บีบสิว

บีบสิว ดีหรือไม่ วิธีรักษาสิวแบบไหนที่ถูกวิธี

อ่านแล้ว 0 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

สิวเกิดจากอะไร

สิว เกิดจากการอุดตันของรูขุมขนที่เต็มไปด้วยน้ำมัน เชื้อแบคทีเรีย และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Dead cells) นอกจากนี้สิวยังเกิดจากสิวอุดตันที่ถูกรบกวนจากการบีบ แกะ แคะ เกา ทำให้เชื้อแบคทีเรีย สิ่งสกปรกเข้าไปในชั้นผิวหนัง และเกิดการติดเชื้อจนอักเสบ และกลายเป็นสิว

ควรบีบสิวอักเสบหรือไม่

การบีบสิวเป็นการจัดการสิวอุดตันที่อาจทำให้เกิดการอักเสบของสิวมากขึ้น เป็น วิธีที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะยิ่งทำให้เชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าสู่ผิว เพิ่มโอกาสทำให้เกิดสิวมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรไปสัมผัส หรือบีบสิว แต่ควรหาวิธีดูแลและจัดการปัญหาสิวอย่างถูกวิธี

วิธีบีบสิว ที่ปลอดภัยต่อผิวหน้า

หากมีความจำเป็นที่ต้องบีบสิว ควรเลือกวิธีบีบสิวที่ปลอดภัยกับผิวมากที่สุด และสิวที่บีบควรเป็นสิวมีหัว เช่น สิวหัวดำ หรือสิวหัวขาว จึงสามารถบีบสิวได้และมีรอยช้ำน้อยที่สุด โดยวิธีการบีบสิวที่ปลอดภัยมีดังต่อไปนี้

  1. เตรียมอุปกรณ์บีบสิว ได้แก่ที่กดสิว น้ำอุ่น ผ้าขนหนู น้ำเกลือสำหรับล้างแผล แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ สำลี กระดาษทิชชู และถุงมือยางอนามัย
  2. ล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสำหรับผิวเป็นสิวก่อนบีบสิว
  3. เปิดรูขุมขน ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นวางโปะไว้ที่ใบหน้าที่ต้องการบีบสิว ทิ้งไว้สัก 10 นาที ความอุ่นจะช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้าเปิดเพื่อให้การบีบสิว หรือกดสิวออกง่ายขึ้น
  4. กดสิวโดยใช้ที่กดด้านที่เป็นห่วงกดเบาๆ ทำมุมกับผิว 45 องศา เฉพาะสิวหัวขาว หรือสิวหัวดำที่หัวเปิดเท่านั้น ควรกดหัวสิวออกมาให้หมด
  5. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือหลังจากบีบสิวหรือกดสิวเสร็จเรียบร้อย จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำเกลือสำหรับล้างแผล เช็ดเบาๆ ให้ทั่ว โดยเฉพาะบริเวณที่กดสิวเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อและทำความสะอาด จากนั้นใช้ยาทารักษาสิวแต้มที่บริเวณสิวหัวอักเสบจะช่วยให้แผลหายไวเร็วขึ้น

ข้อเสียของการบีบสิวด้วยตัวเอง

  • หากบีบสิวไม่ถูกวิธีเสี่ยงเป็นสิวอักเสบได้
  • บีบสิวอาจทำให้สิวเพิ่มจำนวนมากขึ้น
  • บีบสิวทำให้ผิวหน้ามีรอยช้ำ เกิดรอยดำ รอยแดงจากการบีบสิวได้ ทำให้ใช้เวลานานในการรักษายิ่งขึ้น
  • เกิดรอยแผลเป็นจากการบีบสิวได้


ประเภทสิวที่มักจะมีหัวสิว

ประเภทของสิวที่ไม่ควรบีบ

วิธีกำจัดสิวและป้องกันที่เหมาะสม

  • การใช้ยารักษาสิว อย่างการใช้ยาทาเพื่อรักษาสิวอย่างการใช้ยาที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide ,Topical retinoids เป็นต้น
  • การใช้แผ่นดูดสิว จะช่วยดูดซับของเหลวหรือหนอง ออกมาจากสิวทำให้สิวแห้งได้ง่ายขึ้น ยังช่วยลดอาการอักเสบ ลดการระคายเคือง เพิ่มความชุ่มชื้น และป้องกันไม่ให้มือไปสัมผัสกับผิวโดยตรง
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ควรดื่มน้ำ 1.5 ลิตร ต่อวัน เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายรวมถึงผิวหนังของเรา การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้องค์ประกอบต่างๆ ในผิวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปรับอารมณ์ ลดความเครียด เพราะความเครียดจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน ที่สามารถไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น
  • ล้างหน้าถูกวิธี ควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เพราะหากล้างหน้าบ่อยเกินไป ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการผลิตน้ำมัน ทำให้หน้ามันยิ่งขึ้น หากมีสิวร่วมด้วยควรเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม สำหรับผิวมัน เป็นสิวง่าย

อ่านเพิ่มเติม 15 วิธีรักษาสิว ให้ผิวเนียนกระจ่างใส

จัดการปัญหาผิวสิวอย่างเป็นระบบด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL

การจัดการปัญหาสิวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยกว่าการบีบสิวนั้น ต้องอาศัยการดูแลที่ครบวงจรด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ประสิทธิภาพแล้ว Eucerin DERMOPURE CLINICAL พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสิวที่ผสานพลังของส่วนผสมหลัก 2 ตัว คือ

  • Salicylic Acid 2% เป็นสารที่ถูกแนะนำในแนวทางการรักษาสิวของแพทย์ผิวหนังทั่วโลก ทั้งในวงการแพทย์ไทยและต่างประเทศ ช่วยลดการอุดตันโดยซึมลึกเข้าไปในรูขุมขนเพื่อสลายสิ่งอุดตัน ลดการอักเสบและรอยแดง พร้อมผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้ผิวเรียบเนียน
  • Thiamidol® เป็นสารจดสิทธิบัตรที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดรอยสิว (PIH/AMH) ได้มีประสิทธิภาพกว่า Resorcinol ถึง 10 เท่า ผ่านการทดสอบทางคลินิกกว่า 70 ครั้ง และการทดสอบกับผู้ใช้จริงกว่า 7,000 คน ใน 28 ประเทศ พร้อมตีพิมพ์บนวารสารทางการแพทย์ทั่วโลก

สำหรับการดูแลผิวเป็นสิวแบบครบวงจรที่มีประสิทธิภาพกว่าการบีบสิว แนะนำให้ทำครบขั้นตอนเหล่านี้ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก

เริ่มต้นด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam เจลทูโฟมที่มีความเข้มข้นของส่วนผสมเหมือนเซรั่ม ผสาน 2% Salicylic Acid, Glycolic Acid (AHA) และ Gluconolactone (PHA) ทำความสะอาดล้ำลึกถึงรูขุมขน ลดปัญหาสิวและรอยสิวเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ จัดการสิวตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการดูแลผิว พร้อมเสริมสมดุลไมโครไบโอมบนผิวให้แข็งแรง

 

ขั้นตอนที่ 2: ดูแลเข้มข้นด้วยเซรั่มทรงพลัง

Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เป็นเซรั่มสูตรเข้มข้นที่จัดการทุกปัญหาสิวครบวงจร ด้วยการผสมผสานพลังของ 2% Salicylic Acid และ Thiamidol® ที่ทำงานร่วมกันในการลดการอุดตัน ลดการอักเสบ และจัดการรอยสิวที่ต้นเหตุ ภายในเวลาเพียง 12 สัปดาห์ เซรั่มนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำและควบคุมความมันยาวนาน 8 ชั่วโมง ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีกว่าการบีบสิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ขั้นตอนที่ 3: ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดเฉพาะทาง

Eucerin Sun Protection Sun Dry Touch Acne Oil Control SPF50+ PA+++ ครีมกันแดดเนื้อเจลครีมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผิวเป็นสิว ผสานการปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB กับการควบคุมสิว ด้วยส่วนผสมของ Carnitine ที่ช่วยควบคุมความมันระหว่างวันได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ลดโอกาสเกิดสิวอุดตันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อบางเบา ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งคราบขาว ไม่ทิ้งความมันวาว ปราศจากน้ำหอม และกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Water Resistant) เหมาะสำหรับผิวเป็นสิวและผิวแพ้ง่าย

การบีบสิวอาจช่วยกำจัดสิวไปได้ แต่หากทำไม่ถูกวิธีอาจจะส่งผลเสียต่อผิวตามมา จึงควรหาสาเหตุตั้งแต่ต้นตอของสิว พร้อมทั้งดูแลผิวพรรณให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่ทำร้ายผิว เหมาะกับปัญหาและสภาพของ และควรบำรุงผิวให้แข็งแรง เพราะการที่ผิวแข็งแรงจะช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ ตามมาได้เป็นอย่างดี

บทความเกี่ยวข้อง