สิวเห่อ ขึ้นหน้า สาเหตุและวิธีรักษาสิวเห่อแบบได้ผล

อ่านแล้ว 2 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม
สิวเห่อ

สิวเห่อ สิวขึ้นมาเต็มหน้าทำไมขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่หมั่นทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ รวมทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้หน้าใส ! ทั้งนี้แม้ว่าเราจะทำความสะอาดผิวหน้าเป็นอย่างดีแล้ว แต่สาเหตุของการเกิดสิวขึ้นที่หน้าเยอะที่นอกเหนือจากฮอร์โมนและพันธุกรรม ก็คือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจทำให้สิวเห่อโดยไม่รู้ตัว แล้วพฤติกรรมใดบ้างที่ส่งผลทำให้เกิดสิวเห่อ วิธีดูแลสิวเห่อควรทำอย่างไร ติดตามได้ในบทความนี้


สิวนอนดึก สิวเห่อ

สิวเห่อ เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

การเกิดสิวเห่อ ปกติแล้วขั้นตอนการเกิดสิวจะเกิดจากการอุดตันในรูขุมขนจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ผสมกับไขมัน (Sebum) ที่ผลิตมาจากรูขุมขน และถ้าหากผสมกับแบคทีเรียก็จะเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้นมาได้ สิวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นสิวบริเวณใบหน้า สิวที่หลัง สิวที่คาง และอีกสาเหตุของการเกิดสิวเห่อในวัยรุ่นยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ฮอร์โมน ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสำหรับคนที่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ ทำให้การทำงานต่างๆของร่างกายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จนอาจะเกิดสิวเห่อขึ้นเต็มหน้ามาได้เช่นกัน ยังมีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวเห่ออื่นๆอีก ดังนี้

 

ชอบสัมผัสใบหน้า

ในแต่ละวันมือของเราล้วนต้องสัมผัสกับสิ่งของต่างๆ นับไม่ถ้วน หากไม่ได้ล้างมือให้สะอาดเพียงพออาจทำให้มีสิ่งสกปรกสะสม ซึ่งหากเราเผลอสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ อาจทำให้ผิวหน้าของเราเกิดการระคายเคือง หรือทำให้อาการสิวที่เป็นอยู่เดิมเกิดการอักเสบและกระตุ้นให้เกิดสิวเห่อได้

 

ไม่ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว

สิ่งของใกล้ตัวที่เราใช้เป็นประจำอย่างโทรศัพท์มือถือ แปรงแต่งหน้า ปลอกหมอน ที่นอน มักเป็นสิ่งที่เราละเลยการทำความสะอาด มักใช้เป็นระยะเวลานานจนกลายเป็นแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวเห่อเต็มหน้า หรือสิวอุดตันได

 

นอนดึก

ถือเป็นพฤติกรรมที่กระตุ้นการเกิด สิวเห่อ ได้ง่ายมาก เพราะเมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอจะกระทบกับระบบต่างๆ ในร่างกายทำให้ผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง และเกิดสิวเห่อขึ้นได้ ซึ่งสำหรับใครที่เป็นสิวอยู่แล้วก็จะยิ่งเกิดการอักเสบมากกว่าเดิม

 

ล้างหน้าผิดวิธี

สาวๆ ที่แต่งหน้าอาจละเลยการทำความสะอาดด้วยการใช้เพียงแค่โฟมล้างหน้า ทำให้คราบเครื่องสำอางที่ล้างออกไม่หมดยังคงตกค้างหลงเหลืออยู่ ส่งผลให้เกิดการอุดตันจนสิวเห่อได้ นอกจากนี้การล้างหน้ามากกว่าวันละ 2 ครั้ง ก็กระตุ้นให้เกิดสิวได้เช่นกัน

 

ใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม

การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดสิว หรือเลือกไม่ตรงกับปัญหาผิวอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และเป็นสาเหตุของการเกิดสิวเห่อเต็มหน้าได้

 

การสวมหน้ากากอนามัย (แมสก์)

ช่วงนี้ทุกคนจำเป็นต้องสวมแมสก์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนบางครั้งแมสก์เกิดการเสียดสีกับผิว หรืออากาศไม่ถ่ายเท อับชื้น ทำให้บางคนเกิดเป็นสิวแพ้แมสก์ สิวเห่อ และอาจมีผดผื่นบริเวณใบหน้าที่สวมแมสก์

 

ความเครียด

ยุคโควิดทำให้ทุกคนต้อง WFH และไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวไหนได้ อาจส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม ซึ่งความเครียดจะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนความเครียดแล้วไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น จึงเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเห่อได้

พฤติกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด สิวเห่อ และหากใครที่กำลังเริ่มมีอาการจะต้องรู้ก่อนว่าอาการที่กำลังเจอเป็นสิวเห่อ หรือผิวแพ้กันแน่ โดยหากป็นสิวจะมีการอุดตันขึ้นมาก่อนแล้วเกิดการอักเสบตามมา แต่หากผิวแพ้จะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน มีการระคายเคืองหรือคันร่วมด้วย

 

รู้หรือไม่ ? สิวเห่อ กับเป็นผื่นต่างกันอย่างไร

สังเกตจากสภาพผิวก่อนที่จะมีสิวเห่อหรือผื่นเห่อขึ้นมา หากสภาพผิวกระตุ้นให้เกิดสิวเห่อง่าย เช่น ผิวมัน สันนิษฐานได้ว่าเป็นสิว ซึ่งต้องใช้ผลิตภัณฑ์ควบคุมความมันหรือกำจัดสิว

หากสภาพผิวแห้งหรือผิวธรรมดา มีอาการแดงและระคายเคืองร่วมด้วย อาจเป็นผื่นอันเนื่องมาจากการแพ้ ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย และช่วยลดการระคายเคือง


วิธีรักษาสิวเห่อ

ลักษณะอาการของสิวเห่อ

สิวเห่อเป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย มีลักษณะเด่นคือการเกิดสิวขึ้นพร้อมกันจำนวนมากในบริเวณใกล้เคียงกัน โดยมีลักษณะที่แตกต่างกันตามอาการที่ปรากฏ เช่น เป็นสิวมีหัวหนอง ตุ่มแดงทั่วหน้า หรือสิวผดที่มักเกิดในช่วงอากาศร้อน ซึ่งสิวเห่อสามารถจำแนกออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สิวอุดตัน (Comedone) สิวอักเสบ (Inflamed Acne) และสิวผด (Acne Aestivalis) การเกิดสิวเห่อมักมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวและสิ่งแวดล้อม เช่น สภาพอากาศที่ร้อนชื้น หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิว

วิธีการดูแลรักษาปัญหาสิวเห่อ

1. หาสาเหตุ

หาสาเหตุของสิวเห่อและพยายามหลีกเลี่ยง การหาสาเหตุได้ทันท่วงทีและตรงจุดสามารถช่วยให้เราหลีกเลี่ยงและช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี

 

2. ควบคุมความมัน

หากผิวอ่อนแอจนเกิดสิว จำเป็นต้องใส่ใจเรื่องการปกป้องดูแลผิวเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดความมันและการอุดตันจนเกิดสิวเห่อซ้ำ โดยควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่เหมาะกับผิวมัน เพื่อประคับประคองดูแลผิว ลดสาเหตุของการแพ้ระคายเคือง จนทำให้ผิวหน้าเกิดสิวเห่อ

 

3. ใช้โฟมล้างหน้าลดสิว

ควรเลือกเนื้อผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ปราศจากแอลกอฮอล์ เหมาะสำหรับคนเป็นสิว ผิวแพ้ง่าย เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam เจลทูโฟมล้างหน้าสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่าย ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ด้วยส่วนผสมเข้มข้นเหมือนเซรั่ม ประกอบด้วย 2% Salicylic Acid (BHA), Glycolic Acid (AHA) และ Gluconolactone (PHA) ช่วยขจัดสิ่งอุดตันลึกถึงต้นตอ ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน พร้อมลดปัญหาสิวและรอยสิวตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เนื้อเจลโฟมฟองนุ่ม อ่อนโยนต่อผิวสำหรับคนเป็นสิว

โฟมล้างหน้ารักษาสิว

4. ใช้สกินแคร์ลดสิวอุดตัน

ใครที่มีปัญหาสิวเห่อ รอยสิวเต็มหน้า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวหรือยาแต้มสิวที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยดูดซับหรือควบคุมความมันของผิว หรือมีสารสำคัญที่ช่วยลดเชื้อแบคทีเรียสาเหตุสำคัญของสิวอักเสบ

สำหรับการจัดการสิวด่วนเฉพาะจุด แนะนำ Eucerin DERMOPURE CLINICAL SOS Serum เจลแต้มสิวที่ช่วยลดปัญหาสิวได้อย่างรวดเร็วภายใน 8 ชม. ด้วยเทคโนโลยี 3X Anti-acne ที่ผสานสารสำคัญอย่าง Licochalcone A, Decanediol และ 2X Carnitine ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองของสิว ควบคุมความมันส่วนเกิน และลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิวอุดตัน พร้อมด้วย 3X Acid compounds (AHA, PHA และ BHA) ที่ช่วยจัดการสิวอุดตันและลดโอกาสการเกิดสิวใหม่ รวมถึง Panthenol ที่ปลอบประโลมและฟื้นบำรุงผิวโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง ทดสอบทางคลินิกแล้วว่าช่วยลดการอักเสบของสิว สิวยุบไวภายใน 8 ชม.

เจลแต้มสิว ลดสิวเฉพาะจุด

หากต้องการจัดการปัญหาสิวแบบครอบคลุมทั้งสิว รอยสิว และความมัน ควรใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เซรั่มสูตรเข้มข้นเนื้อบางเบาที่ช่วยจัดการทุกปัญหาสิวและรอยสิวใน 2 สัปดาห์ ด้วยส่วนผสมทรงพลังอย่าง Thiamidol® สารไบรท์เทนนิ่งประสิทธิภาพสูงจาก Eucerin ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดรอยสิว ช่วยลดรอยดำจากสิวและจุดด่างดำทุกประเภทให้ดูลดเลือนได้มากถึง 80% พร้อมด้วย 2% Salicylic Acid ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำในการรักษาสิว ช่วยสลายสิ่งอุดตัน ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดรอยดำจากสิวที่ฝังลึก รวมถึงเทคโนโลยี Sebum Regulating ที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า พร้อมลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำและคุมความมันนาน 8 ชม.

เซรั่มลดรอยสิว ควบคุมความมัน

เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและเห็นผลชัดเจนมากขึ้น แนะนำให้ใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum คู่กับ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam

 

5. ใช้กันแดดสำหรับคนเป็นสิว

เพราะคนเป็นสิวมักมีผิวมัน ระคายเคืองได้ง่าย จึงต้องเลือกใช้กันแดดเนื้อบางเบา ซึมสู่ผิวได้ไวไม่ทิ้งคราบความเหนอะหนะ ที่สำคัญจะต้องปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้และสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยปกป้องผิวหน้าของคุณจากแสงแดดได้ และลดโอกาสการเกิดสิวเห่อหรือการอุดตันอีกด้วย

 

6. ใช้การกดสิว

การกดสิวเป็นวิธีรักษาแบบดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคย แต่ในปัจจุบันแพทย์ไม่แนะนำให้รักษาด้วยวิธีนี้ เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและอาจก่อให้เกิดผลเสียตามมามากมาย การกดสิวสามารถทำได้เฉพาะสิวอุดตันเท่านั้น ส่วนสิวอักเสบห้ามกดเด็ดขาดเพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้นและอาจเกิดการติดเชื้อลุกลาม นอกจากนี้การกดสิวยังอาจทิ้งรอยดำและแผลเป็นไว้บนใบหน้า ปัจจุบันแพทย์จึงแนะนำให้รักษาด้วยการใช้ยาและการดูแลผิวที่เหมาะสม

 

7. ใช้ยารักษาสิวเห่อ

ยารักษาสิวที่สามารถซื้อได้เองจากร้านขายยา

  • Benzoyl Peroxide - ยาฆ่าเชื้อสิวพื้นฐาน เป็นยาที่นิยมใช้รักษาทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ มีจุดเด่นคือเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถดื้อยาได้ มีให้เลือกทั้งแบบครีม เจล โฟม และโลชั่น ข้อควรระวังคืออาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองในช่วงแรก ควรเริ่มใช้ในความเข้มข้นต่ำก่อนและค่อยๆ เพิ่มขึ้น
  • Salicylic Acid - ผลัดเซลล์ผิวลดสิวอุดตัน เป็นสารที่มีคุณสมบัติละลายไขมันได้ดี ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน เหมาะสำหรับรักษาสิวอุดตันโดยเฉพาะ มักพบเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและยารักษาสิว
  • Adapalene - ยาลดการอักเสบของสิว เป็น Retinoid สังเคราะห์ที่สามารถทนต่อแสงได้ดี สามารถใช้ร่วมกับ Benzoyl Peroxide เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป แต่ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์

ยารักษาสิวที่ต้องได้รับการสั่งจ่ายจากแพทย์

  • Topical Retinoids - ยาทาเพื่อผลัดเซลล์ผิว เป็นอนุพันธ์วิตามินเอที่ช่วยรักษาทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและลดการอุดตัน แต่อาจทำให้ผิวแห้งและไวต่อแสงมากขึ้น จำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกวัน
  • ยาคุมกำเนิด (Oral Contraceptives) ใช้สำหรับรักษาสิวในผู้หญิง โดยช่วยควบคุมฮอร์โมนที่กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ลดการผลิตน้ำมันบนผิวหน้า ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  • Isotretinoin - ยารักษาสิวชนิดรุนแรง ใช้สำหรับรักษาสิวที่มีความปานกลางถึงรุนแรงมาก เช่น สิวเป็นไต สิวหัวช้าง หรือสิวที่ดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ยานี้สามารถยับยั้งการทำงานของต่อมไขมัน ลดการอักเสบ และลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีป้องกันสิวเห่อ ไม่ให้กลับมาอีก

พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพออาจกระตุ้นการเกิดสิวเห่อ ควรนอนหลับ 7-9 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ผิวได้ซ่อมแซมตัวเองและลดการผลิตฮอร์โมนความเครียดที่กระตุ้นสิวเห่อ พยายามเข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลา

 

จัดการความเครียด

ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดสิวเห่อกำเริบ หากิจกรรมผ่อนคลายที่ช่วยลดสิวเห่อ เช่น การออกกำลังกาย โยคะ สมาธิ หรืองานอดิเรกที่ช่วยลดความตึงเครียด

 

ปรับเปลี่ยนอาหารการกิน

อาหารมีผลโดยตรงต่อการเกิดสิวเห่อ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลสูงซึ่งกระตุ้นการเกิดสิวเห่อ เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม และแป้งขัดขาว แทนที่ด้วยอาหารที่ช่วยลดการอักเสบและป้องกันสิวเห่อ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผักผลไม้สด โปรตีนไขมันต่ำ และอาหารที่มีโอเมก้า 3

 

ระวังการสัมผัสใบหน้า

มือที่สกปรกเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวเห่อ การแตะต้องใบหน้าบ่อยๆ อาจนำเชื้อโรคและสิ่งสกปรกมาก่อให้เกิดสิวเห่อ ล้างมือให้สะอาดเสมอและพยายามไม่จับหน้าโดยไม่จำเป็น

 

ดื่นน้ำเปล่าให้เพียงพอ

การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้วช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวเห่อ เพราะช่วยขับสารพิษและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและกระตุ้นการเกิดสิวเห่อ

 

ทำความสะอาดผิวหน้า

การรักษาความสะอาดใบหน้าเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันสิวเห่อ ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสำหรับผิว และล้างเพิ่มเติมทุกครั้งหลังออกกำลังกายหรือเหงื่อออกมาก หากรู้สึกว่าผิวแห้งตึงหลังล้างหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้น

 

ปรึกษาแพทย์เมื่อมีปัญหาสิวเห่อรุนแรง

หากมีปัญหาสิวเห่อที่รุนแรงหรือกลับมาเป็นซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาสิวเห่อที่เหมาะสม และป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นในระยะยาว ไม่ควรทดลองใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวเห่อที่ไม่ได้รับการรับรองหรือแกะเกาสิว

 

นอกจากนี้แล้ว การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นอีกหนึ่งหนทางที่ช่วยในการดูแลสุขภาพผิวให้ดีขึ้นได้ เพราะการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสิวเห่อ ดังนั้นไม่ควรอดนอน และควรนอนหลับให้เพียงพอเพื่อลดความเครียด และช่วยสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เพื่อช่วยซ่อมแซมผิว

แม้เราจะทำความสะอาดผิวหน้าอย่างดี แต่หากยังมีพฤติกรรมที่คอยกระตุ้นสิวเห่อ แน่นอนว่าย่อมแก้ปัญหารักษาสิวเห่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อทราบแล้วว่าพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น นอนดึก ไม่รักษาความสะอาด ล้างหน้าผิดวิธี เป็นต้น จนทำให้เกิดสิวเห่อก็ควรลด ละ เลิก และดูแลปัญหาสิวเห่อให้ถูกวิธีตามที่เราได้แนะนำไว้ ก็เชื่อได้เลยว่าเพียงไม่นานผิวหน้าจะค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ต้องกลุ้มใจกับปัญหาสิวเห่ออีกต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (3)

  • สิวเห่อ กี่วันหาย

    ระยะเวลาที่สิวเห่อจะหายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับชนิดของสิว ความรุนแรงของการอักเสบ และวิธีการรักษา โดยทั่วไปแล้ว สิวอักเสบเล็กน้อย อาจหายได้เองภายใน 3-7 วัน สิวอักเสบรุนแรง อาจใช้เวลานานถึง 2-3 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้น บางรายอาจใช้เวลารักษานานถึง 4-6 สัปดาห์

  • แต่งหน้าบ่อย ทำให้สิวเห่อได้จริงไหม?

    การแต่งหน้าบ่อยครั้งสามารถกระตุ้นทำให้สิวเห่อได้เนื่องจากเครื่องสำอางอาจอุดตันรูขุมขนและก่อการระคายเคืองกับผิว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ทำความสะอาดผิวและอุปกรณ์แต่งหน้าอย่างถูกวิธี และพักผิวหน้าเป็นประจำ ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้ หากสิวยังเห่อรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

  • ช่วงประจำเดือน ทำให้สิวเห่อจริงหรือไม่?

    ช่วงมีประจำเดือนเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้สิวเห่อได้จริง เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) จะคงที่ ทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน ทำให้ผิวหน้ามัน และเสี่ยงต่อการเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบ

บทความเกี่ยวข้อง

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง