ผิวหน้าที่เนียนใสไร้สิวไม่จำเป็นต้องพึ่งทรีตเมนต์เพียงอย่างเดียว การดูแลผิวให้สวยใสแบบธรรมชาตินั้นสามารถทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ก็ช่วยให้มีผิวหน้าเนียนใส ไร้สิว แบบธรรมชาติ ได้ด้วยตัวเอง
สาเหตุของหน้าไม่ใส ดูหมองคล้ำ
ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำสามารถพบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในคนที่ใช้ชีวิตในเมทองและเต็มไปด้วยมลภาวะต่างๆ ซึ่งปัญหาผิวหมองคล้ำนี้ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผิวของเราสูญเสียความกระจ่างใสไป การทำความเข้าใจถึงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ ช่วยให้เราหาวิธีป้องกันและแก้ไขได้อย่างตรงจุด
1. การสัมผัสแสงแดดโดยตรง
- รังสี UV จากแสงแดดกระตุ้นให้ผิวสร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง
- การไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย
2. ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง
- ช่วงตั้งครรภ์หรือการใช้ยาคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดฝ้าบนใบหน้า
- ความเครียดส่งผลให้ฮอร์โมนไม่สมดุล ทำให้ผิวหมองคล้ำได้เช่นกัน
3. การพักผ่อนไม่เพียงพอ
- นอนดึก พักผ่อนน้อย ทำให้ผิวไม่ได้ฟื้นฟูตัวเอง
- ความเหนื่อยล้าสะสมส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ
4. พฤติกรรมการดูแลผิว
- การล้างหน้าไม่สะอาด ทำให้สิ่งสกปรกตกค้าง
- ไม่บำรุงผิวอย่างเหมาะสม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว
5. ปัจจัยภายใน
- การขาดน้ำ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น
- การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ขาดวิตามินที่จำเป็น
- มลภาวะและสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวันที่ไม่ดี
6. โรคบางชนิด
- ภาวะภูมิแพ้ผิวหนัง
- ปัญหาการไหลเวียนเลือดไม่ดี
10 วิธีทำให้หน้าใส แบบธรรมชาติ
วิธีที่ 1 หลีกเลี่ยงแสงแดดและปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ
อยากหน้าใส ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้ผิวหมองคล้ำอย่างแสงแดด นอกจากนี้รังสี UV ไม่ได้มีเฉพาะในแสงแดดเท่านั้น ยังรวมไปถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือหรือหลอดไฟในบ้าน เพราะฉะนั้นขั้นตอนการทาครีมกันแดดจึงควรเป็นหนึ่งในการบำรุงผิวหน้าทุกวัน การเลือกผลิตภัณฑ์กันแดดจึงสำคัญไม่น้อย หากเลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับสภาพผิว เช่น เป็นคนผิวมัน มีแนวโน้มเป็นสิวหรือผิวแพ้ง่าย มีริ้วรอย ต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรสักนิด ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Sun Protection จากยูเซอริน จึงออกแบบมาอย่างหลากหลาย ตอบโจทย์ในทุกสภาพผิว มีบทพิสูจน์ทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถืออีกด้วย
วิธีที่ 2 เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว
ดูแลผิวจากภายในด้วยอาหารจำพวกวิตามิน A วิตามิน E วิตามิน C และเบตาแคโรทีนอย่างครบถ้วนจะดีที่สุด สำหรับอาหารบำรุงผิวที่คุณหมอผิวหนังแนะนำมักจะเป็น ปลาทะเล ผักและผลไม้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ โยเกิร์ต ชาเขียว เต้าหู้ สาหร่าย เพราะช่วยบำรุงให้หน้าใสขึ้นจากภายในนั่นเอง
วิธีที่ 3 ไม่เครียดและนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน
ต้นทุนของผิวสุขภาพดี มาจากการพักผ่อนที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ เมื่อได้เวลาพัก เราควรจัดการร่างกายให้หยุดคิดจากเรื่องต่างๆ ที่ต้องเจอมาทั้งวัน เพราะการได้พักผ่อนเต็มที่ จะส่งผลให้เซลล์มีการซ่อมแซมตัวเอง ได้ฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ สังเกตได้เลยว่าเมื่อตื่นมาตอนเช้าเราจะรู้สึกสดชื่น ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
วิธีที่ 4 ออกกำลังกายให้หัวใจสูบฉีดสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง
การที่เราออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ผิวยืดหยุ่นได้ดีกว่าเดิม ลองจัดสรรเวลามาออกกำลังกายเบาๆ ให้เลือดสูบฉีด เช่น การเต้นแอโรบิค วิ่งเบาๆ ในตอนเช้า เมื่อหัวใจสูบฉีดเลือด ลำเลียงออกซิเจนไปยังผิวหนัง ทำให้ผิวกระจ่างใส ทั้งยังลดฮอร์โมนความเครียดลงได้อีกด้วยนะ อยากลดสิว ขับสารพิษและสิ่งอุดตันในรุขุมขนได้ อย่าลืมหาเวลามาออกกำลังกายกันอย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์กันด้วยล่ะ
วิธีที่ 5 บำรุงด้วยทรีทเม้นท์
การทำทรีทเมนท์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สาวๆ นิยมทำ เพราะถือเป็นการบำรุงผิวหน้าที่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น การใช้เครื่องพ่นละอองน้ำ การรขัดหรือผลักวิตามินเข้าผิว หรือการมาร์คหน้า ซึ่งวิธีเหล่านี้ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างเรียบเนียนใสขึ้น
วิธีที่ 6 เลเซอร์หน้าใสด้วย IPL
การทำเลเซอร์ประเภท IPL จะใช้พลังงานแสงจากเครื่องยิงลึกลงไปทำลายเชื้อแบคทีเรีย ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดสิว จึงเป็นอีกวิธีที่หลายคนนิยมทำกันเพราะรักษาและจัดการสิวที่ต้นเหตุได้ ใครที่อยากให้หน้าใสไร้สิวและรอยจางลง สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง เพื่อรับบริการนี้ได้ ทั้งนี้หลังทำเลเซอร์ทุกประเภทจะต้องกลับมาดูแลผิวด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด และการทำกิจกรรมบางอย่างเช่นกัน
วิธีที่ 7 รับประทานอาหารเสริม
ในปัจจุบันมีอาหารเสริมออกมาอย่างแพร่หลาย แม้การรับประทานอาหารเสริมนั้น จะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาโดยตรง แต่ก็เหมือนเป็นการบำรุงจากภายใน หากเรารับประทานอาหารปกติได้ไม่เพียงพอ อาหารเสริมจะช่วยเข้าไปชะลอปัญหาผิวในระยะยาว โดยส่วนมากจะมีส่วนผสมของ สาร Antioxidant วิตามินซี,วิตามินอี,ไลโคปิน,คอลลาเจน และกลูต้าไธโอน
วิธีที่ 8 การขัดผิวด้วยสมุนไพรที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
การขัดผิวจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ให้เรียบเนียนกระจ่างใส สามารถทำเองที่บ้าน หรือเข้าสปาดูแลผิวโดยตรงก็ได้เช่นกัน การขัดผิวจะเป็นหลักการที่รูขุมขนของผิวได้เปิด ทำให้สามารถผลักวิตามินและครีมบำรุงเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนมากจะทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
วิธีที่ 9 แต่งหน้าได้ แต่ต้องล้างให้สะอาด
หลายครั้งสาเหตุหลักๆ จากการเกิดสิว ที่ทำให้ผิวไม่กระจ่างใส มีจุดด่างดำ มาจากการล้างหน้าไม่สะอาดหมดจด โดยเฉพาะสาวๆ ที่แต่งหน้าทุกวัน ต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้มากขึ้น เมื่อเราตั้งต้นผิวสะอาดใสแล้ว ความกระจ่างใส ก็จะตามมาในเร็ววันแน่นอน
วิธีที่ 10 เลือกสกินแคร์บำรุงผิวหน้าโกลว์ใสอย่างเซรั่มบำรุงผิว
สกินแคร์ที่ช่วยบำรุงผิวหน้าพร้อมลดการเกิดสิว ผิวหมองคล้ำ เป็นวิธีที่ทำให้ผิวหน้าเนียนใสได้ง่ายที่สุด เซรั่ม ครีมเพื่อหน้าใสในปัจจุบันมีหลากหลายยิ่งขึ้น ขอแนะนำ 3 ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวคุณดีขึ้นได้จริงจากยูเซอริน ผิวแพ้ง่ายหรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่ายก็สามารถใช้ได้นะ

1. อยากหน้าใสไร้สิวต้องจัดการสิวด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL SOS Serum
เจลแต้มสิวสูตรเข้มข้นที่พัฒนาขึ้นเพื่อจัดการปัญหาสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ด้วยนวัตกรรม 3X Anti-acne Technology ที่ผสานพลังของ Licochalcone A, Decanediol และ 2X Carnitine ทำงานร่วมกันเพื่อลดการอักเสบ ควบคุมความมัน และลดการสะสมของแบคทีเรียก่อสิว นอกจากนี้ยังมี 3X Acid Compounds ประกอบด้วย AHA, PHA และ BHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว สลายสิวอุดตัน และลดรอยสิวถึงต้นตอ พร้อม Panthenol ที่ปลอบประโลมและเสริมสร้างเกราะปกป้องผิว ช่วยจบปัญหาสิวซ้ำซากได้ภายใน 7 วัน และควบคุมความมันยาวนาน 8 ชั่วโมง
วิธีการใช้
ใช้แต้มบริเวณที่เป็นสิวเฉพาะจุดหลังทำความสะอาดผิวหน้า สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น หากใช้ตอนเช้าควรทาครีมกันแดดตามด้วย

2. ผิวที่สิวหายแล้วทิ้งรอยสิวไว้ ต้องเลือกใช้ Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum
เซรั่มสูตรเข้มข้นที่จัดการครบทุกปัญหาสิว ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ และรอยสิวในผลิตภัณฑ์เดียว ด้วยส่วนผสมทรงพลังของ Salicylic Acid 2% และ Thiamidol® ที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว Salicylic Acid ช่วยสลายสิ่งอุดตัน ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และลดรอยดำจากสิวที่ฝังลึก ขณะที่ Thiamidol® ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดเม็ดสีส่วนเกิน ลดปัญหาสิว, ลดรอยสิว, และลดสิวอุดตัน โดยผู้ใช้เริ่มเห็นผลตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 และผลลัพธ์ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อใช้ต่อเนื่อง และยังมีเทคโนโลยี Sebum Regulating ที่ช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ลดการอุดตัน และป้องกันการเกิดสิวซ้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน มีรอยสิว และมีแนวโน้มเป็นสิวง่าย
วิธีการใช้
ใช้เซรั่มทาให้ทั่วใบหน้าเป็นประจำทุกวันตอนเช้าและก่อนนอน หากเป็นช่วงเช้า ต้องตามด้วยครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและป้องกันรอยสิวเข้มขึ้น
สำหรับการป้องกันรอยสิว สิ่งสำคัญคือ ล้างหน้าให้สะอาดและอย่าบีบ แกะ กดสิวเอง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังดูแลผิวหน้าของคุณ

3. สำหรับผู้มีฝ้ากระ จุดด่างดำ ผิวมีรอยแดง รอยดำ และสีไม่สม่ำเสมอ เลือกใช้ SPOTLESS BRIGHTENING BOOSTER SERUM
เซรั่มบำรุงผิวหน้าสำหรับดูแลฝ้าแดด จุดด่างดำโดยเฉพาะ เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีไมโครทาร์เก็ต (MICRO TARGET) ต้องบอกว่าปัจจุบันนอกจากรอยสิวแล้ว ปัญหากระฝ้า ทำให้หน้าเราดูหมองคล้ำไม่สดใส ผลิตภัณฑ์นี้จะเน้นให้ผิวหน้าเด้ง กระจ่างใส และเปล่งประกาย
- THIAMIDOL™ เข้มข้นลดเลือนปัญหาฝ้าแดดหนาลึก และจุดด่างดำที่ต้นตอได้ดีกว่าสารบีรีซอซินอลถึง 10 เท่า และมากกว่าหลายร้อยเท่าเมื่อเทียบกับสารโกจิดแอซิด และอาร์บูติน โดยไม่ทำให้ผิวไวต่อการเกิดจุดด่างดำ และช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำอีก
- Pure Hyaluron ฟื้นบำรุงความอิ่มฟูทุกมิติ เผยผิวกระจ่างใสขึ้น
บทพิสูจน์ทางการแพทย์ผลลัพธ์จากผู้ใช้งานจริง 98% ยืนยัน รู้สึกว่าผิวกระจ่างใส ลดปัญหาฝ้าแดด กระ พร้อมทั้งจุดด่างดำให้จางลงจริงหลังใช้
วิธีการใช้
ใช้เซรั่มทาให้ทั่วใบหน้าเป็นประจำทุกวันตอนเช้าและก่อนนอน หากต้องเจอกับแสงแดดหรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเช้า ควรปกป้องผิวด้วยกันแดด Eucerin Sun Protection SUN SERUM SPOTLESS BRIGHTENING SPF50+ PA+++ ผสาน THIAMIDOL TM ทรงพลัง ลดฝ้าแดด จุดด่างดำที่ต้นตอ และป้องกันการเกิดซ้ำ
และนี่ก็เป็น 10 วิธีทำให้หน้าใสไร้สิวเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าต้องอาศัยปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน ตั้งแต่การรักษาความสะอาด เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิว รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 วันต่อสัปดาห์ เพราะทุกอย่างที่ว่ามานั้น จะทำให้ร่างกายของคุณมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น ส่งผลออกมาให้สุขภาพผิวกระจ่างใส และมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย








