3 พฤติกรรมก่อ' รอยสิว ’ ที่ควรเลี่ยง พร้อมแนวทางการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี

‘ รอยสิว ’ อีกหนึ่งปัญหาผิวยอดฮิตที่เกิดขึ้นหลังจากที่สิวหาย โดยมีจุดเริ่มต้นในระหว่างที่เป็นสิว เกิดการอักเสบหรืออุดตันของรูขุมขนใต้ผิวหนังที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี จึงเกิดเป็นรอยดำรอยแดงจากสิวขึ้น สร้างความกังวลใจให้ใครหลายๆ คน โดยเฉพาะคนที่ผิวเคยเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตันและมีผิวแพ้ง่าย รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างที่อาจส่งเสริมให้เกิดรอยสิวฝังลึกและรุนแรงมากยิ่งขึ้น เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลรักษารอยดำจากสิวตั้งแต่แรกเริ่ม และพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหารอยสิว

 

ทำความเข้าใจ รอยสิว คืออะไร?

รอยสิว หรือ รอยดำรอยแดงจากสิว เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจากผิวหนังตอนเป็นสิว โดยมีการหลั่งสารอักเสบใต้ผิวหนังในตอนที่สิวเกิดการอักเสบ เม็ดสีเมลานินจะมารวมตัวกันในบริเวณดังกล่าวทำให้เกิดเป็นรอยสิวขึ้น ซึ่งระดับความรุนแรงของรอยดำรอยแดงจากสิวนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาผิวหน้าที่ไม่ถูกวิธีในระหว่างที่เป็นสิว ร่วมกับพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำจนเกิดความเคยชิน เป็นตัวกระตุ้นให้สิวอักเสบบวมแดงมากยิ่งขึ้น และส่งผลกระทบให้การรักษารอยสิวให้หายนั้นยากขึ้นกว่าเดิม โดยพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงมีดังนี้ 

1.บีบ แคะ แกะสิว :  การอักเสบของสิวในระหว่างที่เป็นสิวคือหนึ่งในสาเหตุที่ทิ้งรอยสิวไว้ภายหลัง พฤติกรรมการบีบ แคะ หรือแกะสิว ถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่กระตุ้นให้ยิ่งเกิดการอักเสบของสิวมากขึ้น เพราะบริเวณเล็บมือ นิ้วมือ หรืออุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาดเพียงพอทำให้มีเชื้อโรคตกค้างอยู่ อีกทั้งการบีบสิวที่ผิดวิธีก็อาจทำให้หัวสิวออกไม่หมดจนเกิดการติดเชื้อ มีหลุมสิว ผิวหน้าช้ำและเกิดเป็นสิวซ้ำซ้อนได้

ทางปฎิบัติที่ดีคือไม่ควร แคะ แกะ หรือบีบสิว และแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวในการดูแลปัญหาหาสิวต่างๆ เพื่อไม่ให้สิวเกิดการอักเสบหรืออุดตันและช่วยรักษารอยดำจากสิวได้เร็วยิ่งขึ้น 

2.ไม่รักษาความสะอาด : การอักเสบของสิวเกิดจากเชื้อโรคและสิ่งสกปรกบนใบหน้า รวมตัวกันจนเกิดการหมักหมกและส่งผลให้เกิดการอักเสบ มือที่ใช้ในการลูบหรือจับใบหน้าด้วยความกังวล ก็เหมือนเป็นการเชื้อเชิญให้เชื้อโรคเข้าสู่ผิวหน้าโดยไม่รู้ตัว ผนวกกับการล้างหน้าไม่สะอาด เช็ดเครื่องสำอางออกได้ไม่หมด มลภาวะ ฝุ่นควันในชีวิตประจำวันที่ผิวหน้าต้องเผชิญ แต่ถูกละเลยเรื่องการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีทำให้เกิดการอุดตัน ส่งผลให้ระยะที่เป็นสิวเกิดการอักเสบที่รุนแรงขึ้น

ทางปฎิบัติที่ควรทำคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึก และเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ หมั่นรักษาความสะอาดที่ฝ่ามือ ไม่จับ หรือลูบผิวหน้าบริเวณที่เป็นสิวบ่อยๆ ก็ช่วยลดการหมักหมมของเชื้อโรคลงได้

3.การละเลยเรื่องรอยสิว : รอยดำรอยแดงจากสิวถือว่าเป็นของฝากหลังจากเป็นสิวก็ว่าได้ แต่การดูแลรักษารอยดำจากสิวในช่วงเริ่มเกิดสิวเป็นอีกหนึ่งระยะที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะหากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆอาจส่งผลถึงระดับความรุนแรงของรอยสิวที่จะเกิดขึ้นตามมาได้  ผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในระยะนี้ควรมีคุณสมบัติที่สามารถรักษารอยสิว ควบคู่ไปกับการฟื้นบำรุงผิวได้ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Eucerin Pro ACNE SOLUTION A.I. MATT FLUID มอยเจอร์ไรเซอร์ลดรอยสิวที่มีสารประกอบหลักเป็น Salicylic acid ช่วยจัดการหัวสิว และ Carnitine ที่ช่วยคุมความมันบนใบหน้าได้นานถึง 8 ชม. โดยทำงานร่วมกับ A.I. Innovation นวัตกรรมที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ลิโคชาลโคน เอ ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ลดการระคายเคืองและอักเสบของสิวซึ่งเป็นสาเหตุของรอยสิว 

นอกจากนี้แล้วการปกป้องผิวจากแสงแดด และมลภาวะด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับผิวที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดไม่ให้ผิวหน้าหมองคล้ำได้อีกด้วย

การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่กล่าวมาในขั้นต้นนี้ เป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่สามารถช่วยลดปัญหาการเกิด ‘รอยสิว’ ที่รุนแรงหลังจากเป็นสิว รวมถึงช่วยลดโอกาสของการเกิดเป็นสิวซ้ำซ้อนในอนาคตได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีความใส่ใจและดูแลรักษารอยดำจากสิวตั้งแต่แรกเริ่ม การรับมือกับความเครียดที่เกิดจากการเป็นสิว ตลอดจนการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับสภาพผิวที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิวประเภทต่างๆ ก็ช่วยให้ของฝากหลังจากการเป็นสิวที่เรารู้จักกันดีอย่าง “รอยสิว” นั้นลดน้อยลง 

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ