ขี้ไคล เกิดจากอะไร
ขี้ไคล เกิดจากวงจรการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกสุดที่ตายแล้วของชั้นผิวหนังกำพร้า ที่ถูกดันขึ้นมาจากเซลล์ผิวหนังด้านใน ซึ่งปกติแล้วขี้ไคลมักจะค่อยๆหลุดออกไปได้เอง เพราะเซลล์ผิวจะมีวงจรการสร้างเซลล์ทดแทนในระยะเวลา 1 เดือน และขี้ไคลสามารถเกิดได้ทั่วร่างกายแต่มักสะสมมากสุดอยู่บริเวณข้อพับต่างๆ
ทำไมเราควรขัดตัวและขัดขี้ไคลผลัดเซลล์ผิว
การขัดตัวหรือการผลัดเซลล์ผิว ช่วยกำจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่เสื่อมสภาพและสะสมอยู่บนผิว ทำให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนขึ้น และช่วยลดความหยาบกร้านบริเวณที่มีเซลล์ผิวสะสมมาก แต่ไม่จำเป็นต้องขัดแรงหรือขัดบ่อยเพื่อให้เซลล์ผิวหลุดออกทั้งหมด
เหตุผลที่ควรขัดตัวหรือผลัดเซลล์ผิว
- ขัดผิวช่วยกำจัดเซลล์ผิวส่วนเกิน เซลล์ผิวชั้นนอกที่หมดอายุที่สะสมร่วมกับเหงื่อ ความมัน และสิ่งตกค้างบนผิวจนเกิดเป็นคราบหรือขุย การผลัดเซลล์อย่างอ่อนโยนช่วยลดการสะสมเหล่านี้ได้
- ช่วยให้ผิวสัมผัสเรียบเนียนขึ้น การกำจัดเซลล์ผิวส่วนเกินบริเวณผิวชั้นนอกสามารถช่วยลดความรู้สึกหยาบหรือสาก โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา ข้อศอก เข่า และส้นเท้า
- ช่วยดูแลบริเวณผิวแห้งหรือหยาบกร้าน ผู้ที่มีผิวกายแห้งหรือผิวหนาบางบริเวณอาจเลือกใช้การผลัดเซลล์ที่เหมาะสมร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์ เพื่อช่วยให้ผิวรู้สึกนุ่มและเรียบขึ้น
- ช่วยให้การดูแลผิวหลังอาบน้ำเป็นระบบมากขึ้น หลังผลัดเซลล์ผิวสามารถตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นและลดความแห้งตึง โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแห้งหรือบอบบาง
- ช่วยดูแลผิวโดยไม่ต้องรอให้เกิดคราบขี้ไคลจำนวนมาก การผลัดเซลล์อย่างเหมาะสมเป็นครั้งคราวช่วยดูแลเซลล์ผิวส่วนเกินได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอจนเห็นคราบแล้วจึงขัดแรง ๆ
13 วิธีขัดขี้ไคลและผลัดเซลล์ผิว
1. ขัดขี้ไคลด้วยหินขัด
หินขัดตัว เป็นหินที่ทำจากหินด้านนำมาเผาเพื่อให้แข็งตัว เป็นภูมิปัญญาเก่าของไทย เนื้อมีความละเอียดและไม่ร่อนแตกง่าย ขัดขี้ไคลได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องออกแรงขัดเยอะ
2. ขัดขี้ไคลด้วยใยบวบ
การขัดผิวขัดขี้ไคลด้วยใยบวบก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำกันมาเป็นระยะเวลานาน เพราะใยบวบมีเส้นใยที่ไม่คมมาก และอ่อนตัวเมื่อถูกน้ำ ทำให้สามารถนำไปขัดได้ง่ายและทุกซอกทุกมุม
3. ขัดผิวด้วยแปรงขัด
แปรงขัดผิวมีหลายรูปแบบทั้งด้ามสั้นและด้ามยาว ขนแปรงก็มีแบบทั้งปานกลางหรืออ่อนนุ่มขึ้นอยู่กับผิวของเรา ถ้าผิวบอบบางควรใช้แปรงขัดผิวที่มีขนอ่อนนุ่มก็เพียงพอแล้ว
4. ขัดตัวด้วยมะขามเปียก
มะขามเปียก เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่นิยมอีกอย่างนึงเพราะนอกจากช่วยเรื่องขัดขี้ไคลได้แล้ว ยังช่วยเรื่องผิวกระจ่างใสอีกด้วย เพียงแค่นำมะขามเปียกมาดึงใยและผิวแข็งออกให้เกลี้ยง และนำมาขัดบนผิวหนังและทิ้งไว้ 2-3 นาที
5. ใช้เบกกิ้งโซดาขัดขี้ไคล
เบกกี้งโซดา นำมาผสมน้ำให้มีความข้นเหนียวนิดหน่อยแล้วค่อยๆขัดผิวของเราเบาๆ แล้วปล่อยไว้ประมาณ 5 นาทีค่อยล้างออกแต่สูตรนี้ไม่ค่อยเหมาะกับผิวบอบบางซักเท่าไหร่ ควรเทสกับผิวก่อนทำการขัดจะดีที่สุด

6. ใช้เกลือขัดขี้ไคล
การใช้เกลือขัดขี้ไคลมีมานานมากแล้วเพราะวัตถุดิบหาได้ง่ายและใช้งานง่าย เพียงแค่นำมาผสมกับน้ำมันมะกอกนิดหน่อย เพื่อให้สามารถนำมาขัดผิวได้ง่าย ตอนขัดควรค่อยๆนวดไปตามผิวและขัดอย่างเบามือเพราะเกลือมีความคมอยู่ หากขัดรุนแรงอาจทำให้เกิดแผลที่ผิวได้
7. ใช้กากกาแฟขัดผิว
กากกาแฟมีเนื้อที่ค่อนข้างละเอียดสามารถใช้ขัดผิวได้ง่าย เพียงแค่นำมาผสมน้ำหรือถ้าต้องการคุณประโยชน์ในการบำรุงผิว ก็สามารถผสมกับน้ำนมหรือน้ำมะขามได้เช่นกัน และนำมาขัดผิวก่อนอาบน้ำก็ช่วยให้ขี้ไคลหลุดและผิวเนียนนุ่มขึ้นได้แล้ว
8. ใช้ใยสังเคราะห์หรือฟองน้ำขัดตัว
ฟองน้ำขัดตัวหรือใยสังเคราะห์สามารถหาได้ทั่วไป มีข้อดีคือไม่ค่อยมีความคมและขัดค่อนข้างง่าย สามารถใช้ขัดผิวระหว่างอาบน้ำได้เลย เพียงแค่บีบสบู่ใส่และขยำๆให้เกิดฟองก็ขัดขี้ไคลได้ทันที
9. สครับผิว
การสครับผิวมีหลากหลายสูตร ช่วยในการขัดขี้ไคลผลัดเซลล์ผิวพร้อมบำรุงไปด้วยได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสูตรสำหรับผิวกระจ่างใส สูตรลดผิวหมองคล้ำ ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ในการสครับผิว
10. ใช้ถุงมือสำหรับขัดผิวโดยเฉพาะ
ถุงมือขัดผิว เป็นถุงมือที่มีจุดประสงค์ในการขัดขี้ไคลโดยเฉพาะ ผลิตจากวัสดุแตกต่างกันไปในแต่ละยี่ห้อ แต่ว่าจุดประสงค์หลักก็คือช่วยในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วหรือขี้ไคลที่อยู่บนผิวของเราออกไป การเลือกซื้ออาจจะต้องลองจับลองดูวัสดุกันก่อนว่ามีความหยาบหรือละเอียดเหมาะกับผิวเราหรือไม่ การใช้ก็สามารถใช้ตอนที่เราอาบน้ำได้เลย
11 . เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี AHA
AHA เช่น Lactic Acid หรือ Glycolic Acid เป็นสารผลัดเซลล์ผิวที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ช่วยจัดการเซลล์ผิวที่สะสมบริเวณผิวชั้นนอกโดยไม่ต้องเพิ่มแรงเสียดสีจากการขัด ควรเริ่มใช้ตามวิธีและความถี่ที่ระบุบนฉลาก และลดความถี่หากเกิดความแห้ง แสบ หรือระคายเคือง
12. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี BHA
BHA เช่น Salicylic Acid เป็นสารผลัดเซลล์ผิวอีกกลุ่มหนึ่งที่พบในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และอาจเป็นทางเลือกสำหรับบริเวณที่มีแนวโน้มมันหรือเกิดการอุดตันง่าย ควรใช้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์และไม่จำเป็นต้องขัดด้วยสครับหรืออุปกรณ์หยาบร่วมกันในวันเดียวกัน
13. เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี Urea
สำหรับผิวแห้งหยาบ สำหรับผิวกายที่แห้ง หยาบ หรือมีเซลล์ผิวสะสม การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Urea เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยดูแลผิวโดยไม่ต้องเพิ่มแรงเสียดสีจากการขัดมากเกินไป Urea พบได้ทั้งในผลิตภัณฑ์กลุ่ม keratolyti
ควรขัดขี้ไคลบ่อยแค่ไหน
ข้อควรระวังในการขัดขี้ไคล
การขัดขี้ไคลเป็นการช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ลดการอุดตันต่างๆ แต่ที่ต้องระวังคือการขัดที่รุนแรงเกินไปหรือขัดนานมากเกินไป จะทำให้เกิดบาดแผลที่ผิวหนังของเราขึ้นมาแทน โดยเฉพาะคนที่มีผิวบอบบางเป็นรอยง่าย หรือถ้าใครใช้สครับหรือส่วนผสมอื่นๆ ที่มีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่าง ก็ควรระวังในเรื่องระยะเวลาที่เราพอกทิ้งไว้บนผิว เพราะอาจจะกัดผิวหรือทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้ในคนที่มีผิวแพ้ง่าย
แนะนำผลิตภัณฑ์บำรุงหลังจากขัดขี้ไคล จาก Eucerin
ยูเซอรินขอแนะนำครีมบำรุงผิวกายเพื่อผิวขาวกระจ่างใสหลังจากขัดขี้ไคล EUCERIN SPOTLESS BRIGHTENING SKIN TONE PERFECTING BODY LOTION ครีมทาผิวกายที่ช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ไม่ว่าจะจุดด่างดำ สีผิวที่ไม่เท่ากัน ด้วยสารพลังของ Thiamidol ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น และด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ลดการทำงานของเมลานินได้ลึกถึงต้นตอ ทำให้ช่วยการลดจุดด่างดำบนผิวได้อย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับ Hyaluronic Acid ที่บางเบา ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและรักษาความชุ่มชื้นได้ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อผิวที่เนียนนุ่ม เสริมพลังด้วย Licochalcone A ป้องกันการระคายเคืองและอาการแพ้ต่างๆอีกด้วย เนื้อครีมบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะผิว

คำถามที่พบบ่อย (3)
-
ควรขัดขี้ไคลบ่อยแค่ไหน
การขัดขี้ไคลที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวนั้น ไม่ควรทำเกินสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพราะอาจทำร้ายผิวจากการขัดถูที่รุนแรงได้
-
ผิวแพ้ง่ายขัดขี้ไคลได้ไหม
ผู้ที่มีผิวบอบบางควรเลือกวิธีที่อ่อนโยนและลดแรงเสียดสี เช่น ใช้ผ้านุ่มหรือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวบอบบาง หากใช้แล้วแสบ แดง คัน หรือลอกควรหยุดใช้ และไม่จำเป็นต้องพยายามขัดให้เห็นขี้ไคลหลุดออกมามาก -
ขัดขี้ไคลแล้วแสบควรทำอย่างไร
ควรหยุดขัดและหลีกเลี่ยงการใช้สครับหรือสารผลัดเซลล์เพิ่มเติมในบริเวณนั้นชั่วคราว พร้อมเน้นการดูแลความชุ่มชื้น หากมีอาการแสบ แดง บวม หรือผื่นรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์











