โดยทั่วไปสิวเม็ดข้าวสาร หรือสิวข้าวสารอาจหายได้เอง และไม่จำเป็นต้องรักษา แต่หากสร้างความรำคาญใจ สามารถบรรเทาอาการได้ดังนี้
1. ดูแลรักษาความสะอาดใบหน้าจากเครื่องสำอางให้หมดจด
สิวเม็ดข้าวสาร หรือ สิวข้าวสาร เกิดขึ้นจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วหรือสิ่งสกปรก และเครื่องสำอางที่ล้างออกไม่หมด ทำให้อุดตันตามรูขุมขนจนไปรวมกับไขมันใต้ผิว จึงจำเป็นต้องล้างหน้าให้สะอาด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเมคอัพรีมูฟเวอร์สูตรอ่อนโยน (ในกรณีแต่งหน้า) และล้างหน้าด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL CORRECTING GEL TO FOAM
เจลทูโฟมลดปัญหาสิวและรอยสิว เหมาะกับผิวมัน เป็นสิวง่าย ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก พร้อม Salicylic Acid 2% ร่วมกับ AHA/PHA เพื่อช่วยสลายสิ่งอุดตันและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน (หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา)
2. หลีกเลี่ยงการใช้โลชั่นหรือออยล์บนใบหน้า
หลีกเลี่ยงครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพราะนอกจากจะเพิ่มความมันบนใบหน้าแล้ว น้ำมันจากผลิตภัณฑ์อาจเข้าไปอุดตันตามรูขุมขนจนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดสิวเม็ดข้าวสารได้
3. สครับผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ควรสครับผิวหน้าเบา ๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง อาจใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรสครับ หรือสครับสูตรธรรมชาติ เช่น น้ำตาลทรายผสมกับน้ำผึ้ง ควรสครับอย่างเบามือ เพื่อถนอมไม่ให้ผิวหน้าถูกรบกวนมากเกินไปจนเกิดการระคายเคือง
4. ใช้โทนเนอร์หรือเซรั่มที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว
ใช้โทนเนอร์หรือเซรั่มที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว ควรเป็นโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของ AHA หรือ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวบนใบหน้า เช็ดผิวหน้าหลังล้างหน้าเป็นประจำเช้า - เย็น จะทำให้สิวเม็ดข้าวสาร หรือสิวข้าวสารหลุดได้เร็วขึ้น แนะนำ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Purifying Toner เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนและลดการอุดตัน (หลีกเลี่ยงรอบดวงตา) และเติมขั้นตอนดูแลเข้มข้นด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum ที่ผสาน Salicylic Acid 2% + Thiamidol เพื่อลดสิวและจัดการรอยสิวที่ต้นเหตุ พร้อมคุมมันอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากมีตุ่มสิวอักเสบเฉพาะจุด สามารถแต้มด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL SOS Serum ซึ่งช่วยลดปัญหาสิวอย่างเร่งด่วน (ผลิตภัณฑ์แต้มเฉพาะจุด ไม่ควรทาทั่วหน้า)
5. ใช้ยา หรือพบแพทย์เพื่อกำจัดสิวเม็ดข้าวสาร
สามารถใช้ยามิโนไซคลีน เพื่อรักษาสิวเม็ดข้าวสาร ชนิดแบนราบ แต่หากเป็นสิวเม็ดข้าวสาร นานเกิน 3 เดือน หรือมีเม็ดสิวข้าวสารจำนวนมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกวิธี เช่น จี้ออกด้วยไฟฟ้า หรือเลเซอร์ เป็นต้น
6. หลีกเลี่ยงการนำมือไปสัมผัสผิวหน้า
การนำมือไปสัมผัสผิวหน้าเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเม็ดข้าวสารขึ้นได้ เพราะในระหว่างวันเราต้องใช้มือไปจับสิ่งของต่างๆมากมาย เช่น โทรศัพท์มือถือ ธนบัตร แก้วน้ำ หรือเสื้อผ้า มือจึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่เกาะติดมาที่มือและเล็บ การเลี่ยงนำมือไปสัมผ้สผิวหน้าจึงเป็นการป้องกันการเกิดสิวข้าวสารได้ดีที่สุด
7. เลือกรับประทานอาหาร
การเลือกรับประทานอาหารมีส่วนช่วยลดการเกิด สิวเม็ดข้าวสารได้ เช่น ผัก ผลไม้สด เนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
8. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนในผิวเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสในการเกิดสิวเม็ดข้าวสารได้ด้วย