สิวเกิดจากอะไร รู้จักสาเหตุของสิวเพื่อการดูแลที่ตรงจุด

อ่านแล้ว 2 นาที
แสดงบทความเพิ่มเติม

สิว หรือ Acne vulgaris คือภาวะอักเสบของหน่วยรูขุมขนและต่อมไขมัน เกิดจากหลายกลไกร่วมกัน ได้แก่ การผลิตน้ำมันมากขึ้น การสะสมของเซลล์ผิวภายในรูขุมขน การเปลี่ยนแปลงของจุลชีพ และการตอบสนองต่อการอักเสบของผิว แต่ส่วนใหญ่แล้วหลายคนก็ยังเข้าใจปัญหาสิวไม่ถูกต้อง จึงทำให้การดูแลรักษาสิวผิดวิธีไปด้วย ส่งผลให้กลายเป็นการทำร้ายผิวหน้า ซ้ำเติมให้สิวเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากกว่าเดิม ในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยกันว่า สิวเกิดจากอะไรและสาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดสิวขึ้น เพื่อให้สามารถเลือกวิธีจัดการกับสิวได้อย่างถูกต้อง และตรงจุด

 

สิวมีกี่ประเภทบ้าง

ปกติแล้วจะแยกสิวเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สิวอักเสบและสิวที่ไม่อักเสบ และมีการแยกย่อยออกไปอีกตามลักษณะและอาการของสิวแต่ละประเภท

 

สิวอักเสบ

จะแบ่งออกมาได้ 4 ประเภทที่พบเจอได้บ่อยและสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย

  1. สิวตุ่ม นูนแดง
    เป็นสิวขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดง และมักจะเป็นสิวไม่มีหัว ไม่มีอาการคันหรือเจ็บปวดใดๆ
  2. สิวหัวหนอง
    ขนาดของสิวจะคล้ายกับสิวตุ่มนูนแดง แต่ว่าจะมีหัวหนองอยู่ เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆ
  3. สิวอักเสบขนาดใหญ่
    สิวประเภทนี้จะมีลักษณะเหมือนสิวตุ่มนูนแดง แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่ามาก และมักจะปวดเมื่อเกิดการสัมผัส
  4. สิวหัวช้าง
    สิวหัวช้างจะเป็นสิวอักเสบที่รุนแรงและมีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถแพร่กระจายต่อออกไปได้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำคอ

 

สิวไม่อักเสบ (สิวอุดตัน)

สิวไม่อักเสบส่วนมากจะเป็นสิวอุดตันที่ไม่มีการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียต่างๆ แต่สามารถสังเกตุได้จากอุดตันที่บริเวณรูขุมขน สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

  1. สิวหัวดำ
    สิวหัวดำจะสังเกตุได้ง่ายจากเม็ดสีดำๆที่อยู่บริเวณรูขุมขนของเรา สิวประเภทนี้สามารถรักษาได้ง่าย
  2. สิวหัวขาว
    สิวหัวขาวจะมีลักษณะคล้ายผื่น คือ เป็นตุ่มนูนเล็กๆสีขาวไม่มีการอักเสบ แต่ขนาดจะใหญ่กว่าผื่น แต่ว่าสิวหัวขาวสามารถติดเชื้อและอักเสบได้ง่ายหากได้รับแรงกระตุ้นจากการบีบหรือแกะสิว

 



สาเหตุการเกิดสิว

สิวเกิดจากอะไร
สิวเกิดจากการอักเสบขนาดเล็กๆ ในรูขุมขน เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

1. การเกิดสิวมักเกิดจากการเกิดสิวอุดตันขนาดเล็กใต้ผิวหนัง

สิวอุดตัน (Comedone) คือสภาวะที่รูขุมขนเกิดการอุดตัน โดยไมโครโคมีโดน (Micro-comedone) คือชื่อเรียกของสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งเกิดจากการสร้างชั้นเคราตินของเซลล์ผิวหนังปกติแล้วไมโครโคมีโดนจะสลายไปเองตามธรรมชาติ แต่ในกรณีของผิวเป็นสิว ในขณะที่ไมโครโคมีโดนสลายตัว จะเกิดการอักเสบใต้ชั้นผิวร่วมด้วย ซึ่งในทางการแพทย์เรียกการอักเสบนี้ว่า การอักเสบชนิดไม่รุนแรง (micro-inflammations) 


สิวเกิดจากการอักเสบชนิดไม่รุนแรงจากการสลายไมโครโคมีโดนภายในผิว สาเหตุหลักของวงจรสิว

เพราะสิวเป็นโรคที่มีพื้นฐานมาจากการอักเสบของผิวหนัง ผลการวิจัยพบว่าการอักเสบชนิดไม่รุนแรง เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว ซึ่งแท้จริงแล้วการอักเสบชนิดไม่รุนแรงนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำอยู่แล้ว จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อแบคทีเรีย, ลิพิด (lipids) หรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย)*

*"การค้นพบล่าสุดพบว่า การอักเสบนั้นเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการเกิดสิว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นที่สิวนั้นปรากฏอยู่บนผิวหนังแล้ว"  Dr.med. Markus Reinholz แพทย์ผิวหนังกล่าว

สาเหตุของสิว
การอักเสบขนาดเล็กๆ ในรูขุมขน เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว

2. ภาวะการผลิตน้ำมันในผิวมากเกินไป (Seborrhea) และชั้นผิวก่อตัวหนาผิดปกติ (Hyperkeratosis)

ปัจจัยภายใน เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (ในช่วงเจริญวัยและช่วงมีรอบเดือน) รวมถึงการใช้ยาบางประเภท และปัจจัยภายนอก เช่น ผลกระทบจากมลภาวะ มีผลให้การผลิตน้ำมันในผิวเพิ่มขึ้นและชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดสิวประเภทต่างๆ ทั้งสิวหัวดำ สิวหัวขาว โดยทั้ง 2 ปัจจัยนี้ ยังเป็นสาเหตุหลักของการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้เกิดการติดเชื้อ และท้ายที่สุดจะก่อให้เกิดสิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) และสิวหัวหนอง (Pustule)


ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ คือการผลิตน้ำมันส่วนเกินในผิวหนัง และภาวะชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้นผิดปกติทำให้ต่อมไขมันอุดตันและก่อให้เกิดการสะสมน้ำมันบนผิวหนัง

2.1 ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ 
โดยปกติต่อมไขมันจะหลั่งน้ำมัน เพื่อกักเก็บความชุ่มชิ้นใต้ผิว ซึ่งโดยคนที่เป็นสิวง่ายมีแนวโน้มจะมีฮอร์โมนแอนโดรเจนในเลือดสูง ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาในปริมาณมากกว่าปกติ ก่อให้เกิดการสะสมน้ำมันบนผิวหนัง และทำให้ต่อมไขมันอุดตัน ส่งผลให้เกิดสิว

2.2 ภาวะชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้นผิดปกติ (Hyperkeratosis)
เกิดจากการก่อตัวหนาขึ้นผิดปกติของผิวชั้นนอก ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตเซลล์ผิวในต่อมไขมันมากกว่าปกติ ทำให้การหลุดออกของเซลล์ผิวไม่เป็นไปตามธรรมชาติอีกทั้งยังมีไขมันส่วนเกินดักจับเซลล์ที่ตายแล้วเหล่านี้ไว้บนผิวหนังจนทำให้เกิดการอุดตัน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ชั้นผิวก่อตัวหนาขึ้นนั่นคือ แบคทีเรีย Propionibacterium acnes (หรือ P.acnes) โดยแบคทีเรีย P.acnes จะสร้างแผ่นฟิล์มบางๆ บนผิวหนังซึ่งจะขัดขวางกระบวนการหลุดลอกของชั้นผิวหนังตามปกติและก่อให้เกิดการอุดตัน

3. การเกิดสิว สิวหัวดำ และสิวหัวขาว

สิว เป็นคำเรียกรวมๆ ของปัญหาสิวทุกประเภท ทั้งสิวอุดตัน สิวชนิดตุ่มนูนแดง สิวหัวหนอง หรือสิวที่เกิดการอักเสบ (บวมและเปลี่ยนสี) เป็นหนองและเจ็บ 


สิวหัวเปิด(สิวหัวดำ)
สิวหัวดำ คือ สิวที่มีจุดดำเล็กๆ ปรากฏบนผิวหนัง ซึ่งสาเหตุที่สิวที่เปลี่ยนเป็นสีดำเกิดจากการทำปฏิกิริยาของน้ำมันกับออกซิเจน ไม่ได้เกี่ยวกับการสัมผัสกับฝุ่น หรือสิ่งสกปรกแต่อย่างใด


การเกิดสิวหัวดำ

สิวหัวปิด(สิวหัวขาว)
สิวหัวขาว คือ สิวที่มีไขมันอยู่ภายใต้ผิว มีลักษณะเป็นรอยกลมนูนที่มีสีขาวขุ่นปิดอยู่ส่วนบน


การเกิดสิวหัวขาว

เมื่อน้ำมันที่สะสมในต่อมไขมันเกิดอุดตันในรูขุมขน ทำให้จะกลายเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน (สิวหัวดำและสิวหัวขาว) และสิวต่างๆ 

เมื่อแบคทีเรีย P.acnes ย่อยสลายน้ำมัน จะทำให้เกิดการผลิตสารกระตุ้นการอักเสบมากขึ้น

4. การเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ตัวการกระตุ้นให้การอักเสบรุนแรงขึ้นและก่อให้เกิดสิวอักเสบ

การสะสมของไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมัน กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีสำหรับแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรีย P.acnes แบคทีเรียชนิดนี้จะเข้ามาอาศัยอยู่ในต่อมไขมันที่มีการอุดตัน เพื่อย่อยสลายไขมันไปเป็นอาหาร กระบวนการนี้ก่อให้เกิดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้นและทำให้เกิดสิวชนิดตุ่มนูนแดงและสิวหัวหนองขึ้นได้


ดังนั้นเราจึงสรุปได้ว่า แท้จริงแล้วสาเหตุหลักของการเกิดสิวมาจากการอักเสบไม่รุนแรงภายในผิว ที่ทำปฏิกิริยาร่วมกับต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมากเกินไปและชั้นผิวที่หนาขึ้น อุดตันไขมันให้สะสมอยู่ภายในรูขุมขน และก่อให้เกิดเป็นสิวประเภทต่างๆ ซึ่งหากไขมันที่อุดตันและสะสมอยู่ภายในรูขุมขนไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้กับแบคทีเรีย โดยเฉพาะแบคทีเรีย P.acnes และในช่วงการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ในขั้นตอนของกระบวนการย่อยไขมันส่วนเกินนี้ให้เป็นอาหาร จะเกิดการผลิตสารกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ หรือเกิดเป็นสิวอักเสบตามมาได้นั่นเอง และสาเหตุจากสิ่งเหล่านี้ยังก่อให้เกิดสิวที่คอ และสิวที่หลังได้อีกด้วย

สรุปวงจรการเกิดสิว

วงจรการเกิดสิวสรุปได้เป็น 4 ขั้นตอนสำคัญ

  1. เซลล์ผิวสะสมภายในรูขุมขน
  2. น้ำมันจากต่อมไขมันรวมกับเซลล์ผิวจนเกิดการอุดตัน
  3. สภาพแวดล้อมในรูขุมขนและกิจกรรมของ C. acnes เปลี่ยนแปลง
  4. ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองจนเกิดรอยแดง หนอง ก้อนอักเสบ หรือซีสต์

กระบวนการเดียวกันสามารถเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า คอ หน้าอก ไหล่ และหลัง

ปัจจัยที่กระตุ้นให้สิวรุนแรงขึ้น

ปัจจัยต่อไปนี้ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงในทุกคน แต่อาจเพิ่มโอกาสเกิดสิวหรือซ้ำเติมสิวเดิมในผู้ที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

สิวอาจเพิ่มขึ้นในช่วงวัยรุ่น ก่อนมีประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์ หรือช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หากมีสิวผู้ใหญ่ร่วมกับประจำเดือนผิดปกติ ขนขึ้นมากผิดปกติ หรือผมบาง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุเพิ่มเติม

พันธุกรรม

ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นสิวรุนแรงหรือมีแผลเป็นจากสิวอาจมีแนวโน้มเกิดสิวมากขึ้น พันธุกรรมอาจมีผลต่อการตอบสนองของต่อมไขมัน การผลัดเซลล์ผิว และระดับการอักเสบ

เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว

ผลิตภัณฑ์บางสูตรอาจเพิ่มความอับหรือการอุดตัน โดยเฉพาะเมื่อทาหนาและทำความสะอาดออกไม่หมด ผู้ที่เป็นสิวง่ายอาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic หรือผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อการอุดตัน พร้อมสังเกตการตอบสนองของผิวตนเอง

การเสียดสี ความอับชื้น และเหงื่อ

หน้ากาก หมวกกันน็อก สายรัด เสื้อผ้ารัดแน่น หรืออุปกรณ์กีฬาที่เสียดสีกับผิวอาจทำให้เกิดสิวจากการเสียดสีหรือ Acne mechanica ได้ ควรทำความสะอาดอุปกรณ์เป็นประจำ เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเหงื่อออก และลดการเสียดสีบริเวณที่เป็นสิว

ยาบางชนิด

ยากลุ่มสเตียรอยด์ ลิเทียม ยากันชักบางชนิด และฮอร์โมนบางประเภทอาจกระตุ้นผื่นที่มีลักษณะคล้ายสิว ไม่ควรหยุดยาเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งยา

ความเครียดและการพักผ่อน

ความเครียดไม่ได้สร้างสิวอุดตันขึ้นโดยตรงในทุกคน แต่อาจสัมพันธ์กับการอักเสบ การนอนหลับ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และพฤติกรรมการแกะผิว จึงอาจทำให้สิวเดิมรุนแรงขึ้น

อาหาร

ยังไม่มีอาหารรักษาสิวชนิดเดียวที่เหมาะกับทุกคน อาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงหรือนมบางประเภทอาจสัมพันธ์กับสิวในคนบางกลุ่ม แต่ผลตอบสนองแตกต่างกัน ไม่ควรงดอาหารหลายชนิดโดยไม่มีเหตุผล หากสังเกตว่าสิวสัมพันธ์กับอาหารชนิดใดอย่างสม่ำเสมอ สามารถบันทึกอาการและปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารได้

สิว มีวิธีการวินิจฉัยอย่างไร?

  • การซักประวัติ แพทย์จะสอบถามประวัติการเป็นสิว อย่างระยะเวลาที่เป็นสิว ลักษณะของสิว สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดสิว และประวัติการรักษาและปรัวัติการใช้ยาที่ผ่านมา
  • การตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจดูบริเวณผิวหนังที่เป็นสิว อย่าง ใบหน้า หน้าอก หลัง และบริเวณอื่นๆ และดูลักษณะของสิว อย่างชนิดของสิว สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวหัวหนอง ความรุนแรงของการอักเสบ และการกระจายตัวของสิว
  • การประเมินความรุนแรงของสิว แพทย์จะประเมินความรุนแรงของสิว โดยแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ของสิวเล็กน้อย สิวปานกลาง และสิวรุนแรง การประเมินนี้จะช่วยในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

 

การรักษาสิว

การรักษาสิวจะแตกต่างกันไปตามประเภทของสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน ล้วนมีการรักษาไม่เหมือนกัน สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อให้แนะนำตัวยาสำหรับการรักษาเบื้องต้นด้วยตนเองได้ แต่หากอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการสิวค่อนข้างรุนแรง ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผิวหนังเพื่อทำการรักษา

อ่านเพิ่มเติม 15 วิธีรักษาสิว ให้ผิวเนียนกระจ่างใส

อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวหน้าให้สะอาดและการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอก็สามารถช่วยให้สิวลดน้อยลงได้และผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดสิวได้ดีที่สุดในระยะยาว

Ref * Quelle: Recent Advances in Acne Pathogenesis: Implications for Therapy, Shinjita Das, Rachel V. Reynolds, Am J Clin Dermatol (2014) 15:479 – 488 DOI 10.1007/s40257-014-0099-z

ข้อควรระวังสำหรับผู้ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์

ยากลุ่ม Retinoid ทั้งชนิดรับประทานและบางชนิดทาห้ามใช้ระหว่างตั้งครรภ์ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารออกฤทธิ์ดูแลสิว

วิธีดูแลผิวเป็นสิวง่ายในชีวิตประจำวัน

ล้างผิวอย่างอ่อนโยน

ล้างบริเวณที่เป็นสิววันละประมาณ 2 ครั้งและหลังเหงื่อออกมาก เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีความเป็นด่าง สครับเม็ดหยาบ แปรงขัดผิว และการล้างหน้าซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจทำให้เกราะปกป้องผิวระคายเคือง

ไม่บีบ แกะ หรือเจาะสิวเอง

การบีบสิวอาจทำให้ผนังรูขุมขนแตกและดันการอักเสบลงสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่าเดิม เพิ่มความเสี่ยงต่อรอยแดง รอยดำ และหลุมสิว

ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เมื่อผิวแห้ง

ผิวมันยังสามารถขาดน้ำหรือระคายเคืองได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้กรด ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ หรือยารักษาสิว มอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะกับผิวเป็นสิวง่ายช่วยลดความแห้งและเพิ่มโอกาสใช้การรักษาได้อย่างต่อเนื่อง

ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทุกวัน

แสงแดดอาจทำให้รอยดำหลังสิวเห็นชัดและอยู่นานขึ้น ขณะที่ยาหรือสารผลัดเซลล์บางชนิดอาจทำให้ผิวไวต่อแสง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่เหมาะกับผิวมันหรือผิวเป็นสิวง่าย และทาซ้ำตามคำแนะนำบนฉลาก

เริ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทีละชนิด

การเริ่มกรด เซรั่ม และยาทาหลายชนิดพร้อมกันทำให้ระบุสาเหตุของการระคายเคืองได้ยาก ควรเริ่มทีละผลิตภัณฑ์และสังเกตอาการ หากมีอาการแสบ แดง บวม คัน หรือมีผื่นมาก ควรหยุดใช้และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เมื่อเป็นสิวควรพบแพทย์เมื่อใด?

ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเมื่อมีอาการต่อไปนี้

  • มีก้อนอักเสบลึก ซีสต์ หรือสิวเจ็บจำนวนมาก
  • เริ่มเกิดแผลเป็นหรือหลุมสิว สิวกระจายที่หน้าอก หลัง หรือหลายบริเวณ
  • ดูแลเบื้องต้นอย่างต่อเนื่องแล้วอาการไม่ดีขึ้น
  • มีสิวผู้ใหญ่ร่วมกับประจำเดือนผิดปกติหรืออาการทางฮอร์โมนอื่น
  • เกิดอาการผิดปกติหลังเริ่มใช้ยา สิวส่งผลต่อความมั่นใจ การเข้าสังคม หรือสุขภาพจิต
  • ไม่แน่ใจว่าเป็นสิว รูขุมขนอักเสบ โรซาเซีย หรือผื่นชนิดอื่น
ผลิตภัณฑ์รักษาสิวจาก Eucerin

แนะนำผลิตภัณฑ์รักษาสิวจาก Eucerin

  1. ทำความสะอาดผิวด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Correcting Gel to Foam เจลทูโฟมที่มีความเข้มข้นของส่วนผสมเหมือนเซรั่ม ผสาน Salicylic Acid 2%, Glycolic Acid และ Gluconolactone ทำความสะอาดล้ำลึก สลายสิ่งอุดตันถึงต้นตอ และเริ่มลดปัญหาสิวตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
  2. ดูแลเข้มข้นด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Triple Action Serum เซรั่มสูตรเข้มข้นที่จัดการครบทั้งสิว รอยสิว และความมัน ด้วยพลังของ Salicylic Acid 2% และ Thiamidol® ช่วยลดสิวและลดรอยสิวให้จางลง รวมถึงลดสิวอุดตันภายใน 12 สัปดาห์
  3. ป้องกันแสงแดดด้วย Eucerin Sun Protection Sun Dry Touch Acne Oil Control SPF50+ PA+++ ครีมกันแดดเนื้อเจลครีมแมทบางเบาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผิวสิว ปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB ที่กระตุ้นการอักเสบและทำให้สิวรุนแรงขึ้น พร้อม Oxidant Filter ที่ซึมลงผิวชั้นลึกเพื่อหยุดการทำร้ายจาก UVA ลดฝ้าแดดสะสม ผสานกับ Carnitine ที่ช่วยควบคุมความมันต่อเนื่องยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ลดโอกาสเกิดสิวอุดตัน เนื้อแห้งไม่ทิ้งคราบขาว ไม่อุดตันรูขุมขน เหมาะสำหรับผิวสิวและแพ้ง่าย

Tip

สำหรับคนที่ผิวมัน แนะนำให้บำรุงเพิ่มเติมและคุมมันด้วย Eucerin DERMOPURE CLINICAL Mat Fluid มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของ Carnitine ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินยาวนาน 8 ชั่วโมง พร้อมลดปัญหาสิวและลดโอกาสการเกิดสิวซ้ำ ตอบโจทย์ปัญหา "ภาวะผิวหนังผลิตไขมันมากผิดปกติ" ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว
รายละเอียดเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิว (7)

  • สิวเกิดจากหน้าสกปรกจริงหรือไม่?

    ไม่จริงทั้งหมด สิวเกิดจากการอุดตัน การผลิตน้ำมัน การเปลี่ยนแปลงของจุลชีพ และการอักเสบร่วมกัน ความสกปรกบนผิวไม่ใช่สาเหตุหลัก และการขัดหรือล้างหน้ามากเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคือง
  • สิวหัวดำคือสิ่งสกปรกหรือไม่?

    ไม่ใช่ สีดำเกิดจากไขมันและเคราตินบริเวณปากรูขุมขนสัมผัสอากาศและเกิดออกซิเดชัน ไม่ได้เกิดจากฝุ่นที่ติดอยู่ในรูขุมขน
  • คนผิวแห้งเป็นสิวได้หรือไม่?

    ได้ เพราะสิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับความมันบนผิวภายนอกเพียงอย่างเดียว คนผิวแห้งอาจมีการอุดตัน การอักเสบ หรือการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมได้
  • ยิ่งล้างหน้าบ่อย สิวยิ่งหายเร็วหรือไม่?

    ไม่จริง การล้างบ่อยและถูแรงอาจรบกวนเกราะปกป้องผิว ทำให้ผิวแสบ แดง และทนต่อยาหรือผลิตภัณฑ์ดูแลสิวได้น้อยลง โดยทั่วไปควรล้างอย่างอ่อนโยนวันละประมาณ 2 ครั้ง
  • สิวควรบีบหรือไม่?

    ไม่ควรบีบหรือเจาะเอง เพราะอาจทำให้การอักเสบลึกขึ้น เพิ่มรอยดำ รอยแดง และแผลเป็น
  • รอยดำหลังสิวถือว่าเป็นสิวหรือไม่?

    ไม่ใช่ รอยดำหลังสิวเป็นการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีหลังการอักเสบ ส่วนรอยแดงเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือด ทั้งสองอย่างต่างจากสิวที่ยังมีการอุดตันหรืออักเสบอยู่
  • สิวใช้เวลานานเท่าใดจึงดีขึ้น?

    การดูแลสิวมักต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ระยะเวลาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับประเภทสิว ความรุนแรง และวิธีรักษา หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงกว่าเดิม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินและปรับแนวทาง

บทความเกี่ยวข้อง