
เมลานิน (Melanin) เม็ดสีธรรมชาติที่มีส่วนกำหนดสีผิว เส้นผม และดวงตา โดยสร้างจากเซลล์ที่เรียกว่าเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ภายในโครงสร้างขนาดเล็กที่เรียกว่าเมลาโนโซม (Melanosome) จากนั้นเมลาโนโซมที่มีเม็ดสีจะถูกส่งต่อไปยังเซลล์เคราติโนไซต์ในชั้นหนังกำพร้า จึงมีส่วนทำให้เกิดสีผิวบนผิวหนังของเรา
วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเมลานินให้มากขึ้นกัน ทั้งความสำคัญต่อผิว ชนิดที่พบเจอและหากการทำงานผิดปกติ จะเกิดอะไรขึ้นกับผิวของเรา ไปหาคำตอบกันเลย
เมลานิน คืออะไร
เมลานินสร้างขึ้นอย่างไร
กระบวนการสร้างและกระจายเม็ดสีในผิวสามารถอธิบายอย่างง่ายเป็น 3 ขั้นตอน
- เมลาโนไซต์ได้รับสัญญาณให้สร้างเม็ดสี จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น พันธุกรรม ฮอร์โมน การอักเสบ และรังสี UV
- เมลานินถูกสร้างภายในเมลาโนโซม ผ่านกระบวนการ Melanogenesis โดยมี Tyrosinase เป็นเอนไซม์สำคัญ
- เมลาโนโซมถูกส่งไปยังเคราติโนไซต์ ทำให้เม็ดสีกระจายอยู่ในหนังกำพร้าและส่งผลต่อสีผิวที่มองเห็นได้
ความเข้าใจเรื่อง Melanocyte → Melanosome → Keratinocyte มีความสำคัญ เพราะปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “การผลิตเมลานิน” เพียงขั้นตอนเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการขนส่งและการกระจายเม็ดสีในผิวด้วย
เมลานินมีกี่ชนิด
เมลานินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดได้แก่
1. ยูเมลานิน มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ ลักษณะเป็นสีดำ โดยทั่วไปจะพบในรูปแบบสารมีสีที่อยู่ในผิวหนังมนุษย์ เช่น เส้นผม ขนตามร่างกาย และ เซลล์ผิวหนัง โดยยูเมลานิน แบ่งเป็น 2 แบบ คือ
- ยูเมลานินสีดำจะให้สีดำเมื่อมีเม็ดสีนี้มาก และให้สีเทาถ้ามีปริมาณน้อย
- ยูเมลานินสีน้ำตาลจะทำให้เส้นผมมีสีน้ำตาลเมื่อมีปริมาณมาก แต่ถ้าน้อยจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีบรอนด์ ยูเมลานินสีน้ำตาลจะพบมากในชาวยุโรป
2. ฟีโอเมลานิน มีไนโตรเจน และซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบ มีสารมีสีขาว ซึ่งถือเป็นสีโทนสว่าง และมีสารหลักอย่างแคโรทีนอยด์เป็นสีโทนส้มแดง จะเห็นได้ชัดในเส้นผม ขน และผิวหนัง
ปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่อการสร้างเม็ดสีนั้น มาจากพันธุกรรม ฮอร์โมนและแสงแดด การเกิดจุดด่างดำที่ผิวหน้า ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่เกิดจากเมลานินอาจมีปัญหา ทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดสี ซึ่งอาจะเป็นเพียงอาการปกติเบื้องต้น ไปจนถึงระดับร้ายแรงก็ได้
เมลานิน จะอยู่ส่วนใดของร่างกาย
เมลานินสามารถพบได้ตามร่างกายในส่วนของผิวหนังและเม็ดเลือดซึ่งไหลผ่านเข้าไปในระบบประสาท แต่บทบาทหน้าที่ของเมลานินในร่างกายนั้น ยังไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนนัก
เมลานินมีหน้าที่อะไร ส่งผลอย่างไรกับผิวของเรา
เมลานินช่วยปกป้องรังสี UV จากแสงแดด ดูดซับแสงแดดที่มีความเข้มในระดับ UV ได้ แต่หากเกิดความผิดปกติของเม็ดสี เช่น โรคจากพันธุกรรม ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง การโดนแสงแดดจัด หรือขาดวิตามินก็อาจก่อให้เกิดอาการต่างๆ ตามมา เช่น
- ชั้นผิวหนังกำพร้ามีความผิดปกติ
จากการเพิ่มจำนวนของเซลล์ส่วนประกอบของผิว ได้แก่ เซลล์เมลาโนไซด์ ทำให้ผิวหนาบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิด “กระเนื้อ”
- ความผิดปกติจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซด์
บริเวณชั้นผิวหนังแท้อย่าง ไฝ ขี้แมลงวัน กระแดด และความผิดปกติร้ายแรงอย่าง มะเร็งเมลาโนลา
- โรคผื่นผิวหนังอักเสบ
จนเกิดรอยดำเป็นลักษณะปื้นๆหลังจากหายจากอาการผิวหนังอักเสบแล้ว จากการที่เซลล์เมลาโนไซด์ทำงานมากขึ้นจนผิดปกติ โดยที่เซลล์มีปริมาณเท่าเดิม มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ หรือแพ้เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองมาก่อน
ทำไมคนเราจึงมีสีผิวแตกต่างกัน
ปัจจัยอะไรบ้างที่กระตุ้นการสร้างเมลานิน
การสร้างเม็ดสีที่เพิ่มขึ้นหรือไม่สม่ำเสมอสามารถเกิดจากหลายปัจจัย
1. แสงแดดและรังสี UV
รังสี UV ป็นหนึ่งในปัจจัยภายนอกที่สามารถกระตุ้นกระบวนการ melanogenesis ทำให้ผิวดูคล้ำขึ้นหรือทำให้จุดด่างดำบางประเภทเข้มขึ้นได้
2. การอักเสบของผิว
สิว ผื่น การระคายเคือง หรือรอยแผลต่าง ๆ สามารถทำให้เกิด Post-inflammatory Hyperpigmentation (PIH) หรือรอยดำหลังการอักเสบได้ การอักเสบส่งสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ melanocyte และการสร้างหรือสะสมเม็ดสี จึงทำให้บริเวณที่เคยอักเสบดูเข้มกว่าผิวโดยรอบ แม้อาการอักเสบจะลดลงแล้วก็ตาม
3. ฮอร์โมน
ฮอร์โมนก็มีอิทธิพลต่อ melanogenesis เช่นกัน และเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวบางประเภท เช่น ฝ้า โดยแสงแดดเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น
4. พันธุกรรม
พันธุกรรมมีส่วนกำหนดสีผิวพื้นฐาน ลักษณะของเม็ดสี และการตอบสนองของระบบ pigmentation ของแต่ละคน
หากมีเมลานินมากหรือน้อยกว่าปกติจะเกิดอะไรขึ้น
การมีผิวสีเข้มตามธรรมชาติ ไม่ถือว่าเป็นความผิดปกติของเมลานิน สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือภาวะที่การสร้าง การกระจาย หรือการสูญเสียเม็ดสีแตกต่างจากรูปแบบปกติของผิว
Hyperpigmentation หรือภาวะเม็ดสีมากขึ้น
Hyperpigmentation หมายถึงบริเวณผิวที่มีสีเข้มกว่าบริเวณรอบข้างจากการสร้างหรือสะสมเม็ดสีที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น
- ฝ้า
- กระหรือจุดด่างดำบางประเภท
- รอยดำหลังเป็นสิว
- รอยดำหลังผิวหนังอักเสบ
PIH สามารถเกิดขึ้นหลังภาวะผิวอักเสบและเกี่ยวข้องกับการสะสม melanin ใน epidermis หรือ dermis ได้
Hypopigmentation หรือภาวะสีผิวลดลง
บางภาวะทำให้สีผิวลดลงจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีหรือการสูญเสีย melanocyte เช่นโรคด่างขาว ขณะที่ความผิดปกติทางพันธุกรรมบางชนิดสามารถทำให้การสร้างเมลานินลดลงได้ หากมีรอยขาวหรือสีผิวที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินสาเหตุที่เหมาะสม
เมลานินมากทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังหรือไม่
การมีเมลานินมากหรือมีสีผิวเข้มไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Melanoma เพราะ Melanoma เป็นมะเร็งที่เริ่มจากเซลล์ Melanocyte ไม่ใช่โรคที่เกิดจากการมีเม็ดสีเมลานินมากเกินไป
หากมีไฝหรือรอยสีบนผิวที่เปลี่ยนแปลง สามารถใช้หลัก ABCDE ช่วยสังเกตเบื้องต้นได้ ได้แก่
- A – Asymmetry: รูปร่างสองด้านไม่สมมาตร
- B – Border: ขอบไม่เรียบหรือไม่ชัด
- C – Color: สีไม่สม่ำเสมอหรือมีหลายสี
- D – Diameter: มีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มขนาด
- E – Evolving: รูปร่าง สี ขนาด หรืออาการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
หากรอยหรือไฝเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง คัน เจ็บ มีแผล มีน้ำเหลือง หรือเลือดออก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
วิธีดูแลผิวเพื่อลดโอกาสเกิดจุดด่างดำ
เป้าหมายของการดูแลไม่ควรเป็นการกำจัดเมลานินทั้งหมด เพราะเมลานินเป็นส่วนหนึ่งของระบบผิวตามธรรมชาติ แต่ควรลดปัจจัยที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีมากเกินไปและดูแลบริเวณที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ
ปกป้องผิวจากแสงแดด
เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดแบบ Broad-spectrum และมี SPF30 ขึ้นไป สำหรับผิวที่สัมผัสแสงแดด พร้อมใช้วิธีป้องกันอื่นร่วมด้วย เช่น หาที่ร่ม สวมหมวก เสื้อผ้าปกปิดผิว หรือแว่นกันแดดเมื่อเหมาะสม
หากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ควรทาซ้ำประมาณทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำและมีเหงื่อออกตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
ลดการอักเสบและการระคายเคือง
หลีกเลี่ยงการแกะหรือบีบสิว การขัดผิวแรง หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองโดยไม่จำเป็น เพราะการอักเสบเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สัมพันธ์กับ PIH
เลือกการดูแลให้ตรงกับปัญหา
หากกังวลเรื่องฝ้า จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สามารถเลือกผลิตภัณฑ์ดูแล hyperpigmentation ควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดด โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวและใช้ตามคำแนะนำบนฉลาก
ผลิตภัณฑ์ Eucerin สำหรับผิวที่มีจุดด่างดำ

สำหรับใครต้องการให้ผิวหน้าเรียบเนียน มีสีผิวสม่ำเสมอ ดูกระจ่างใสมากขึ้น Eucerin SPOTLESS BRIGHTENING EXFOLIATING CLEANSING GEL เจลล้างหน้าเพื่อผิวกระจ่างใส ที่มีสารสำคัญอย่าง 2% AHA Complex ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวคล้ำเสียอย่างอ่อนโยน ลดเลือนจุดด่างดำ ทำให้ผิวดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น และยังมีสาร Lactic Acid + Glycolic Acid ช่วยเพิ่มการส่งน้ำเข้าสู่ผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำ ยิ่งใช้ คู่กับตัว Eucerin SPOTLESS BRIGHTENING BOOSTER SERUM ผลิตภัณฑ์น้ำตบเพื่อผิวกระจ่างใส ที่ช่วยบูสผิวใสให้ชุ่มชื้นตัวแรกจากยูเซอริน ปลอบประโลมผิวที่ผ่านมลภาวะต่างๆให้ดีขึ้นด้วย Panthenol และเพิ่มเติมความชุ่มชื้นของผิวหน้าด้วย Hyaluronic Acid ให้ผิวหน้าอิ่มฟูเตรียมพร้อมสำหรับครีมบำรุง และช่วยผลัดเซลล์ผิวที่หมองคล้ำให้กระจ่างใสด้วย ไทอามิดอล (Thiamidol™) ที่ช่วยตัดตอนรอยดำลึกถึงจุดกำเนิด ด้วยกลไกที่สำคัญที่สุด ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสภายใน 2 สัปดาห์ และ 98% ยืนยันจากผู้ใช้จริง ทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก ช่วยปรับสภาพผิวที่หยาบกร้าน ให้ผิวนุ่มเนียนหลังใช้ในหนึ่งสัปดาห์

หากต้องการดูแลฝ้าเฉพาะจุด หรือใส่ใจบริเวณที่มีปัญหาที่ฝ้าให้มากยิ่งขึ้น ผลิตภัณฑ์แท่งแต้มฝ้าอย่าง SPOTLESS BRIGHTENING SPOT CORRECTOR สามารถเข้าไปช่วยลดการผลิตเม็ดสีเมลานินและฟื้นฟูบำรุงผิวเป็นฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้วว่าช่วยฟื้นฟูผิว ลดฝ้า กระ จุดด่างดำตั้งแต่ต้นตอได้ดีกว่า 20 เท่า ช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ พร้อมป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องภายใน 2 สัปดาห์ จะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าพอใจ พกพาง่ายและสะดวกต่อการใช้งานอีกด้วย
.jpg)
หลังจากบำรุงผิวแล้ว ก่อนกออกจากบ้านทุกครั้ง ควรปกป้องผิวด้วย SUN SPOTLESS BRIGHTENING SERUM SPF50+ PA+++ ต่ออีกชั้น เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด สร้างสมดุลผิวและไม่ให้เมลานินทำงานผิดปกติ
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นเซรั่มบางเบา ไม่เหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขุมขน พร้อมยังผสาน THIAMIDOL TM ทรงพลัง เป็นกันแดดมีสกินแคร์ ช่วยลดฝ้าแดด และจุดด่างดำได้ถึงต้นตอ พร้อมป้องกันการเกิดซ้ำเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวแลดูกระจ่างใสภายใน 2 สัปดาห์อีกด้วย หลังจากลงตัวนี้เสร็จก็สามารถแต่งหน้าต่อได้เลย

สำหรับการบำรุงผิวกายก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน Eucerin ขอแนะนำครีมบำรุงผิวกาย EUCERIN SPOTLESS BRIGHTENING SKIN TONE PERFECTING BODY LOTION ครีมทาผิวกายที่ช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ไม่ว่าจะจุดด่างดำ สีผิวที่ไม่เท่ากัน ด้วยสารพลังของ Thiamidol ช่วยปรับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้น และด้วยคุณสมบัติพิเศษที่ลดการทำงานของเมลานินได้ลึกถึงต้นตอ ทำให้ช่วยการลดจุดด่างดำบนผิวได้อย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับHyaluronic Acid ที่บางเบา ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวและรักษาความชุ่มชื้นได้ถึง 24 ชั่วโมง เพื่อผิวที่เนียนนุ่ม เสริมพลังด้วย Licochalcone A ป้องกันการระคายเคืองและอาการแพ้ต่างๆอีกด้วย เนื้อครีมบางเบา ซึมง่าย สบายผิว
การดูแลผิวจากมลภาวะและแสงแดดนั้น จะช่วยป้องกันอาการผิดปกติของเมลานินตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดอาการที่รุนแรงจนถึงขั้นต้องพบแพทย์เฉพาะทาง อย่างไรก็ดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ฟื้นฟูและปกป้องได้อย่างตรงจุด และอย่าลืมดูแลตัวเองจากภายในด้วยอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอกันด้วยนะ








