เสริมเกราะป้องกันผิวด้วย “ครีมกันแดด” สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

เมื่อพูดถึง Activity ของคนยุคนี้ นอกจากดูหนัง ฟังเพลง เล่นคอมพิวเตอร์ หรือเข้าฟิตเนสออกกำลังกายแล้ว กิจกรรมกลางแจ้งแนว Adventure ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่สร้างความตื่นเต้นท้าทาย ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบ แต่…พอกลับมาจากช่วงเวลาของความสนุกนี่สิ! ความกังวลเกี่ยวกับสภาพผิวกายและผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวหยาบกร้าน ผิวแห้ง หรือผิวไหม้แดดก็ถาโถมเข้ามาเต็มไปหมด เพราะครีมกันแดดที่เลือกใช้ ไม่เหมาะสมกับการใช้งาน วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีเลือก “ครีมกันแดดกันน้ำ” ที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท ปกป้องผิวได้เต็มประสิทธิภาพ อยู่ทนตลอดทั้งกิจกรรม พร้อมให้คุณอวดผิวสวยท้าแดด สนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างไร้กังวล

เลือกครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะสมกับกิจกรรมกลางแจ้ง

หลายคนอาจจะมีภาพจำเกี่ยวกับครีมกันแดดที่มีเนื้อครีมสีขาวข้นๆ ทาแล้วรู้สึกเหนียวเหนอะหนะไม่สบายผิว เช็ดหรือล้างออกได้ยากจนทำให้สิ่งสกปรกสะสมและเข้าไปอุดตันในรูขุมขน ต่อยอดให้เกิดเป็นสิวอุดตันขึ้นได้ แต่ในปัจจุบันครีมกันแดดทาหน้า ทาตัวนั้นได้มีการพัฒนาออกมาหลากหลายรูปแบบ ทั้งสเปรย์กันแดด เซรั่มกันแดด ที่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่าง หรือครีมกันแดดกันน้ำ กันเหงื่อ ที่ติดทนนาน สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้จริงในแต่ละกิจกรรม ซึ่งเรามีเทคนิคการเลือกครีมกันแดดเพื่อช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้ 

  • ประเภทของครีมกันแดด

ครีมกันแดด (Sunscreen) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต ไม่ให้ผิวถูกแสงแดดทำร้ายจนเกิดอาการแสบร้อน แดง ไหม้ หรือเกิดจุดด่างดำต่างๆ รวมทั้งลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งครีมกันแดดสามารถแบ่งตามชนิดของสารการทำงานและกลไกลการป้องกันแสงแดดที่แตกต่างกันได้ 2 ประเภท คือ

1.สารกันแดดแบบกายภาพ (Physical Sunscreen) : จะทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดด โดยใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติของการสะท้อนรังสี UV ออก เปรียบเสมือนเรากางร่มชั้นดีไว้ ทำให้เมื่อนำมาทาบนผิวหนังแล้วสามารถออกแดดได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ครีมกันแดดเซ็ตตัวก่อน แต่มีข้อจำกัดคือเนื้อครีมที่ไม่ติดทน และหลุดลอกง่ายระหว่างวัน

2.สารกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen) : ครีมกันแดดประเภทนี้จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โดยใช้สารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดซับแสงแดดและรังสีที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีบนผิวหนัง มากกว่านั้นยังกักเก็บรังสีในรูปแบบความร้อนเพื่อไม่ให้คลื่นแสงผ่านเข้าไปทำร้ายผิวด้านในได้ แม้ครีมกันแดดประเภทนี้จะให้เนื้อสัมผัสที่เบาบางกว่า แต่เป็นกันแดดชนิดติดทนนานกว่า 


  • คุณสมบัติของกันแดดที่เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง

1.ค่า SPF และ PA :  

SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าความสามารถในการป้องกันผิวจากรังสี UVB (เท่านั้น) ซึ่งตัวเลขที่ต่อท้ายคือจำนวนเท่าของระยะเวลาที่ผิวจะสามารถทนต่อรังสีได้ เช่น ปกติผิวของเราจะไหม้แดดหลังจากเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลา 10 นาที แต่หากเราใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 จะสามารถปกป้องผิวเราได้มากกว่าเดิม 50 เท่า คือ 50x10=500 นาที หรือ 8 ชม. หลังจากนั้นผิวจึงจะเริ่มไหม้แดด โดย SPF ยังสามารถบอกปริมาณในการดูดซับรังสี UVB  ของครีมกันแดดได้อีกด้วย ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้ 

  • SPF 15 จะดูดซับได้ 93%
  • SPF 30 จะดูดซับได้ 97%
  • SPF 50 จะดูดซับได้ 98%  

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า ค่าความสามารถในการดูดซับรังสี UVB นั้นมีความแตกต่างกัน การเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะครีมกันแดดกันน้ำซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด จึงจำเป็นต้องมีค่า SPF สูง เพื่อให้สามารถปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดวัน

ทั้งนี้ระยะเวลาการปกป้องอาจลดลงได้เนื่องจากปัจจัยภายนอกด้วยเช่นกัน จึงแนะนำว่าควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อการปกป้องผิวอย่างเต็มประสิทธิภาพ 

PA (Protection Grade of UVA) เป็นค่าที่แสดงถึงการปกป้องผิวจากรังสี UVA ที่สามารถทำร้ายผิวหนังได้ลึกถึงชั้นผิวที่มีคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งหากปกป้องได้ไม่ดีพอจะทำให้เกิดปัญหาฝ้า กระ ริ้วรอย และผิวร่วงโรยก่อนวัยได้ ส่วนเครื่องหมาย (+) ที่ตามหลังคือค่าความสามารถในการปกป้องผิว โดยแบ่งออกได้ตามระดับดังนี้

  • PA+ คือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี
  • PA++ คือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีได้ปานกลาง ทำงานในที่ร่มหรือในออฟฟิศ
  • PA+++ คือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีได้มาก สามารถทำงานกลางแดดจ้าได้
  • PA++++ คือ มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสีได้สูงมาก ทำงานกลางแดดได้ตลอดเวลา

2.ปกป้องได้มากกว่า : ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ดีควรมีสารกรองรังสีที่สามารถปกป้องผิวได้ทั้ง UVA และ UVB นอกจากนี้ควรมี Antioxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดของยูเซอรินที่มีนวัตกรรมออกซิแดนท์ ฟิลเตอร์ (Broad-Spectrum Oxidant Filter) ที่ไม่เพียงช่วยปกป้องผิวจากทุกรังสีแล้ว ยังช่วยลดอาการแสบร้อนผิวเวลาเผชิญแสงแดดและจากรังสี High Energy Visible Light ได้ถึง 85% นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ลิโคชาลโคน เอ ช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้าแดด จุดด่างดำ หรือคาร์นิทีนที่ช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน ปกป้องการอุดตันบนใบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ประเภทเนื้อครีมกันแดด: ครีมกันแดดที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งควรเป็นครีมกันแดดกันน้ำ กันเหงื่อได้ แต่สำหรับเรื่องความติดทนของครีมกันแดดนั้น ไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะต้องเป็นรูปแบบของเนื้อครีมที่เข้มข้นเท่านั้น ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาครีมกันแดดสำหรับทาผิวหน้าและผิวกายให้มีเนื้อครีมที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน และเหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละประเภทซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้

สเปรย์กันแดด : ใน Eucerin TRANSPARENT SUN SPRAY DRY TOUCH SPF 50 PA+++เป็นผลิตภัณฑ์กันแดดในรูปแบบสเปรย์กันแดดที่ใช้เทคโนโลยีแอโรซอล บรรจุสารป้องกันรังสียูวีเข้มข้นในรูปแบบของอณูเล็กๆ กระจายตัวอยู่ในตัวกลางที่ระเหยง่าย เมื่อสเปรย์กันแดดสัมผัสผิว สารสำคัญก็จะซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นครีมกันแดดกันน้ำได้เพราะสามารถเซ็ตตัวบนผิวชั้นบนเคลือบเป็นฟิล์มไว้ เป็นกันแดดติดทนนานจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการหลุดลอกง่าย ทั้งยังให้ความรู้สึกที่บางเบา สะดวกในการใช้ และสามารถใช้ซ้ำได้ในระหว่างวันโดยไม่รู้สึกเหนอะหนะผิว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กังวลเรื่องสิวอุดตันหรือผิวแพ้ง่าย


ครีมกันแดดสำหรับทาผิวหน้า


  • เนื้อครีมแบบ Fluid (ฟลูอิด) : ครีมกันแดดเนื้อฟลูอิดเป็นกันแดดที่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวมันและแพ้ง่าย เนื่องจากสามารถช่วยควบคุมความมันบนผิวหน้าได้เป็นอย่างดีและให้สัมผัสที่เบาสบายผิว เช่น Eucerin SUN FLUID MATTIFYING FACE SPF50+ ที่มีเนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะหลังการใช้ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สีและพาราเบน เป็นครีมกันแดดกันน้ำทาผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพสูง (Water Resistant) 

  • เนื้อครีม : คุณสมบัติที่โดดเด่นของครีมกันแดดแบบเนื้อครีมคือสามารถรักษาระดับความชุ่มชื้นในผิวได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับคนที่มีสภาพผิวแห้ง เช่น ผลิตภัณฑ์ Eucerin SUN CRÈME FACE SPF50+ PA++++ ที่สามารถใช้ลงเป็นเมคอัพเบสได้โดยไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งเพราะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comedogenic) นอกจากนี้ยังปราศจากน้ำหอมและพาราเบนที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว


จุดสำคัญอีกหนึ่งข้อก่อนตัดสินใจเลือกใช้ครีมกันแดดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งคือ ควรเลือกครีมกันแดดกันน้ำได้ ทั้งในรูปแบบสเปรย์กันแดดหรือเซรั่มกันแดด ก็สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในระหว่างที่เรากำลังสนุกอยู่กับกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงเยอะทำให้มีเหงื่อออกมาก หรือกิจกรรมทางน้ำที่อาจต้องสัมผัสน้ำโดยตรง ก็อาจทำให้กันแดดที่ทาไว้หลุดลอกออกมาได้ จึงควรทาครีมกันแดดก่อนออกแดดอย่างน้อย 15-30 นาที ในปริมาณ 1 ออนซ์ โดยทาให้ทั่วทุกส่วนของใบหน้าและร่างกาย โดยไม่ควรละเลยบริเวณที่คิดว่าไม่สัมผัสกับแสงแดดโดยตรง และเพื่อการปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง 

ไม่ว่ากิจกรรมกลางแจ้งจะสุดโหดสักแค่ไหน เพียงแค่เลือกครีมกันแดดให้ตรงกับกิจกรรมที่เราต้องเผชิญและเหมาะกับสภาพผิว ก็มั่นใจได้เลยว่าผิวหน้าและผิวกายของคุณจะได้รับการปกป้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด Eucerin Sun Protection ที่ออกแบบมาเพื่อทุกสภาพผิวของผู้ใช้ ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม พร้อมให้คุณลุยต่อได้ตลอดทั้งวัน ต่อให้แดดแรงแค่ไหนก็สู้ได้อย่างมั่นใจ 


ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรุณากรอกข้อมูลของท่าน เพื่อรับข่าวสาร และโปรโมชันใหม่ๆ จากทางยูเซอริน

  • ผลิตภัณฑ์ใหม่
  • ร่วมกิจกรรมพิเศษ
  • รับข่าวสาร และคำแนะนำ