสบและกระตุ้นการรักษา การรักษาด้วยการฉีดสิว ควรทำโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เนื่องจากต้องคำนวณปริมาณการใช้และต้องฉีดโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ข้อแนะนำในการป้องกันผิวจากสิวอักเสบ

การรักษาสุขภาพและดูแลผิว ช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวอักเสบและช่วยฟื้นฟูผิวให้ดีขึ้น

 

1. ขั้นตอนการดูแลผิวที่สม่ำเสมอ

ขั้นตอนการดูแลผิวที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดผิว การขัดผิว และการเพิ่มความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิว เพื่อป้องกันการสะสมตัวของซีบัมและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและปราศจากน้ำหอมเพื่อหลีกเลี่ยงการอุดตันของรูขุมขนและการระคายเคือง

 

2. อาหารและโภชนาการ

บริโภคอาหารที่สมดุลซึ่งอุดมด้วยอาหารต้านการอักเสบ เช่น กรดไขมันโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน เพื่อเสริมการป้องกันตามธรรมชาติของผิวจากการอักเสบ การหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาล และผลิตภัณฑ์จากนมก็มีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดสิวได้เช่นกัน

 

3. การจัดการความเครียด

การจัดการความเครียด รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การทำสมาธิ และการผ่อนคลาย เพื่อปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนและลดความเสี่ยงของการเกิดสิวจากความเครียดได้เป็นอย่างดี

สกินแคร์ลดสิวสำหรับผิวเป็นสิวอักเสบ

สำหรับคนที่มีปัญหา สิวอักเสบ ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถการเน้นใช้สกินแคร์สำหรับผิวเป็นสิวในการช่วยดูแลจึงเหมาะสมมากกว่า โดยส่วนใหญ่สกินแคร์ดูแล สิวอักเสบ มีส่วนผสมของ กรดไฮดรอกซี (Hydroxy Acid) เป็นกรดอ่อนที่ออกฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน จัดการต้นตอของปัญหาผิวได้ดี สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทตามคุณสมบัติและที่มาของกรดนั้นๆ เหมาะสำหรับปัญหาสิวอักเสบในระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ส่วนใหญ่แล้วที่นิยมนำมาใช้ในสกินแคร์ คือ

 

กรดอัลฟาไฮดรอกซี (Alpha Hydroxy Acids) หรือ AHA

  • คุณสมบัติ : เป็นกรดที่ได้จากสารสกัดของผลไม้ มีฤทธิ์ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่คล้ำเสียหรือตายแล้วซึ่งจับตัวกันเป็นก้อนให้หลุดลอกออกไป ช่วยละลายการอุดตัน จึงทำให้รอยสิวดูจางลง นอกจากนี้ ยังช่วยลดอาการอักเสบจากสิวอักเสบ กระชับรูขุมขน และกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวหน้าดูสดใส เรียบเนียน

 

กรดเบต้าไฮดรอกซี  (Beta hydroxy acid) หรือ BHA :

  • คุณสมบัติ : เป็นกรดที่ได้จากการสังเคราะห์ หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid) คุณสมบัติเด่นของ BHA คือละลายน้ำมันได้ ออกฤทธิ์กับสภาพผิวมันหรือผิวเป็นสิวได้เป็นอย่างดี สามารถขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน นอกจากนั้นยังช่วยฟื้นบำรุงผิวจากการระคายเคือง และลดการอักเสบได้ดีอีกด้วย

3 ผลิตภัณฑ์ช่วยดูแลผิว ลดสิวอักเสบ

1. เจลล้างหน้า

เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ลดสิ่งอุดตันบนใบหน้าอันเป็นสาเหตุของการก่อให้เกิดสิวอักเสบ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ใช้ควรเหมาะสมสำหรับคนเป็นสิวโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ดี ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก อ่อนโยนต่อผิว สามารถใช้ร่วมกับยาทารักษาสิวอักเสบได้โดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึง แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์คลีนซิ่งเจลล้างหน้า Eucerin DERMOPURE CLINICAL CORRECTING GEL TO FOAM เจลทูโฟมสูตรทรงประสิทธิภาพสำหรับผิวมันเป็นสิว ที่ผสานความเข้มข้นของส่วนผสมสำคัญเหมือนเซรั่ม ด้วย สาร Salicylic Acid 2% เป็นสารที่ถูกแนะนำในแนวทางการรักษาสิวของแพทย์ผิวหนังทั่วโลก มีคุณสมบัติพิเศษในการละลายน้ำมันได้ จึงสามารถซึมลึกเข้าไปในรูขุมขน สลายสิ่งอุดตันที่เป็นสาเหตุของสิวอักเสบ ลดการอักเสบและรอยแดง พร้อมทั้งผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพ ส่วน AHA และ PHA ช่วยเสริมการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยสิวดูจางลง และยังมีสาร Glycerin ช่วยเติมความชุ่มชื้น เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง เนื้อเจลโฟมฟองนุ่ม อ่อนโยนต่อผิว เห็นผลลดปัญหาสิวและรอยสิวตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

โฟมล้างหน้าช่วยรักษาสิวอักเสบ

2. สกินแคร์ดูแลลดสิวอักเสบ

เพื่อตอบโจทย์ในการช่วยดูแลสิว ลดสิวอักเสบ ที่มีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ยุ่งยากในการดูแลบำรุงผิว ยูเซอรินจึงได้คิดค้น Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เซรั่มสูตรออยล์ฟรีที่จัดการทุกปัญหาสิวอักเสบและรอยสิวได้อย่างครบวงจร ด้วยการผสานสารสำคัญ 2 ตัว คือ Salicylic Acid 2% ช่วยสลายสิ่งอุดตัน ลดการอักเสบของสิวอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ส่วน Thiamidol® เป็นสารสิทธิบัตรเฉพาะของ Eucerin ที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดรอยสิว (Post-inflammatory Hyperpigmentation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการทดสอบทางคลินิกพบว่า ช่วยลดสิวอักเสบได้ 66%, ลดรอยสิวได้ 80%, และลดสิวอุดตันได้ 62% ภายใน 12 สัปดาห์ พร้อมควบคุมความมันได้ยาวนาน 8 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้ทั้งเช้าและก่อนนอน

เซรั่มลดสิวอักเสบและรอยสิว
Eucerin DERMOPURE CLINICAL SOS Serum สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสิวอักเสบเฉพาะจุดอย่างรวดเร็ว เจลเซรั่มตัวนี้มี 3X Anti-acne Technology ที่ผสาน Licochalcone A, Decanediol และ 2X Carnitine ช่วยลดการอักเสบและระคายเคืองของสิวอักเสบ ควบคุมความมันส่วนเกิน และลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว พร้อมด้วย 3X Acid Compounds (AHA, PHA และ BHA) จัดการสิวอุดตันและลดโอกาสเกิดสิวใหม่ ส่วน Panthenol ช่วยปลอบประโลมและฟื้นฟูผิวโดยไม่ทำให้แห้งตึง ผลการทดสอบทางคลินิกยืนยันว่าช่วยลดการอักเสบของสิวอักเสบ สิวยุบภายใน 8 ชั่วโมง และจบปัญหาสิวซ้ำซากภายใน 7 วัน
เจลแต้มสิวอักเสบเฉพาะจุด สิวยุบใน 8 ชั่วโมง

3. ครีมกันแดดคุมมัน

แสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้การอักเสบของสิวอักเสบรุนแรงขึ้น ครีมกันแดดจึงเป็นสกินแคร์ที่สำคัญในการช่วยปกป้องผิว แต่สำหรับคนที่มีปัญหา สิวอักเสบ ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติในการช่วยควบคุมความมัน ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน เพื่อลดสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวขึ้นได้ ครีมกันแดดคุมมันที่แนะนำ คือ Eucerin Sun Protection SUN DRY TOUCH ACNE OIL CONTROL ด้วยให้เนื้อสัมผัสเบาบาง ไม่ทิ้งความมันตกค้าง ไม่เหนอะหนะผิว และช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้นานถึง 8 ชั่วโมง พร้อมประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดขั้นสุด

 

สกินแคร์รูทีนสำหรับสิวอักเสบโดยเฉพาะ

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลรักษาสิวอักเสบที่เหมาะสมของแต่ละคนนั้นอาจจะแตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และระดับความรุนแรงของ สิวอักเสบ ของแต่ละคนอีกด้วย หากใครมีปัญหาสิวอักเสบที่รุนแรงควรได้รับคำแนะนำการรักษาจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญในการใช้ยาทาเพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม


คำถามที่พบบ่อย

สิวอักเสบแตกต่างจากสิวไม่อักเสบอย่างไร?

สิวอักเสบมีลักษณะเป็นตุ่มแดง บวม และมักมีอาการเจ็บ ในขณะที่สิวที่ไม่อักเสบ ได้แก่ สิวหัวดำและสิวหัวขาว (comedones) ที่ไม่บวมหรือเจ็บ สิวอักเสบเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อแบคทีเรียและการติดเชื้อในรูขุมขน ในขณะที่สิวที่ไม่อักเสบมีสาเหตุหลักมาจากการอุดตันของรูขุมขน

 

สามารถรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองได้หรือไม่?

การรักษาบางชนิด เช่น เรตินอยด์ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิไซลิก และกรดอะเซลาอิกสามารถใช้รักษาสิวอักเสบได้ด้วยตัวเอง ร่วมกับการดูแลผิวที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยป้องกันรูขุมขนอุดตันและลดการอักเสบได้

 

ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรักษาสิวอักเสบเมื่อใด?

ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังหากสิวของคุณเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการอักเสบรุนแรงหรือเริ่มเจ็บสิว เพื่อให้แพทย์ผิวหนังประเมินสภาพผิวและแนะนำการรักษาที่เหมาะสม

 

สิวอักเสบใช้เวลานานไหมกว่าจะหาย?

ระยะเวลาในการรักษาสิวอักเสบจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรง ประเภทของสิว และวิธีการรักษาที่ใช้ โดยทั่วไปอาจใช้เวลาตั้งแต่สองสามวันไปจนถึงหลายสัปดาห์กว่าที่สิวอักเสบจะหาย การรักษาอย่างสม่ำเสมอและขั้นตอนการดูแลผิวที่เหมาะสมสามารถช่วยในการรักษาและป้องกันการเกิดสิวใหม่

 

สิวอักเสบทำให้เกิดแผลเป็นได้หรือไม่?

สิวอักเสบทำให้เกิดแผลเป็นจากสิวได้ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่รุนแรง เช่น เป็นก้อนด้านในและซีสต์ สามารถทำลายเนื้อเยื่อของผิวหนังและทำให้เกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้ การรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงทีสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดแผลเป็นได้ หากเกิดแผลเป็นขึ้น มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย เช่น การบำบัดด้วยเลเซอร์ การกรอผิว และการลอกผิวด้วยสารเคมี

บทความเกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง