สะเก็ดเงิน อาการ สาเหตุการเกิด และวิธีดูแลรักษาเบื้องต้น

แสดงบทความเพิ่มเติม

สะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่ก่อปัญหารบกวนทั้งร่างกายและจิตใจ ผู้ที่เป็นสะเก็ดเงินจะมีผิวหนังบอบบาง แพ้ง่าย ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่าอาการ สาเหตุการเกิด และวิธีดูแลรักษาเบื้องต้นของโรคสะเก็ดเงินสามารถทำได้อย่างไร 

โรคสะเก็ดเงินคืออะไร 
สะเก็ดเงิน มีลักษณะเป็นผื่นสีแดงหนา และมีขอบชัดเจน ปกคลุมด้วยสะเก็ดสีขาวคล้ายเงิน (silvery-white scales) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์ผิวหนังอย่างรวดเร็วกว่าปกติ โดยสาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด  สามารถเกิดได้ทุกส่วนทั่วร่างกายและเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย 

  • สาเหตุของโรคสะเก็ดเงิน

ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัดของการเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาของโรคอาจมาจาก

  • เซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันเกิดความผิดปกติ ด้วยเหตุนี้เซลล์เม็ดเลือดขาวจึงทำลายเซลล์ผิวหนังแทนสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย 
  • การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอื่น ๆ ก็อาจเกิดการถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  • ปัจจัยภายนอก การบาดเจ็บบริเวณผิวหนัง การติดเชื้อเอชไอวี การใช้ยารักษาโรคหัวใจและความดันสูง หรือความเครียด เป็นปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นโรคสะเก็ดเงิน โดยปัจจัยเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล
  • ลักษณะของสะเก็ดเงิน 

โรคสะเก็ดเงินมีลักษณะอาการที่หลากหลาย ที่พบได้บ่อยสามารถสังเกตได้ดังนี้ 

  • ชนิดผื่นหนาหรือปื้นหนา เป็นชนิดที่พบมากที่สุดประมาณ 80% โดยผิวหนังจะเป็นผื่นแดงหนาคลุมด้วยสีเงิน ตอนกำเริบใหม่ ๆ จะขึ้นเป็นตุ่มแดง มีขอบเขตชัดเจนและมีขุยสีขาว (สีเงิน) อยู่ที่ผิว ต่อมาจะค่อย ๆ ขยายออกจนกลายเป็นปื้นใหญ่และหนา ขุยสีขาวจะหนาตัวขึ้นจนเห็นเป็นเกล็ดสีเงิน อาจทำให้เกิดอาการคันหรือเจ็บ และอาจคล้ายอาการของผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ส่วนใหญ่มักเกิดกับผิวบริเวณข้อศอก หัวเข่า และหนังศีรษะ 
  • ชนิดเกิดตามข้อพับ มักเกิดตามข้อพับและซอกต่าง ๆ เช่น รักแร้ หน้าอก ขาหนีบ หรือรอบอวัยวะเพศ โดยจะมีลักษณะเป็นรอยแดง ผิวราบเรียบ มีขอบเขตชัดเจน
  • ชนิดเกิดที่หนังศีรษะ จะมีลักษณะเป็นผื่นแดงหนา มีขอบเขตชัดเจน มีเกล็ดเงินขึ้นตามแนวไรผม อาจลามมาที่หน้าผาก จะมีอาการคันเวลาเกาหนังศีรษะและอาจมีเกล็ดผิวหนังร่วงเกาะตามผมและไหล่คล้ายกับรังแค  พบได้ประมาณ 50% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน
  • ชนิดเกิดที่เล็บ เกิดขึ้นได้ทั้งที่เล็บมือและเล็บเท้า มีอาการหลายแบบ เช่น มีจุดสีน้ำตาลใต้เล็บ เล็บขรุขระ เล็บเป็นหลุม ผิวใต้เล็บหนา มักเกิดร่วมกับเนื้อเยื่อของเล็บอักเสบ หากรุนแรงเนื้อเล็บจะเปื่อยยุ่ย ถูกทำลาย

สะเก็ดเงินต่างจากปัญหาผิวอื่นๆ ผดผื่นหรือลมพิษอย่างไร 



สะเก็ดเงิน

ผดผื่น

ลมพิษ

สาเหตุการเกิด

พบได้บ่อยตามร่างกายของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน คือ ผิวหนังมีลักษณะแดง เป็นผื่นแดงนูน ตกสะเก็ดเป็นขุยสีขาว ผิวแห้งมากจนแตกและมีเลือดออก เกิดการอักเสบของผิว หนังศีรษะลอกเป็นขุย เล็บมือและเท้าหนาขึ้น

ผดผื่นโดยทั่วไปอาจเกิดจากผิวหนังสัมผัสกับฝุ่นละอองและมลพิษ การล้างหน้าไม่สะอาด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับผิวหน้าที่มีสารก่อให้เกิดการแพ้จนเกิดอาการระคายเคืองและเป็นผดผื่น

ลมพิษก็เป็นผื่นอีกชนิดหนึ่งที่เกิดจากการแพ้ เช่น แพ้อาหาร หรือสูดดมฝุ่นละลองที่เป็นพิษเข้าไป

ลักษณะอาการ

ผิวหนังมีลักษณะแดง เป็นผื่นแดงนูน ตกสะเก็ดเป็นขุยสีขาว ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บ คัน หรือรู้สึกแสบร้อนบริเวณผิวหนัง อาการอาจคงอยู่นานหลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ แล้วค่อย ๆ บรรเทาลง

ผดผื่นจะมีลักษณเป็นผดแดงเม็ดเล็กๆรวมกันเป็นปื้น จะมีอาการคันมากน้อยขึ้นอยู่กับการแพ้ของแต่ละบุคคล

ผื่นจะมีลักษณะ บวมนูน มีสีขาว ล้อมรอบด้วยผื่นแดง ซึ่งจะมีขอบเขตของผื่นที่ชัดเจน

การดูแลรักษาสะเก็ดเงิน 

  การรักษาสามารถทำได้หลายวิธีตามระดับความรุนแรง 

  • อาการเล็กน้อยถึงปานกลาง สามารถรักษาด้วยการใช้ยาทาภายนอก เพื่อบรรเทาอาการ ลดการอักเสบและผิวหนังที่ตกสะเก็ด และขจัดผิวหนังที่เป็นแผ่นแข็ง ควบคู่ไปกับการใช้ครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ผิวแข็งแรง 
  • อาการปานกลางไปจนถึงรุนแรง แพทย์อาจรักษาด้วยการใช้ยารับประทาน ยาฉีดเข้าเส้น หรือการฉายแสงด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต การรักษาอาจใช้หลายวิธีควบคู่กันหรือเพียงวิธีเดียวเพื่อช่วยให้อาการดีขึ้น 

ข้อควรปฏิบัติและควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยสะเก็ดเงิน

ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินควรปฏิบัติและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นของการเกิดโรคดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวหนัง หรือหนังศีรษะแห้ง ใช้ครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และอ่อนโยนเพื่อลดโอกาสการเกิดสะเก็ดเงิน
  • หลีกเลี่ยงความเครียดในชีวิตประจำวัน และนอนหลับให้เพียงพอ เพราะอาจทำให้อาการสะเก็ดเงินกำเริบ หรือรุนแรงกว่าเดิมได้  
  • ก่อนการใช้ยาบางชนิดควรปรึกษาแพทย์ ยาบางชนิดส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและต้านการอักเสบอาจส่งผลให้เกิดโรคนี้ขึ้นได้ เช่น ยาลิเทียม ยาต้านมาลาเรีย ยาลดความดันโลหิต ยาในกลุ่มลดการอักเสบ ผู้ที่ใช้ยาในกลุ่มนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ดูแลร่างกายไม่ให้ติดเชื้อ เมื่อร่างกายได้รับเชื้อจะทำให้เกิดการอักเสบ และอาจเกิดการลุกลาม 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ 
  • หลีกเลี่ยงการแกะหรือเกาผื่นสะเก็ดเงิน เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นและลุกลามได้
  • หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและการสูบบุหรี่
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ และควบคุมไม่ให้มีภาวะน้ำหนักเกิน

IINFO TIPS : ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่แนะนำ สำหรับผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรทาครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดอาการผิวแห้ง และลดโอกาสในการเกิดสะเก็ดเงินให้น้อยลง ใช้สบู่อ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองของผิวหนัง ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดผิว เพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองและผื่นกำเริบมากขึ้น

แม้โรคสะเก็ดเงินจะเป็นโรคผิวหนังที่รักษาให้หายขาดไม่ได้ แต่ผู้ป่วยสามารถป้องกันและดูแลตนเองได้หลากหลายวิธี ทั้งการดูแลรักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผิวแห้งและแพ้ง่ายที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์แล้วว่าปลอดภัย จนกระทั่งพบแพทย์หากมีอาการหนัก เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นได้

คุณอาจจะสนใจสิ่งเหล่านี้