บอกหมด 3 เหตุผลที่ทำให้ผิวไม่ขาวกระจ่างใส และการแก้ไขอย่างถูกวิธี

ผิวใส หน้ากระจ่าง โกลว์สวยเป็นผิวที่ใครๆ หลายคนอยากมี แต่ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำเป็นปัญหากวนใจสำหรับสาวๆ ทั้งที่หลายคนดูแลผิวหน้าเป็นอย่างดี เลือกใช้ไวท์เทนนิ่งเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอนก็แล้ว แต่ใบหน้ายังดูหมองคล้ำ มีจุดด่างดำปรากฏชัด ไปหาคำตอบกันว่าสาเหตุที่ผิวหน้าไม่ขาวใสแม้จะใช้ครีมหน้าขาวคืออะไร และจะฟื้นบำรุงผิวหน้าหมองคล้ำให้กลับมามีผิวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำจนถึงต้นตอได้ด้วยวิธีใด

3 เหตุผล ที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าอยากมีผิวกระจ่างใส

ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการฟื้นบำรุงผิวใส เรามาดูกันก่อนว่าละเลยขั้นตอนใดในการบำรุงผิวหน้า จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหมองคล้ำ ไม่ขาวใส

  1. ละเลยการทาครีมกันแดด แสงแดดเป็นตัวการใหญ่ที่กระตุ้นให้ผิวผลิตเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีมากขึ้น หากไม่ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดด ผิวจะยิ่งผลิตเมลานินในปริมาณเพิ่มขึ้นทำให้ผิวหมองคล้ำ รังสียูวีจากแสงแดดยังก่อให้เกิดจุดด่างดำ โดยรังสียูวีจะกระตุ้นการผลิตเม็ดสีเมลานิน ผิวจึงดูหมองคล้ำมากยิ่งขึ้น
  2. ใช้ครีมบำรุงผิวที่ไม่ตอบโจทย์ปัญหาของปัญหาผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางชนิดที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวแม้จะช่วยให้ผิวใสได้อย่างรวดเร็วแต่อาจเกิดผลข้างเคียงคือ ผิวแห้ง ผิวลอก ถึงขนาดที่ทำให้ผิวหน้าบางลงมากจนไวต่อการระคายเคือง ซึ่งผิวหน้าของเราจะยิ่งไวต่อการถูกกระตุ้นและนำไปสู่ปัญหาจุดด่างดำซ้ำๆ
  3. สครับหน้ารุนแรงเกินไป ผิวของเรามีรอบผลัดเซลล์ทุกๆ 28 – 30 วัน หากปล่อยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วทับถมกันนานๆ เข้า ผิวหน้าก็จะดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส จึงควรสครับผิวหน้าเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เปิดโอกาสให้เซลล์ผิวใหม่ได้เผยโฉม ทั้งนี้การสครับผิวควรทำอย่างเบามือและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่หยาบกระด้างจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหน้ายิ่งเกิดการระคายเคือง ผิวแห้ง และผิวลอกหรือบางลง ส่งผลให้ผิวไวต่อแสง แทนที่จะแก้ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ กลับเกิดปัญหาใหม่ให้ต้องแก้ไขเพิ่มขึ้นไปอีก

เคล็ดลับดูแลผิวใส สมบูรณ์แบบ

แนะนำให้หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และฟื้นบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสารสำคัญที่สามารถจัดการปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำได้จริง ลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำ หรือผิวไวต่อแสงแดด เช่น สารไทอามิดอล (Thiamidol) โดยความพิเศษที่จะได้รับจากสารไทอามิดอล คือ สารนี้จะลงลึกในชั้นผิว ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผิวผลิตเม็ดสีเมลานิน จนเกิดเป็นจุดด่างดำ กระ ฝ้า บนใบหน้า นอกจากนี้ยังที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญนานกว่า 10 ปี โดยการทดลองกับเอนไซม์ผิวมนุษย์จริง ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรก และได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร JID ซึ่งเป็นวารสารทรงอิทธิพลในวงการแพทย์ผิวหนังทั่วโลก

การดูแลผิวที่ผิดวิธีเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ว่าจะดูแลผิวดีแค่ไหน ผิวก็ยังคงหมองคล้ำ ไม่ขาวใสนั่นเอง ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำไม่ขาวใสให้ถึงต้นตอของปัญหา ควรสำรวจพฤติกรรมการดูแลผิวของเราด้วยว่าได้ละเลยขั้นตอนสำคัญไปบ้างหรือไม่ ซึ่งวิธีการดูแลผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือการดูแลจากภายใน ได้แก่ การนอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามินสูง ควบคู่ไปกับการดูแลผิวภายนอกด้วยการทาครีมกันแดดเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะออกแดดหรืออยู่ในร่ม ไม่สครับหน้ารุนแรงเกินไป และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ลดฝ้ากระที่มีคุณภาพ ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังแล้วว่ามีส่วนผสมที่ทรงพลังอย่าง Thiamidol ที่ช่วยลดเลือนปัญหาจุดด่างดำไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ เพียงเท่านี้เราก็จะมีผิวกระจ่างใสไม่หมองคล้ำ สวยสู้แดดอย่างมั่นใจไร้กังวล

ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ