จุดด่างดำ ฝ้า กระ สาเหตุการเกิด และการดูแลรักษาให้จุดด่างดำลดเลือนลง

จุดด่างดำ ฝ้า กระ หนึ่งในปัญหาผิวที่สามารถมองเห็นได้บนใบหน้าอย่างชัดเจน มีผลทำให้ผิวหน้าไม่สม่ำเสมอและยากต่อการปกปิด หลายคนอาจจะคิดว่าปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวของคนที่มีอายุมากเท่านั้น แต่ปัญหาผิวนี้สามารถพบได้ในทุกเพศ ทุกวัย เนื่องจากมีสาเหตุการเกิดได้ทั้งฮอร์โมนภายในร่างกาย สภาพแวดล้อมภายนอก ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ขึ้นได้


จุดด่างดำ ฝ้า กระ ภาวะไฮเปอร์พิกเมนเทชั่นคืออะไร? 

ภาวะไฮเปอร์พิกเมนเทชั่น (Hyperpigmentation) คือจุดด่างดำที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าหรือบางตำแหน่งบนร่างกาย เป็นภาวะที่ผิวหนังบางจุดมีสีเข้มขึ้นกว่าปกติ ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำซึ่งมีขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกันออกไป โดยสาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดขึ้นจากร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในบางตำแหน่งของผิวหนัง ทำให้ผิวหน้าแลดูหมองคล้ำไม่ขาวกระจ่างใส โดยเราสามารถแบ่งประเภทของจุดด่างดำบนใบหน้าได้ 2 ประเภทคือ 

  • ฝ้า (Melasma) เกิดจากเซลล์เมลาโนไซต์ที่อยู่ในหนังกำพร้าชั้นล่างสุดของผิวหนัง ผลิตเมลานินหรือเม็ดสีออกมามากเกินจำเป็นบนหนังชั้นกำพร้า ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลที่เห็นได้อย่างชัดเจน กระจายเป็นวงกว้างและมีขอบเขตที่ไม่ชัดเจนนัก โดยสามารถแบ่งฝ้าออกได้ 2 ประเภทคือ ‘ฝ้าตื้น’ และ ‘ฝ้าลึก’ ซึ่งมีปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน เช่น แสงแดด หรือฮอร์โมนภายในร่างกาย นอกจานี้ ฝ้ามักถูกเรียกว่า "หน้ากากของการตั้งครรภ์" หรือ "the mask of pregnancy" เนื่องจากพบในผู้หญิงตั้งครรภ์มากถึง 90% 

  • กระ (Freckle) มีลักษณะการเกิดคล้ายกับฝ้าคือ เม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานผิดปกติ จึงทำให้สีผิวบริเวณนั้นมีสีน้ำตาลหรือสีดำเป็นจุดเล็กๆ พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีผิวขาว ปรากฎตามใบหน้า ลำคอหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สัมผัสกับแสงแดดบ่อยๆ อาจมีสีเข้มขึ้นและกระจายเพื้นที่ใหญ่ขึ้นได้เมื่อถูกกระตุ้น โดยประเภทของกระสามารถแบ่งออกตามสาเหตุการเกิดได้ 4 ประเภทคือ กระตื้น กระแดด กระเนื้อ และกระแดด 


เมลานิน คือ เม็ดสีตามธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้น อยู่ในผิวหนัง ผม และนัยน์ตาของเรา การผลิตเม็ดสีเมลานินจำนวนมากเกินไปเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆ นั้นมักเกี่ยวข้องกับการตากแดดมากเกินไป กรรมพันธุ์ อายุ การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน อาการบาดเจ็บหรืออักเสบของผิว

ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ 

  • พันธุกรรมและฮอร์โมน : ถือเป็นปัจจัยภายในที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เช่น ‘ฝ้า’ ที่มักพบได้ในคนช่วงวัย 30+ และผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น งทำให้ฝ้าปรากฎขึ้นอย่างเด่นชัด หรือ ‘กระ’ ที่มักพบได้มากว่ามีสาเหตุการเกิดมาจากพันธุกรรม ทำให้บางคนมีกระขึ้นตั้งแต่ในวัยเด็ก หรือในกลุ่มที่มีผิวขาว เช่น ชาวยุโรป 

  • แสงแดด : ศัตรูหมายเลขหนึ่งของสาวๆ และเป็นปัจจัยภายนอกที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ เพราะแสงแดดเป็นตัวกระตุ้นโดยตรงในการการผลิตเม็ดสีเมลานินในผิว ซึ่งหน้าที่ของเมลานินเสมือนเป็นเกราะป้องกันแดดตามธรรมชาติของผิว และปกป้องผิวจากรังสียูวี ดังนั้น เมื่อเราตากแดดผิวจึงกลายเป็นสีคล้ำเนื่องจากร่างกายผลิตเมลานินเพิ่มขึ้นมากกว่าปกตินั่นเอง แต่ถ้าหากเราเจอแดดมากเกินไป กระบวนการนี้อาจนำไปสู่ภาวะไฮเปอร์พิกเมนเทชั่น ทำให้เกิดเป็นจุดด่างดำ ฝ้า กระตามมา ส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส กลายเป็นปัญหาหนักใจของสาวๆ ฉะนั้นการจำกัดเวลาในการอยู่กลางแดด สวมเสื้อยืดแขนยาวปกป้องผิว และใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องแสงแดดสูงจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดจุดด่างดำได้

  • ผลข้างเคียงจากการรักษาทางการแพทย์ : แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะไม่ใช่สาเหตุที่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำขึ้นได้ ในผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัด การให้ยาเคมีบำบัด การใช้ยาประเภทอื่นๆ เช่น ยาคุมกำเนิด คนที่มีโรคประจำตัวและขาดวิตามินที่จำเป็น รวมถึงการทำทรีทเม้นต์หน้าด้วยการทำเลเซอร์ ที่อาจเกิดผลข้างเคียงขึ้นในภายหลัง


จุดด่างดำ ฝ้า กระ ดูแลรักษาอย่างไรดี? 

ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นปัญหาผิวที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยลดเลือนจุดด่างดำให้จางลงได้ ดังนี้

1.การทำทรีทเม้นต์หน้าเพื่อลดจุดด่างดำ

  • เคมิคอล พีล คือการใช้สารที่เป็นกรดช่วยผลัดผิวหนังชั้นบนออก โดยการทำให้ผิวพุพองก่อน หลังจากผิวหลุดลอกไปแล้วก็จะมีผิวใหม่ที่สีสม่ำเสมอ

  • การใช้เลเซอร์ ทำงานบนหลักการคล้ายกับเคมิคอล พีล คือทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างผิวใหม่ขึ้น แต่สามารถเจาะจงบริเวณที่จะทำการรักษาได้ เนื่องจากแพทย์ผิวหนังสามารถควบคุมความเข้มข้นของการรักษาได้ โดยลำแสงเลเซอร์สามารถเข้าถึงได้ตั้งแต่ผิวหนังชั้นบนสุดจนถึงผิวหนังชั้นล่างสุด

การทำทรีทเม้นต์ทั้งสองประเภทถือว่ามีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงในการรักษาจุดด่างดำ ฝ้า กระ แต่ก็มีราคาสูง ผิวหน้าอาจจะบวมแดงและต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นหลังจากการรักษา นอกจากนั้นแล้วยังอาจสามารถสร้างความระคายเคืองให้กับผิวของบางคนได้ โดยเฉพาะคนที่มีผิวสีเข้ม

2.ครีมดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ

ในระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมามีผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งในท้องตลาดมากมายที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อตอบโจทย์ในการลดเลือนการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ โดยมักมีสารไวท์เทนนิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นส่วนประกอบสำคัญของครีมรักษาฝ้าดังนี้

  1. ไฮโดรควิโนน : เคยเป็นสารไวท์เทนนิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยลดเลือดจุดด่างดำ แต่สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียง คือ อาการแสบร้อน ตุ่มแดง เกิดภาวะผิวคล้ำมากขึ้นได้ การใช้จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนัง

  2. อาร์บูติน : เป็นส่วนผสมหลักของผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งในทวีปเอเชีย ประสิทธิภาพไม่มากเท่ากับไฮโดรควิโนนและมีประเด็นเรื่องความปลอดภัย

  3. โคจิก แอซิด : เป็นสารที่เกิดขึ้นจากกระบวนการหมักสาเก เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัยและมีความเป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานินเท่าที่ควร

  4. วิตามินซี (VitaminC) : เป็นสารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสขึ้น มักใช้ร่วมกับสารออกฤทธิ์ประเภทอื่นๆ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

  5. เรตินอยด์ แอซิด : ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพในการลดเลือนจุดด่างดำ แต่ก็มักทำให้ผิวหนังระคายเคืองและไวต่อแดดมากขึ้น นอกจากนั้นยังไม่แนะนำให้ใช้สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรด้วย

  6. แอเซเลอิค แอซิด : ให้ผลลัพธ์ในการช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ดี แต่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพในการลดเลือนกระ นอกจากนั้นยังทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้

  7. บี-รีซอซินอล หรือ สารที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า 4-butylresorcinol : เป็นสารสังเคราะห์ที่เป็นอนุพันธ์ของ Resorcinol สารชนิดแรกที่แสดงผลในการยับยั้งเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีเมลานินทั้ง 2 ชนิดได้ และจากการวิจัยเปรียบเทียบพบว่า บี-รีซอซินอล มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโคจิกแอซิด (5.6 เท่า) เหนือกว่าไฮโดรควิโนน (100 เท่า) และเหนือกว่าอาร์บูติน (380 เท่า) 

  8. ไทอามิดอล : มีชื่อทางเคมีว่า Isobutylamido thiazolyl resorcinol เป็นสารไวท์เทนนิ่งในกลุ่มอนุพันธ์ Resorcinol ถูกคิดค้นโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาไบเออร์สด๊อรฟ เอจี เยอรมนี ได้รับการคิดค้นและวิจัยแล้วว่าเป็นสารไวท์เทนนิ่งที่ให้ประสิทธิภาพดีที่สุดในเวลานี้ จากผลการวิจัยพบว่า สารไทอามิดอลมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส เพื่อลดการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ ได้ดีกว่าสารบี-รีซอซินอลถึง 10 เท่า และมากกว่าหลายร้อยเท่าเมื่อเทียบกับสารโคจิกแอซิดและอาร์บูติน 

Eucerin ULTRAWHITE+ SPOTLESS DOUBLE BOOSTER SERUM

ยูเซอรินจึงได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ครีมรักษาฝ้า Eucerin ULTRAWHITE+ SPOTLESS DOUBLE BOOSTER SERUM ที่ผสานรวม 2 เซรั่มเข้มข้นคือสารไทอามิดอล ในการช่วยจัดการกับจุดด่างดำให้จางลงตั้งแต่ต้นตอของปัญหาผิว ทำงานร่วมกับ ไฮยาลูรอนเข้มข้น โมเลกุลเล็ก ทำหน้าที่ช่วยลงลึกฟื้นฟูให้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้นได้จากภายใน พร้อมเสริมการทำงานของสารไทอามิดอลและเป็นตัวช่วยสำคัญในการนำพาให้ไทอามิดอลซึมเข้าสู่ผิวได้ลึกยิ่งขึ้น ให้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่าที่เคย


ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ