ตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตา สาเหตุและการดูแลรักษา

ริ้วรอยเหี่ยวย่นนับเป็นปัญหาใหญ่ที่กวนใจผู้หญิงทุกคน โดยเฉพาะรอยตีนกาหรือริ้วรอยที่หางตาที่ปรากฏชัดเป็นอันดับแรก ๆ บนใบหน้าของเรา ตีนกาคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร สามารถป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างไรบ้างนั้น วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ มาฝากผู้หญิงทุกท่าน

ตีนกา คืออะไร
ตีนกา หรือ ริ้วรอยหางตา เป็นปัญหาผิวที่เกิดขึ้นจากการเสื่อมสภาพของผิวตามวัย ทำให้ผิวหน้าแก่ก่อนวัย พบมากบริเวณผิวหนังที่ถูกแสงมาก เช่น ใบหน้า ลำคอ หลังมือ แขน โดยตีนกามีสองชนิดคือ ชนิดที่เป็นรอยตื้นย่นเล็กน้อย และชนิดที่เป็นรอยลึก 

สาเหตุของตีนกา  

รอยตีนกาที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเรานั้นมักเกิดจาก
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยตีนกา เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น อีลาสตินหรือเส้นใยในผิว และคอลลาเจน ซึ่งช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ผิวหนังก็ค่อย ๆ ลดลง ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย และขาดความชุ่มชื้น 
  • พฤติกรรมการแสดงอารมณ์ทางใบหน้า การแสดงความรู้สึกผ่านทางใบหน้าเมื่อเกิดอารมณ์ต่าง ๆ เป็นประจำไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม การขมวดคิ้ว เลิกคิ้ว ฯลฯ ทำให้กล้ามเนื้อเล็ก ๆ บริเวณหางตาหดตัว เกิดเป็นริ้วรอยที่ลึกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น การออกแดดและการสูบบุหรี่ รวมไปถึงความเครียด เป็นต้น สามารถกระตุ้นให้รอยตีนกาลึกขึ้นด้วย

วิธีปกป้องและดูแลริ้วรอยรอบดวงตา 


ยิ่งนานวันริ้วรอยเหล่านี้จะค่อย ๆ ชัดและลึกขึ้น จนทำให้รู้สึกว่าดูแก่ก่อนวัยอันควร ทำให้ขาดความมั่นใจจนไม่กล้าที่จะแสดงอารมณ์ทางใบหน้า วิธีที่ช่วยป้องกันและรักษารอยตีนกาได้ มีดังนี้ 
  • การทำทรีตเมนต์ มีหลากหลายนวัตกรรมทางผิวหนังที่สามารถทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เป็นผลให้ริ้วรอยบนใบหน้า ระหว่างคิ้ว หน้าผาก รอยตีนกาลดลง ได้แก่ ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดโบท็อกซ์ ทำเลเซอร์ วิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตาได้

• ฉีดฟิลเลอร์ แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ผิวหนังเพื่อเติมเต็มในตำแหน่งที่มีริ้วรอย ซึ่งสารที่นิยมใช้นำมาใช้ทำฟิลเลอร์ ได้แก่ กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid)

• ฉีดโบท็อกซ์ ช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่มีริ้วรอยผ่อนคลาย และช่วยป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ริ้วรอยตื้นขึ้น อาจอยู่ได้นานถึง 3 เดือน อย่างไรก็ตาม จะให้ผลลัพธ์ดีสำหรับผู้ที่เริ่มมีริ้วรอยในช่วงอายุ 30-50 ปี แต่ไม่สามารถลดริ้วรอยลึกได้

• ทำเลเซอร์ เป็นการลอกผิวหนังชั้นบนออกไป ความร้อนจากเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ทำให้หางตาตื้นขึ้น หลังทำเลเซอร์อาจใช้เวลาพักฟื้นหลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำเลเซอร์อาจไม่สามารถลดริ้วรอยอย่างตีนกาได้ 100 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ วิธีการเหล่านี้จำเป็นต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ และการทำเลเซอร์ ว่าวิธีใดที่เหมาะกับสภาพผิวเพื่อความปลอดภัยของตนเองด้วย

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอย (อายครีม) ซึ่งเป็นตัวช่วยง่ายๆที่ใช้ลดปัญหาตีนกาได้เองทุกวัน สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงหากต้องการจัดการกับริ้วรอยรอบดวงตาก็คือ อายครีมที่เลือกใช้นั้นต้องมีสารสำคัญที่มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูปัญหาริ้วรอยได้ เช่น  สาร Hyaluron โดนสามารถแบ่งออกได้หลักๆเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดโมเลกุลใหญ่ที่ช่วยเติมชุ่มชื้น และลดเลือนริ้วรอยตื้นบริเวณหางตา  ส่วนชนิดโมเลกุลเล็ก จะแทรกซึมในชั้นผิวได้ลึกกว่าเพื่อไปเติมเต็มริ้วรอยลึก นั่นเอง
  • กป้องผิวจากแดด ด้วยการใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป และควรใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวเพื่อป้องกันผิวจากแสงแดด
  • ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงมลภาวะต่างๆ เช่น ควันรถ ฝุ่นละออง สารเคมี ภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษ

  การรักษารอยตีนกาต้องเริ่มจากการดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ทำทรีตเมนต์บ้างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง บำรุงผิวรอบดวงตาด้วยผลิตภัณฑ์ลดเลือนริ้วรอยที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นประจำ ก็จะช่วยแก้ปัญหารอยตีนกาได้ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้รับรองได้เลยว่าคุณจะมีผิวรอบดวงตาที่เต่งตึง อิ่มฟูทุกมิติ

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ